แนวปฏิบัติเบื้องต้น เพื่อไม่ให้ขัดต่อพรบ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550

ไม่ระบุ, กฎหมาย No Comments »

      พรบ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 ได้ประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2550 ทีผ่านมา ซึ่งผมได้นำเสนอไว้ใน Blog ของ NST-Learning ไว้นานพอสมควรแล้ว ดูได้ที่ http://www.nstlearning.com/~km/?p=2433 วันนี้จะมาดูกันว่าเราจะปฏิบัติเบื้องต้นอย่างไร เพื่อให้ไม่ขัดต่อพรบ.ฉบับดังกล่าวครับ

  • อย่าบอกรหัสผ่าน (password) กับผู้อื่น
  • อย่าให้ผู้อื่นยืมคอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์เพื่อเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต
  • อย่าติดตั้งเครือข่ายไร้สายหรือที่ทำงานโดยไม่มีมาตรการตรวจสอบผู้ใช้งานและการเข้ารหัสลับ
  • อย่าใช้ชื่อผู้ใช้ (user name) และรหัสผ่านของผู้อื่นเข้าเครือข่าย
  • อย่าใช้ชื่อผู้ใช้ และรหัสผ่านของผู้อื่นไปเผยแพร่
  • อย่าส่งต่อภาพ ข้อความ หรือภาพเคลื่อนไหว
  • อย่าเลือก “remember me” หรือ “remember password” เมื่อใช้เครื่องสาธารณะ และอย่าใช้เครื่องสาธารณะทำธุรกรรมทางการเงิน
  • อย่าใช้เครือข่ายไร้สายที่ไม่มีการเข้ารหัสข้อมูล
  • กลับไปอ่านรายละเอียดมาตรา 14 และมาตร 16 ให้เข้าใจ และปฏิบัติอย่างเคร่งครัด

ช่วยกันนะครับ เพื่อสร้างสังคมที่น่าอยู่ให้กับลูกหลานของเรา

ความรู้สึกต่อกระแสพระราชดำรัสเนื่องในวันเฉลิมประชนพรรษา

ไม่ระบุ, ข่าว No Comments »

ผมได้ฟังกระแสพระราชดำรัสอันแสดงถึงพระอัฉริยภาพของพระองค์ท่านหลายประการ ต้องโน้มนำมาคิดเพื่อเป็นแนวทางปฏิบัติได้ทุกระดับ เป็นพระราชดำรัสที่มีความลึกซึ้งอย่างไม่น่าเชื่อ ทำให้เราได้เข้าใจเศรษฐกิจพอเพียงที่พระองค์ท่านได้พระราชทานมาให้ลึกซึ้งมากยิ่งขึ้น พระองค์เปรียบเทียบเรื่องความสามัคคีจากชีวิตของพระองค์ท่านให้เห็นแจ่มชัดว่าความสามัคคีดีอย่างไร พระองค์ได้ชี้ให้พวกเรามีเหตุผลที่ถูกต้องไม่ว่าจะกระทำเรื่องใดๆ ว่าเราต้องมีความรู้มีข้อมูล ทรงชี้แนะเรื่องค่าเงินบาทแข็งอย่างเรียบง่ายเข้าใจ ถ้ามีเงินก็ให้ใช้เงินเสียในตอนที่เงินบาทแข็ง และทรงเตือนสติคนทุกคนให้มีความช่วยเหลือเพื่อแผ่ ต้องดูแลคนยากคนจนในทางที่ถูก ไม่ใช่ยั่วให้คนจนใช้เงินโดยการกู้เงินเพื่อให้คนรวยรวยขึ้นไปอีก ทรงชี้แนะไม่ให้คนไทยหลงงมงายในเรื่องโชคลาง ทรงยกตัวอย่างสีประจำวันเกิดเป็นอุทาหรณ์ให้ฟัง  ที่ผมเล่ามานั้นเป็นเพียงส่วนหนึ่ง ที่พอจำได้  นับเป็นบุญที่คนไทยได้รับพระมหากรุณาธิคุณอย่างล้นเหลือจนหลายคนอดกลั้นน้ำตาไว้ไม่ได้

เวลาที่พระองค์ท่านได้พระราชทานพระราชดำรัสก่อนที่จะมีการถ่ายทอดทั่วประเทศเวลา 20 นาฬิกานั้น มีคนที่รู้จักกันโทรมาเล่ากระแสพระราชดำรัสก่อนที่ผมจะได้ฟังตอน 20 นาฬิกาคนหนึ่ง และอีกคนหนึ่งโทรมาคุยตอนหลังที่ถ่ายทอดเสร็จ ซึ่งผมอยากจะชี้ให้เห็นว่ามีความเข้าใจที่แตกต่างกัน คนแรกบอกชื่นชมและพูดเหมือนกับว่าพระองค์ท่านตำหนิท่านนายกรัฐมนตรีว่าเหมือนกับไม่ได้ทำงานมากพออะไรทำนองนั้น  แต่อีกคนหนึ่งเล่าผมว่าพระองค์ทรงชมท่านนายกรัฐมนตรีนะ และตรงกับทีผมดูการถ่ายทอดตั้งแต่ต้นจนจบ และก็มีรายการทีวีบางครั้งก็นำกระแสพระราชดำรัสมาเพียงบางส่วนซึ่งอาจทำให้ผู้ฟังเข้าใจผิดได้ เช่นเดียวกันคนแรกที่โทรมาบอกผมนั้นคง จะไม่ได้ฟังตลอดหรือฟังจากวิทยุไม่ต่อเนื่อง แต่คนหลังที่โทรมาบอกนั้นเข้าใจว่าน่าจะฟังกระแสพระราชดำรัสอยู่ตลอดเวลาจนจบ

เหตุการที่เล่าดังกล่าวแล้ว ทำให้เราต้องมานั่งพิจารณาว่าจะเชื่ออะไรก็ต้อง พิจารณาเหตุผล ก่อนจะตัดสินอะไรให้รอบคอบซึ่งจะไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิดต่อกัน อันนำมาซึ่งความแตกแยกแตกสามัคคี และพระองค์ท่านได้เตือนพวกเราว่าอย่าได้ดำเนินชีวิตด้วยความรีบร้อนเกินไป ทำความเข้าใจต่อกันให้มากด้วยความรอบคอบอย่างมีสติ แล้วเราจะอยู่ร่วมกันได้อย่างสงบสุขบนแผ่นดินนี้ ไม่ล่มจมแน่นอน

 

การส่งข้อมูลจาก Borwser ไปยัง Web Server

ไม่ระบุ, หัวข้อพิเศษไอที, ASP.Net No Comments »

       การส่งข้อมูลจาก Borwser ไปยัง Web Server
HTMLForm Control นอกจากจะใช้ส่งข้อมูลของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับ Control จาก Browser ไปประมวลผลยัง Web Server แล้ว ยังใช้ในการส่งข้อมูลที่กำหนดใน Control ต่างๆ จาก Browser ไปประมวลผลยัง Web Server ได้อีกด้วย ในการส่งข้อมูลที่ผู้ใช้ได้กำหนดไว้ใน Control ต่างๆ ที่กำหนดไว้ใน HTMLForm Control จะเกิดขึ้นหลังจากที่มีการกดปุ่ม Submit ดังนั้นภายใน HTMLForm Control นอกเหนือจาก Control 9างๆ ที่ใช้รับข้อมูลจากผู้ใช้แล้ว ยังจะต้อง กำหนดปุ่ม Submit ไว้อีกด้วย

Photoshop CS3

ไม่ระบุ, หัวข้อพิเศษไอที, Photoshop CS3 No Comments »

ฟังก์ชั่นการทำงานใหม่ ใน Photoshop CS3

1. Camera Raw
       Camera Raw คือฟีเจอร์ในการตกแต่งภาพจากกล้องดิจิตอล ที่ยังคงรักษาคุณภาพของภาพไว้ 100 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งโปรแกรม Adobe Photoshop CS3 มีฟังชั่นการทำงานที่ดีกว่า Photoshop CS2 มาก และฟังก์ชั่นที่ใช้งานได้ดีกว่าเดิมคือ Fill Light Slider (เช่นเดียวกับ Shadow Slider) และ Vibrance Slider ซึ่งเป็นตัวเพิ่มความเข้มของภาพ โดยไม่กระทบ ต่อไฟล์ต้นฉบับ

นอกจากนี้ยังมีฟังก์ชั่นใหม่ๆ อย่าง Parametric Curve ซึ่งช่วยให้การปรับแต่งนั้นทำได้ง่ายดายยิ่งขึ้น เพราะระบบ Live Preview ให้ผู้ใช้สามารถเห็นการเปลี่ยนแปลงแบบ ซีนต่อซีน ทำให้มีความสะดวกยิ่งขึ้น

Photoshop CS3

ไม่ระบุ, หัวข้อพิเศษไอที, Photoshop CS3 No Comments »

   การสร้างเอกสารใหม่ ใน Photoshop CS3

           เมื่อสร้างไฟล์ใหม่ก็จะปรากฏหน้าต่าง new ก็จะมี Name = การตั้งชื่อหัวข้อเหนือไฟล์ Image Size = ขนาความสูงความกว้างของ พื้นที่ Mode = เป็นการกำหนด Mode สีถ้า เป็นมาตรฐานจะเป็น RGB Color Contents ก็จะเป็นลักษณะพื้นหลังก็จะมี White ( สีขาว) , Background Color ( สีที่เรากำหนด) , Transparent ( สีพื้นแบบ - โปร่งใส , ไม่แสดงสีพื้นโล่ง 

 

Volume Primitive

ไม่ระบุ No Comments »

 

    การที่ได้ศึกษาทำให้ทราบว่า Volume Primitive เป็นวัตถุที่แตกต่างออกไปจาก Polygon Subdivision หรือ NURBS อย่างสิ้นเชิงเพราะเป็นวัตถุที่ไม่มีพื้นผิว ตัววัตถุไม่สามารถ Render มองเห็นได้ ในช่อง Viewport ก็จะแสดงเพียงเส้นโครงร่างของวัตถุเท่านั้น วัตถุประเภทนี้จะใช้ในการสร้าง Volume Effect แบบต่างๆ เป็นหลัก สำหรับการสร้าง Volume Primitive สามารถทำได้โดยการคลิกที่ Menu Create > Volume Primitive ซึ่งประกอบไปด้วยวัตถุ Sphere (ลูกบอล), Cube (กล่องสี่เหลี่ยม), Cone (กรวยแหลม)

เป็นไปได้หรือไม่ที่พ่อแม่ที่มีหมู่เลือด O จะมีลูกที่มีหมู่เลือดที่ไม่ใช่ O

ไม่ระบุ, ชีววิทยา No Comments »

             ได้แน่นอน   ความผิดปกติหรือที่เรียกว่ามิวเทชั่น (mutation) สามารถทำให้เกิดเหตุการณ์ประหลาดเช่นนี้ได้ 

             แต่กรณีเช่นนี้เกิดขึ้นได้ยากมาก และโดยทั่วไปแล้วพ่อแม่ที่มีหมู่เลือด O จะมีลูกที่มีหมู่เลือด O ทุกครั้ง

              แต่ในทางทฤษฎีมันมีความเป็นไปได้ที่พ่อแม่ที่มีหมู่เลือด O จะมีลูกที่มีหมู่เลือด A หรือ B และอาจจะเป็น AB ด้วยก็ได้ ในความเป็นจริง เด็กสามารถมีหมู่เลือดได้เกือบทุกหมู่ถ้าเราพิจารณาถึงผลของความผิดปกติของดีเอ็นเอที่เกิดขึ้น
             แล้วมันเกิดขึ้นได้อย่างไรล่ะ? ความแตกต่างทางพันธุกรรมระหว่างพวกเรานั้นน้อยมาก เราถ่ายทอดความแตกต่างเหล่านี้มาจากพ่อแม่ และดีเอ็นเอของเราเองก็สามารถเกิดการเปลี่ยนแปลงในช่วงชีวิตได้เช่นกัน

               การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้เกิดขึ้นเพราะว่าเรามีชีวิตอยู่ การแปลงอาหารไปเป็นพลังงานสามารถ
ทำให้ดีเอ็นเอของเราเกิดความผิดปกติได้            เช่นเดียวกับแสงแดดที่เราสัมผัสหรือจะเป็นสารเคมีในอากาศที่เราหายใจอยู่

          ดีเอ็นเอยังสามารถเปลี่ยนแปลงได้ขณะที่เซลล์สร้างสำเนาดีเอ็นเอของมัน  กระบวนการถ่ายสำเนานี้มีความแม่นยำสูงมากแต่ทำงานได้ไม่ดีนัก ตอนที่เราเกิด ความผิดปกติของดีเอ็นเอจะเกิดขึ้นใหม่โดยเฉลี่ย 100 ตำแหน่งหรือมากว่า

มันเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องรู้ก็เพราะว่าความแตกต่างระหว่างหมู่เลือด A, B และ O มักจะไม่มาก ความแตกต่างเพียงน้อยนิดนี้เองสามารถทำให้แม่ที่มีหมู่เลือด O สร้างเซลล์ไข่ที่มีหมู่เลือด A (หรือพ่อที่มีหมู่เลือด O สร้างอสุจิ
ที่มีหมู่เลือด
A) ได้

 เพื่อให้เข้าใจสิ่งเหล่านี้มากขึ้น เราควรรู้รายละเอียดของดีเอ็นเอสักเล็กน้อยก่อน

              ดีเอ็นประกอบไปด้วยสารเคมี 4 แบบที่เรียกว่านิวคลีโอไทด์ (nucleotide) หรือเบส (base) แต่ละยีนจะเป็นรหัสหรือสูตรในการสร้างโปรตีน
             หมู่เลือด ABO ถูกกำหนดจากยีนเพียงยีนเดียวที่มี 3 รูปแบบคือ A, B และ O โดยหมู่เลือด O และ A
แตกต่างกันเพียงเบสตัวเดียวกล่าวคือ หมู่ O จะขาดเบสไปหนึ่งตัว หมู่เลือด A และ B แตกต่างกัน 7 เบส

ลำดับเบสในยีนหมู่เลือด A, B และ O มีความแตกต่างกันไม่มากนักคือหมู่ A และ O ต่างกันเพียงหนึ่งตำแหน่งเท่านั้น และหมู่ A และ B ต่างกัน 7 ตำแหน่งตามรูป

/km/1185334447.gif


           เราอาจจะคิดว่าเบสแค่หนึ่งตัวหรือเบสที่แตกต่างกันเพียง 7 ตัวไม่น่าจะเกิดปัญหาอะไรมาก แต่มันสามารถทำให้เกิดความแตกต่างที่ยิ่งใหญ่ได้เลยทีเดียว

              ยีนคือรหัสที่ประกอบไปด้วยเบสสามตัวที่ถูกอ่านโดยเซลล์ในแต่ละครั้ง การเปลี่ยนแปลงเพียงหนึ่งเบสก็ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงรหัสทั้งหมดได้
           ยกตัวอย่างเช่น ประโยคที่ใช้เพียงคำที่มีสามตัวอักษร: “The old man had one new hat.”

แต่ถ้าคุณเปลี่ยนอักษรตัวสุดท้ายจาก “T” เป็น “M” แล้ว ประโยคจะอ่านเป็น: “The old man had one new ham.”

แล้วลองเอาอักษร “E” ตัวแรกออก และเลื่อนอักษรตัวอื่นๆ ได้คำที่สามตัวอักษรจะได้: “Tho ldm anh ado nen ewh am.”

จะเห็นว่า ตอนนี้ประโยคไม่มีความหมายอะไรเลย ความผิดปกติหรือมิวเทชั่น สามารถทำให้เกิดผลเช่นเดียวกันนี้ในยีนได้

แม้หมู่เลือด O ถือเป็นรูปแบบที่ไม่มีความหมายของหมู่เลือด A แต่เมื่อโบราณกาล บรรพบุรุษเราอาจจะเกิดความผิดปกติที่ทำให้เบสหนึ่งตัวหายไปจากยีนเลือดหมู่ A และเขาสามารถมีชีวิตรอดและถ่ายทอดความผิดปกติดังกล่าวมาถึงปัจจุบัน มันจึงทำให้เรามีหมู่เลือด O อยู่   ถ้ามันเติมถูกที่ มันก็จะเปลี่ยนเป็นเลือดหมู่ A
ความจริงแล้ว เราอาจจะเติมอักษรกลับไปโดยปราศจากปัญหา บางครั้งการเปลี่ยนคำหนึ่งคำในประโยคที่ยาวอาจจะไม่เกิดปัญหาใหญ่มากนัก  เรายังคงสามารถแยกแยะออกว่าอะไรเป็นอะไร

เพราะฉะนั้น นี่คือวิธีที่พ่อแม่ที่มีหมู่เลือด O สร้างให้ลูกที่มีหมู่เลือด A ได้อย่างไร ด้วยการเปลี่ยนแปลงเบสตัวเดียวนั่นเอง    ขอย้ำอีกครั้งว่ากรณีเช่นนี้เกิดขึ้นได้ยากมาก แต่ตามทฤษฎีแล้ว มันสามารถเกิดขึ้นได้ อัตราการเกิดอยู่ที่ประมาณ 1/1,000,000
   เราสามารถมีลูกที่มีหมู่เลือด B จากพ่อแม่ที่มีหมู่เลือด O ได้หรือไม่?

แน่นอน  มันจะเกิดความผิดปกติที่คล้ายคลึงกับกรณีข้างต้น แต่ในกรณีนี้ พ่อแม่จะต้องมีหมู่เลือด O
ที่ดูใกล้เคียงกับหมู่เลือด B มากกว่าหมู่เลือด A

            กรณีนี้เกิดขึ้นได้ยากมากกว่าเพราะคนส่วนใหญ่จะมีหมู่เลือดที่ดูใกล้เคียงกับหมู่เลือด
A มากกว่า และมันเกิดขึ้นได้ยากที่จะเกิดการเปลี่ยนแปลงของเบสที่ถูกต้อง 7 ตัวในครั้งเดียวเพื่อเปลี่ยนจากหมู่เลือด O เป็น B
              เราสามารถมีหมู่เลือด A จากหมู่เลือด B ได้หรือไม่?
                             ได้  แต่ต้องอาศัยมิวเทชั่นอีกประเภทหนึ่ง
              อย่างที่กล่าวไปแล้วว่าโอกาสที่เกิดการเปลี่ยนแปลงเบส 7 ตัวในครั้งเดียวเกิดขึ้นได้ยากจนดูเหมือนจะเป็นไปไม่ได้ในการเปลี่ยนจากหมู่เลือด A ไปเป็นหมู่เลือด B ด้วยวิธีเดิม อย่างไรก็ตาม ยังมี
มิวเทชั่นอีกแบบที่เรียกว่ารีคอมบิเนชั่น
(recombination) ที่สามารถเปลี่ยนหมู่เลือด A ไปเป็นหมู่เลือด B ได้
            
รีคอมบิเนชั่นก็คือการตัดแล้ววางของยีนที่แตกต่างกันสองแบบภายในคนๆ หนึ่งนั่นเอง
           เราอาจจะคิดว่าแต่ละคนมียีน A, B หรือ O เพียงอันเดียว แต่จำเอาไว้ว่าทุกคนมักจะมียีนที่แตกต่างกันสองแบบที่มาจากพ่อและแม่ รูปแบบที่แตกต่างของยีนนี้เรียกว่า อัลลีล (alleles)

            สมมติว่า มีผู้ชายคนหนึ่งชื่อสมศักดิ์ที่มีอัลลีลเป็น O และ B เมื่อรวมอัลลีลทั้งสองแล้ว สมศักดิ์จะมีเลือด B
           เมื่อสมศักดิ์สร้างอสุจิ มีเพียง 1 อัลลีลเท่านั้นที่จะถูกใส่ลงในเซลล์อสุจิ บางครั้งเซลล์อสุจิอาจจะนำอัลลีล B ไป และบางครั้งมันอาจจะนำอัลลีล O ไป

              อัลลีล O ที่มีมากที่สุดจะดูใกล้เคียงกับอัลลีล A เว้นเสียแต่มันจะขาดเบสตัวหนึ่งตรงกลางไป ถ้าคุณเอาส่วนต้นของอัลลีล B ในสมศักดิ์ไปใส่ตรงส่วนปลายของอัลลีล O ของเขา คุณจะได้อัลลีลใหม่ที่ทำงานเหมือนกับอัลลีล A

เพราะฉะนั้น ถ้าสมศักดิ์มีลูกกับแม่ที่หมู่เลือด O แล้ว ลูกจะมีหมู่เลือด A ถึงแม้ว่าทั้งพ่อและแม่จะไม่มีอัลลีล A อยู่เลยก็ตาม และถ้าเขามีลูกกับแม่ที่มีหมู่เลือด B ลูกของเขาจะมีหมู่เลือด AB
นี่อาจจะฟังดูแปลกและเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ยาก แต่มันสามารถเกิดได้และเกิดขึ้นแล้ว เรารู้ว่าเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นแล้วกับครอบครัวชาวญี่ปุ่นเมื่อปี 1997

ในกรณีดังกล่าว แม่จะมีหมู่เลือด B และลูกมีหมู่เลือด A และพ่อที่มีหมู่เลือด O เดิมกล่าวว่าเขาไม่น่าใช่พ่อเด็ก
ต่อมาพ่อเด็กได้ยืนกราน นักวิทยาศาสตร์จึงได้ตรวจสอบดีเอ็นเอของพ่อและลูกอย่างละเอียด
 การตรวจสอบที่ตัวบ่งชี้ตำแหน่งยีน (gene marker) ส่วนอื่นๆ ที่ไม่ใช่ยีนหมู่เลือด ABO ทำให้ทราบว่าชายที่มีหมู่เลือด O เป็นพ่อของเด็กจริง

                       นักวิทยาศาสตร์สรุปว่าเด็กต้องได้รับการถ่ายทอดอัลลีลที่ทำให้เกิดกระบวนการ
รีคอมบิเนชั่น   ระหว่างอัลลีล
B และ O จากแม่

  จะเห็นว่า ความผิดปกติหรือมิวเทชั่นสามารถอธิบายเหตุการณ์ที่หายากและดูขัดกับกฎทางพันธุกรรมทั่วไปได้ ถึงแม้ว่าเหตุการณ์เหล่านี้จะเกิดขึ้นได้ยาก แต่มันเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เราเข้าใจการถ่ายทอดทางพันธุกรรมมากขึ้น

             กรณีข้างต้นบอกถึงความเป็นไปได้ที่พ่อแม่ที่มีหมู่เลือด O ที่แท้จริงจะมีลูกที่มีหมู่เลือดแตกต่างจากพ่อแม่นะครับ ยังมีความเป็นไปได้อื่นๆ อีกเช่น พ่อและ/หรือแม่อาจจะมีหมู่เลือดที่ไม่ใช่ O แต่แสดงเป็น O เราเรียกว่า Bombay Blood group ซึ่งมีความสลับซับซ้อนกว่ากรณีข้างต้น

ข้อมูลจาก
http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=duen&month=07-2007&date=25&group=7&gblog=331

 

แคโรทีนอยด์ - สารสีมากด้วยคุณค่าจากธรรมชาติ

ไม่ระบุ, ชีววิทยา No Comments »

           แคโรทีนอยด์   เป็นรงควัตถุในผักและผลไม้สีแดง ส้ม และเหลือง เป็นสารต้านอนุมูลอิสระจากธรรมชาติที่ช่วยต้านโรคมะเร็งและโรคหัวใจ   จึงมีผู้นิยมเสริมแคโรทีนอยด์ในรูปผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร

             นมแม่เป็นแหล่งอาหารที่ดีที่สุดสำหรับเด็ก เพราะว่าแคโรทีนอยด์ที่อยู่ในนมแม่ ส่งเสริมภูมิคุ้มกัน ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระและป้องกันการติดเชื้อโรค ในร่างกายมนุษย์ แคโรทีนอยด์จะพบอยู่ในเนื้อเยื่อและของเหลวต่างๆภายในร่างกายมนุษย์ ซึ่งรวมไปถึงเลือดและน้ำนม เบต้า-แคโรทีน เป็นแคโรทีนอยด์ชนิดหลักในน้ำนมแม่มีอยู่ถึง 25% ของแคโรทีนอยด์ทั้งหมด ส่วนแคโรทีนอยด์ชนิดอื่นๆที่พบในนมแม่ ได้แก่ แอลฟา-แคโรทีน แกมมา-แคโรทีน ไลโคพีน และลูทีน จากการศึกษาพบว่าแคโรทีนอยด์เป็นสารอาหารที่สำคัญสำหรับเด็กทารก โดยจะพบแคโรทีนอยด์ได้มากที่
น้ำนมแม่โดยเฉพาะส่วนหัวน้ำนม หรือ ที่เรียกว่า
คอรอสตรัม


ประโยชน์ของแคโรทีนจากธรรมชาติ

             แคโรทีนอยด์ธรรมชาติ หรือ แคโรทีน เป็นสารอาหารตามธรรมชาติ พบได้ในพืชหลายชนิดรวมไปถึงผักและผลไม้ แหล่งอาหารที่อุดมไปด้วยแคโรทีนอยด์ธรรมชาติ ได้แก่ แครอท มันฝรั่งหวาน มะม่วง ฟักทอง และผักใบเขียว

แคโรทีนอยด์ มีทำหน้าที่สำคัญในการรักษาสุขภาพให้
แข็งแรง ช่วยส่งเสริมภูมิคุ้มกัน ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ ป้องกันการติดเชื้อโรค รวมถึงป้องกันการเป็นโรคมะเร็ง

               เด็กที่ไม่ได้รับสารอาหารที่เพียงพอ อาจได้รับปริมาณแคโรทีนอยด์ที่น้อยกว่าเด็กที่ได้รับสารอาหารที่ครบถ้วนและเพียงพอ โดยเด็กกลุ่มที่ขาดแคโรทีนอยด์จะมีปัญหาด้านสุขภาพมากกว่าเด็กที่ได้รับอาหารที่อุดมไปด้วย
แคโรทีนอยด์ธรรมชาติ

วิตามินเอและแคโรทีนอยด์ ทำให้มองเห็นที่ดีกว่า  เบต้าแคโรทีน เป็นแหล่งของวิตามินเอจากธรรมชาติ วิตามินเอ มีบทบาทสำคัญในการเจริญเติบโต และช่วยบำรุงเซลล์ให้แข็งแรง   เป็นวิตามินที่ช่วยบำรุงสายตา ทำให้มีการมองเห็นที่ดี  ช่วยส่งเสริมระบบภูมิคุ้มกันโรคของลูกคุณ และช่วยป้องกันการติดเชื้อ
สารต้านอนุมูลอิสระ
          แคโรทีนอยด์ เบต้า-แคโรทีน และ แอลฟา-แคโรทีน เป็นที่รู้จักกันดีช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระที่เป็นสาเหตุทำลายเซลล์ต่างๆในร่างกาย ช่วยลดสาเหตุการเกิดมะเร็ง และช่วยเสริมภูมิต้านทานโรค

ประโยชน์มากมายจากแคโรทีนธรรมชาติ

               ด้วยเหตุผลมากมายด้านสุขภาพร่างกายที่
แข็งแรง เสริมภูมิต้านทานโรคให้กับลูกของคุณ คุณจึงควรมั่นใจว่าลูกของคุณได้รับแคโรทีนอยด์ที่ครบถ้วนและเพียงพอ  
แคโรทีนอยด์ธรรมชาติ (หรือ สารแคโรทีน) ช่วยป้องกันการติดเชื้อ ทำให้ร่างกายเจริญเติบโต ช่วยการมองเห็น  
แคโรทีนอยด์จากธรรมชาติ มีหลากหลายชนิดและทำงานร่วมกัน คือ

      เบต้า-แคโรทีน มีมากในแครอทและผักใบเขียว

แอลฟา-แคโรทีน มีมากในพริกและแครอท

แกมมา-แคโรทีน มีมากในฟักทองและมะม่วงสุก

คริปโตแซนทีน มีมากในมังคุด ส้ม มะละกอ และลูกพีช

             แม้จะพบรงควัตถุของแคโรทีนอยด์ (carotenoid) กว่า 600 ชนิดในอาหาร แต่มีเพียง 6 ชนิดที่ร่างกายนำมาใช้ในกระแสเลือดหรือเนื้อเยื่อ แคโรทีนอยด์
ที่รู้จักกันดีคือ เบตาแคโรทีน
(beta-carotene) นอกจากนั้นได้แก่ อัลฟาแคโรทีน (alpha-carotene)
คริปโตแซนทิน (cryptoxanthin) ไลโคปีน (lycopene) ลูเทอิน (lutein) และซีแซนทิน (zeaxathin)

(carotenoid) 6006               การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งเสริมให้เรามีสุขภาพที่ดี  มีภูมิคุ้มกันโรค แคโรทีนอยด์เป็นสารที่มีในผัก ผลไม้หลายชนิด ซึ่งสามารถรับประทานได้ในรูปของสด อาหารแปรรูป และผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร  

              /km/fruits_210.gif  /km/fruit194.jpg   /km/2500019.jpg

ไม่ระบุ No Comments »

   สุขภาพเป็นเรื่องสำคัญนะคะ อาหารการกินของเราทุกวันนี้ต้องให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก อย่ามองข้ามเชียวค่ะ
ข้าว จัดเป็นอาหารหลักของคนไทยมาแต่ดั้งเดิม แต่ข้าวที่เรานิยมรับประทานกันนั้นเป็น ข้าวที่ผ่านการขัดสีหลายครั้ง จนกลายเป็นสีขาว ซึ่งแทบจะไม่มีคุณค่าทางโภชาการเหลืออยู่เลยค่ะนอกจากคาร์โบไฮเดรต ส่วน ข้าวที่ผ่านการขัดสีน้อยๆ อย่าง ข้าวกล้อง ข้าวซ้อมมือ จะ มีปริมาณวิตามินสูง และ มีสารอาหาร มากกว่าข้าวขาวทั่วไป หากรับประทานเป็นประจำ จะช่วยป้องกันโรคต่างๆ และช่วยสร้างเสริมการทำงานของระบบในร่างกายได้ดีค่ะ ข้าวกล้อง หรือ ข้าวซ้อมมือ เมื่อเปรียบเทียบกับข้าวที่ขัดสีจนขาว จะมีปริมาณสารอาหารหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็น วิตามินบี 1 ที่มีมากกว่าถึง 6 เท่า เส้นใยอาหาร 5 เท่า ไขมัน 3 เท่า ไนอาซิน 2 เท่าครึ่ง และ ฟอสฟอรัส 2 เท่า ดังนั้น ผู้ที่รับประทานข้าวกล้อง หรือข้าวซ้อมมือเป็นประจำ แน่ใจได้เลยว่าคุณได้ทำให้ร่างกายมี
ภูมิคุ้มกันจากโรคภัยต่างๆ เช่น วิตามินบี 1 ช่วยป้องกันโรคเหน็บชา ไนอาซิน และ ฟอสฟอรัส ช่วยเสริมสร้างการทำงานของระบบในร่างกาย ส่วน ใยอาหารจะช่วยดูดซับ
คอเลสเตอรอล และช่วยขับถ่ายสารพิษในลำไส้ใหญ่ เป็นการป้องกันการเกิดมะเร็งในลำไส้ใหญ่ 
       แต่อย่างไรก็ตาม การรับสารอาหารจากการบริโภคข้าวที่ผ่านการขัดสีน้อยๆ อาจยังไม่เพียงพอต่อความต้องการสารอาหารของร่างกายในแต่ละวัน   อย่างไรก็ตามการบริโภคอาหารให้ครบ 5หมู่ และได้
สัดส่วนตามความต้องการของร่างกาย เป็นสิ่งที่จำเป็น ทั้งนี้เพราะสารอาหารแต่ละประเภทมีความสำคัญต่อร่างกายแตกต่างกัน

โยคะร้อน (Bikram Yoga)

ไม่ระบุ, ชีววิทยา No Comments »

 โยคะร้อน อีกหนึ่งวิวัฒนาการของศาสตร์แห่งโยคะ ที่ตอนนี้กำลังเป็นที่นิยม อย่างมากในสหรัฐอเมริกา และขณะนี้ก็ฮิตและแพร่หลายในเมืองไทย  ประกอบด้วยท่าหลักทั้งหมด 26 ท่า ผู้ฝึกจะฝึกในห้องที่มีอุณหภูมิสูงใกล้เคียงกับอุณหภูมิภายในร่างกาย ประมาณ 36-37 องศาเซลเซียส ซึ่งจะทำให้กล้ามเนื้อยืดหยุ่น ได้มากกว่า อุณหภูมิปกติ ท่าต่างๆของโยคะร้อน จะช่วยกระชับกล้ามเนื้อในส่วนต่างๆของร่างกาย  ลดปัญหาการปวดหลังและคอ รวมทั้งทำให้ระบบไกลเวียนของโลหิตดีขึ้น อุณหภูมิที่สูงยังทำให้ร่างกายสามารถกำจัดของเสียออกมาในรูปเหงื่อได้เป็นอย่างดี จึงเป็นปัจจัย หลักที่ทำให้น้ำหนักลด และ ทำให้รู้สึกสดชื่นหลังการฝึกความพิเศษของโยคะร้อน
การเล่นโยคะร้อนในห้องร้อนนี้จะทำให้กล้ามเนื้อยืดหยุ่นได้มากกว่าในอุณหภูมิปกติ ท่าต่างๆของโยคะร้อนจะช่วยกระชับกล้ามเนื้อในส่วนต่างๆของร่างกาย ลดปัญหาการปวดหลังและคอ  รวมทั้งทำให้ระบบการไหลเวียนของเลือดดีขึ้น   นอกจากนี้อุณหภูมิที่สูงยังช่วยให้ร่างกายสามารถกำจัดของเสียออกมาในรูปเหงื่อได้อย่างดี ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่จะทำให้น้ำหนักตัวลดลงและรู้สึกสดชื่น สบายตัวหลังการเล่น

โยคะร้อนทั้ง 26 ท่าเหมาะกับผู้เล่นทุกระดับไม่ว่าจะเพิ่งเริ่มเล่นเป็นครั้งแรกหรือเคยฝึกมานานแล้วก็ตาม เพราะแต่ละท่าจะอยู่ในระดับขั้นพื้นฐาน (Beginner) ผสมผสานความยืดหยุ่น ความแข็งแกร่ง เน้นการทำงานของกล้ามเนื้อส่วนหลังและหัวเข่า รวมทั้งความสมดุลเข้าไว้ด้วยกัน จึงเป็นการท้าทายให้ผู้เล่นพยายามปฏิบัติแต่ละท่าให้ถูกต้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการตั้งใจจดจ่ออยู่กับท่าที่กำลังปฏิบัติว่าควรเคลื่อนไหวอย่างไรด้วยจังหวะช้าหรือเร็วขนาดไหน ถือว่าเป็นการบังคับตัวเองให้เกิดสมาธิอย่างเป็นธรรมชาติ เนื่องจากผู้เล่นจะต้องค้างแต่ละท่าไว้ประมาณ 30 วินาที ถึง 1 นาที ซึ่งผลต่อจังหวัดการหายใจ
ทำให้การหายใจอย่างช้าๆ จนจิตใจสงบลงได้โดยอัตโนมัติและยังช่วยระบบการเผาผลาญพลังงานของร่างกายได้ดีอีกด้วย โยคะร้อนเป็นการเคลื่อนไหวในลักษณะของความสมดุลตามธรรมชาติ (natural balance) ซึ่งจะช่วยแก้ไขด้านบุคลิกภาพ เช่น การนั่งหลังโก่งหรือห่อไหล่ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เพียงแค่การเคลื่อนไหว ท่า back bend หรือการเอนตัวไปข้างหลังนั้นจะช่วยเปิดส่วนและสะโพก ดึงกล้ามเนื้อบริเวณนั้น ให้ยืดเหยียด กระชับกล้ามเนื้อส่วนก้นและหน้าท้อง ในขณะเดียวกันยังช่วยให้เลือดไหลเวียนไปเลี้ยงสมองได้ดี

เล่นโยคะอย่างไรให้ได้ผล
การเล่นโยคะต้องอาศัยความสม่ำเสมอในการฝึกฝนเช่นเดียวกับการเล่นกีฬาอื่นๆ เพื่อความพร้อมและการปรับตัวของร่างกาย เสริสร้างความแข็งแรงและสัดส่วนของกล้ามเนื้อให้สมดุล ที่สำคัญคือการเล่นโยคะเป็นประจำนอกจากจะทำให้เกิดความแม่นยำในการเล่นแต่ละท่าแล้ว ยังทำให้ได้ผลลัพธ์เป็นที่น่าพอใจอีกด้วย ดังนั้น แนะนำว่าควรเล่นอย่างน้อยสัปดาห์ละ 2-3 วัน ส่วนเวลาในการเล่นประมาณครั้งละ 90 นาที จะเป็นช่วงเช้าหรือช่วงเย็นก็ขึ้นอยู่กับความสะดวกของผู้เล่น

โยคะร้อนประกอบด้วยทำอะไรบ้าง          
                    
การเล่นโยคะร้อนในแต่ละท่าจะแบ่งเป็น 2 ช่วง โดยช่วงแรกจะใช้เวลา 60 วินาที ส่วนช่วงที่สองจะลดเวลาเหลือ 30 วินาที และแน่นอนว่าก่อนการเล่นทุกครั้งควรเริ่มด้วยท่าอบอุ่นร่างกาย(wam-up) ก่อน ซึ่งมักจะใช้ท่า Surya Namaskara 10 ครั้ง ดังนี้
                 ท่า Surya Namaskara
                   เริ่มจากยืนตัวตรงแขนแนบลำตัวแล้วชูแขนขึ้นเหยียดตรง ก้มตัว แขนกอดหลังขา ทิ้งศีรษะจรดเข่า จากนั้นใช้มือแตะปลายเท้า ขาเหยียดตรงยืดศีรษะไปข้างหน้าแล้วสปริงตัวมาอยู่ในท่าวิดพื้นโดยลำตัวขนานกับพื้น แหงนศีรษะไปด้านหลัง ส่วนขาเหยียดตรงกับพื้น ดันสะโพก แขนและลำตัวเป็นเส้นตรง ส่วนศีรษะขนานกับแขน ลักษณะเหมือนรูปสามเหลี่ยม เสร็จแล้วกระโดดกลับมาในท่ายืนเข่าตึงมือแตะปลายเท้า ย้อนกลับมาท่ากอดเข่า ยืนตรงชูแขนขึ้น และค่อยๆวางแขนสงแนบลำตัวเช่นเดิม
                        ท่าที่ 1 Standing Deep Breathing
                         ยืนตรงขาชิด กำมือประสานกันไว้ใต้คาง สูดลมหายใจเข้าทางจมูกพร้อมกับค่อยๆแหงนหน้า กางข้อศอกออก จากนั้นหุบข้อศอกลงมาชนกันพร้อมกับปล่อยลมหายใจออกทางปาก สังเกตว่าท่านี้จะบังคับให้กล้ามเนื้อบริเวณหน้าท้องทำงาน ซึ่งเป็นการบริหารปอดรับออกซิเจนได้ดี

                             ท่าที่ 2 Half Moon Pose with Hand to Feet Pose
                             ยืนชูแขนเหยียดตรงโดยที่ฝ่ามือประกบกัน แล้วเอียงตัวไปด้านขวาให้สีข้างด้านซ้ายรู้สึกยืดเหยียดเต็มที่ ค้างไว้ 1 นาที แล้วทำสลับอีกข้างหนึ่งเสร็จจากการบริหารสีข้างแล้ให้มาต่อที่การบริหารส่วนหลัง  โดยยืนเตรียมในท่าเดิมแต่เปลี่ยนมาเอนตัวไปข้างหลัง พร้อมกับหายใจและเก็บหน้าท้องค้างไว้ 1 นาที ตามด้วยท่าเอนตัวไปข้างหน้า โดยดึงหลังตรงขนานไปข้างหน้าทั้งสามท่านี้จัดว่าเป็นท่า warm-up ที่ดี สามารถยืดกล้ามเนื้อแทบทุกส่วน เช่น กลางลำตัว ขา และ หลัง เป็นต้น

                             ท่าที่ 3 Standing Bow Pulling Pose
                            ยืนตรงเข่าตึง ก้มตัวลงมือจับยึดส้นเท้า ศีรษะติดเข่า (ท่านี้เหมาะสำหรับทำตอนเช้าตื่นนอนเพราะจะช่วยให้ร่างกายตื่นตัวเร็ว) ต่อด้วยท่าทรงตัวด้วยขาข้างเดียว โดยเริ่มจากยืนด้วยขาซ้าย ยกขาขวาเข่างอ มือจับข้อเท้าส่วนแขนซ้ายให้คว่ำมือ ปลายนิ้วชิดเหยียดขนานกับพื้นไปข้างหน้าพร้อมกับค่อยๆ โน้มตัวไปด้านหน้า และใช้แขนขวาดึงขาให้ยกสูงขึ้น ท่านี้จะสร้างความแข็งแรงให้กับกล้ามเนื้อขา หลัง และสีข้าง

                       ท่าที่ 4 Triangle
                         เริ่มจากยืนกางแขนและขา เอนขาขวามาด้านข้างให้เข่างอตั้งฉากกับพื้น โดยทิ้งน้ำหนักลงที่หัวเข่าขาซ้ายเหยียดตรง เท้ายึดพื้นเอาไว้ แล้วค่อยโน้มตัวไปด้านข้าง แขนซ้ายชี้ขึ้นบนทำมุมตรงกับแขนขวา ปลายนิ้วมือจรดปลายนิ้วเท้า ท่านี้จะเป็นการบริหารกล้ามเนื้อใต้ต้นขา หัวเข่า รวมทั้งสะบักหลัง

                        ท่าที่ 5 Tree Pose
                          ยืนตรงเปิดไหล่แล้วยกเท้าขวามาพักที่หน้าขาบริเวณใต้สะโพก แล้วประนมมือปลายนิ้วจรดปลายคางท่านี้จะช่วยดึงขา หลัง ลำคอหลังจนถึงศีรษะให้เหยียดตึง ขณะเดียวกันให้ดึงลำตัวขึ้น   เก็บก้นและหน้าท้องเพื่อช่วยในการทรงตัว

                        ท่าที่ 6 Tose Stand Pose
                          ยืนเตรียมลักษณะเดียวกับท่า Tree pose แต่เป็นท่านั่งบนขาข้างเดียวโดยเปิดส้นเท้าขึ้นและทิ้งน้ำหนักลงบนส้นเท้า ซึ่งการพับหรืองอเข่าในท่านี้ประมาณ 1 นาที จะเป็นการกักเก็บเลือดเอาไว้ แล้วเพิ่มแรงดันในเส้นเลือดบริเวณดังกล่าวสูงขึ้นส่งผลให้เลือดไหลเวียนได้อย่างสะดวก รวมทั้งช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับข้อเท้า หัวเข่า และการทรงตัวที่ดี แต่ข้อควรระวัง คือ ผู้เล่นท่านี้จะต้องแน่ใจว่าไม่มีปัญหาเรื่องข้อเท้าหรือหัวเข่า

                        ท่าที่ 7 Fixed Firm Pose
                       นอนหงายราบกับพื้นพับขาปลายเท้าแนบสะโพก ไขว้แขนเหนือศีรษะมือจับข้อศอก ยกลำตัวขึ้นเก็บหน้าท้อง แต่บริเวณสะบักหลังและหัวไหล่ติดพื้น ท่านี้จะเป็นการเปิดสะโพกทำให้เลือดบริเวณสะโพก หน้าขา และหัวเข่าไหลเวียนได้ดี

                         ท่าที่ 8 Half Tortoise Pose
                         นั่งคุกเข่าปลายเท้าราบกับพื้น พับลำตัวติดกับหน้าขา   เหยียดหลังให้ตึง โดยใช้แขนทั้งสองข้างช่วยดึงไปข้างหน้า ฝ่ามือประกบกันและไขว้นิ้วหัวแม่มือ ท่านี้จะทำให้เลือดไหลเวียนไปเลี้ยง หัวใจและสมองได้ดี

                         ท่าที่ 9 Camel Pose
                           ท่ายืนบนเข่าแยกขาขนานกันเล็กน้อยแล้วแอ่นหลังในท่าสะพานโค้ง มือจับ ยึดกับส้นเท้าแขนเหยียดตรง แหงนหน้าทิ้งศีรษะไปด้านหลังท่านี้เป็นการบริหารกล้ามเนื้อหน้าขาให้เหยียดตึงและช่วยกระชับกล้ามเนื้อก้น ส่วนการแหงนหน้าทิ้งศีรษะจะช่วยนำเลือดไปเลี้ยงสมอง

                          ท่าที่ 10 Head to Knee Pose with Stretching Pose
                           เริ่มจากนั่งแยกขาโดยขาข้างหนึ่งชี้เป็นเส้นทแยงมุม 45 องศา ตั้งปลายเท้าขึ้น
ให้รู้สึกว่าหลังเข่าตึงเต็มที่ พับขาอีกข้างหนึ่งเก็บมาด้านหน้าแนบต้นขา เอี้ยวตัวก้มลงให้ศีรษะติดหัวเข่าบนข้างที่เหยียดออกพร้อมกับมือจับยึดที่ฝ่าเท้าค้างไว้ 1 นาที จึงต่อด้วยท่านั่งเหยียดขามาข้างหน้า ตั้งปลายเท้าขึ้นแล้วก้มศีรษะติดหัวเข่าเช่นเดิม ท่านี้จะช่วยบริหารกล้ามเนื้อหลังเข่าให้เหยียดตึงรวมทั้งหลังและต้นคอ

ข้อดีของการเล่นโยคะ
                 1.เสริมสร้างความแข็งแรงและความยืดหยุ่นให้กับกล้ามเนิ้อ ข้อพับ หรือ ข้อต่อ
                 2.ช่วยลดน้ำหนักและกระชับกล้ามเนื้อซึ่งช่วยรักษารูปร่างให้ได้สัดส่วนที่สวยงาม
                 3.การเคลื่อนไหวในแต่ละท่าเอื้อต่อระบบการไหวเวียนของเลือดเพื่อไปเลี้ยงส่วนต่างๆของร่างกายให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
                  4.ช่วยบริหารกล้ามเนื้อส่วนหัวใจให้เลือดไหลเวียนดีและขยายปอด
                  5.ไม่ทำให้เกิดอาการข้อเสื่อมภายหลังเพราะแต่ละท่าจะไม่มีการใช้ข้อต่อที่หักโหมเหมือนการเล่นกีฬาหรือ การเต้นบางประเภท
                  6.สามารถฝึกฝนที่บ้านได้ด้วยตนเอง และ ไม่จำกัดว่าควรเล่นในช่วงเวลาใด

                                                 ท่าโยคะร้อน

Thin Prep

ไม่ระบุ, ชีววิทยา No Comments »

“ตินเพร็พ” (ThinPrep Pap Test) เป็นการตรวจมะเร็งปากมดลูกด้วยวิทยาการใหม่ล่าสุด
              มะเร็งปากมดลูก เป็นมะเร็งที่พบมากที่สุดในผู้หญิงไทย การตรวจภายในและตรวจหาเซลล์ผิดปกติจากปากมดลูกอย่างสม่ำเสมอ จะทำให้ตรวจพบความผิดปกติตั้งแต่เริ่มแรก สามารถทำการรักษาได้ง่าย และเป็นการป้องกันการเกิดมะเร็งระยะลุกลาม
การตรวจหาเซลล์มะเร็งแบบเก่าที่เรียกว่า “แป๊ปเสมียร์” (Pap Smear) นั้น ได้ถูกค้นพบมานานกว่า 50 ปีแล้ว การตรวจแป๊ปเสมียร์ แพทย์ผู้ตรวจจะใช้อุปกรณ์ทำจากแผ่นไม้บางๆ ที่ปราศจากเชื้อ ขูดเยื่อบุผิวบนปากมดลูกและเก็บสารน้ำในช่องคลอดแล้วป้ายลงบนแผ่นสไลด์แก้ว ส่งไปย้อมสีและส่องชันสูตรด้วยกล้องจุลทรรศน์

ปัญหาของการตรวจแป๊ปเสมียร์แบบเก่านั้น พบว่า หากขณะตรวจภายในมีการอักเสบ มีเลือดออก หรือมีมูกขาวมาก จะมีการปนเปื้อนของสิ่งเหล่านี้ ซึ่งทำให้บดบังเซลล์ที่มีความผิดปกติ และมีโอกาสที่จะตรวจไม่พบเซลล์ผิดปกติที่มีอยู่ได้

ตินเพร็พ (ThinPrep) เป็นวิธีการใหม่ล่าสุดที่นำมาใช้ในการตรวจหาเซลล์ผิดปกติจากปากมดลูกและในช่องคลอด เริ่มมีการใช้ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2539 ข้อมูลการศึกษาวิจัยจากสถาบันทั่วโลกพบว่า การตรวจด้วยวิธีใหม่นี้ ให้ผลดีกว่าการตรวจแบบเก่าประมาณร้อยละ 65 ในสหรัฐอเมริกาและหลายๆ ประเทศ ได้มีการเปลี่ยนแปลงโดยนำตินเพร็พ มาตรวจหาเซลล์มะเร็งจากปากมดลูก แทนวิธีการตรวจ แป๊ปเสมียร์
แบบเก่า

สำหรับในประเทศไทย การตรวจด้วยวิธี ตินเพร็พ เริ่มใช้มาประมาณ 1 ปี ข้อเสียของวิธีนี้คือ มีราคาสูงกว่าวิธี แป๊ปเสมียร์แบบเก่ามาก แต่มีข้อดีมากกว่าหลายอย่าง รวมทั้งผู้หญิงไม่จำเป็นต้องมาตรวจซ้ำหลายครั้งในระยะเวลา 1 ปี


ตินเพร็พ (ThinPrep)
ใช้อุปกรณ์เฉพาะ เก็บตัวอย่าง ป้ายนำเยื่อบุผิวจากบริเวณปากมดลูกเช่นเดิม แต่จะนำเซลล์ตัวอย่างที่เก็บมาได้ทั้งหมดใส่ลงในขวดน้ำยา เพื่อรักษาเซลล์ ซึ่งจะทำให้ได้เซลล์ตัวอย่างครบถ้วน แล้วนำเข้าเครื่องอัตโนมัติในการเตรียมเซลล์บนสไลด์แก้ว จะมีการกำจัดสิ่งปนเปื้อนของมูก เซลล์เม็ดเลือด หรือลดการซ้อนทับกันของเซลล์ที่หนาแน่นเกินไป ทำให้เพิ่มโอกาสในการตรวจพบความผิดปกติที่มีอยู่ได้ดียิ่งขึ้น

สิ่งมีชีวิตล้วนสัมพันธ์

ไม่ระบุ, ชีววิทยา No Comments »

/km/commen_02.jpgเราอาจสรุปความสัมพันธ์ของกลุ่มสิ่งมีชีวิต ในแหล่งที่อยู่เดียวกันได้  ดังนี้

1. ต่างฝ่ายต่างให้ประโยชน์ซึ่งกันและกัน ( +,+ ) โดยแบ่งได้ 2 แบบ
…………….1.1 ภาวะพึ่งพา ( Mutuarism ) ได้แก่ ไลเคน  แบคทีเรียในปมรากถั่ว   โปรโตซัวในลำไส้ปลวก  แบคทีเรียในลำไส้ใหญ่ของคน

                           /km/lichen_01.jpg                                      

      ไลเคน                 คือการดำรงชีวิตร่วมกันของ รากับสาหร่าย สาหร่ายสังเคราะห์ด้วยแสง อาศัยความชื้นและแร่ธาตุจากรา และราได้อาหารจากสาหร่าย  /km/rhizobium.jpg

 แบคทีเรียไรโซเบียม    ในปมรากพืชตระกูลถั่วทำหน้าที่ตรึงแก๊สไนโตรเจนในอากาศ ให้เป็นปุ๋ยหรือแร่ธาตุแก่รากถั่ว ขณะเดียวกันมันก็ได้ที่อยู่อาศัยและอาหาร จากต้นถั่ว 
…………….1.2 ภาวะการได้ประโยชน์ร่วมกัน ( Protocooperation ) ได้แก่ แมลงกับดอกไม้
นกเอี้ยงกับควาย มดดำกับเพลี้ย ปูเสฉวนกับซีแอนนีโมน

…………….1.2 )

                            /km/buterflyandflower_01.jpg                

 ผีเสื้อกับดอกไม้ได้ประโยชน์ร่วมกัน แมลงกับดอกไม้    แมลงดูดน้ำหวานจากดอกไม้เป็นอาหาร และช่วยผสมเกสรจากการบินไปที่ดอกใหม่ โดยมีเกสรดอกไม้ติดขนที่ขาไปด้วย
2.ฝ่ายหนึ่งได้ประโยชน์ อีกฝ่ายหนึ่งไม่ได้ประโยชน์และก็ไม่เสียประโยชน์ ( +,0 ) หรือ
…………….- ภาวะอิงอาศัยภาวะเกื้อกูล ( Commensalism ) ได้แก่ พลูด่างกับต้นไม้ใหญ่ กล้วยไม้กับต้นไม้  ปลาฉลามกับเหาฉลาม

                  

             /km/commen_02.jpg      /km/commen_01.jpg      

…………….-3.ฝ่ายหนึ่งได้ประโยชน์และอีกฝ่ายหนึ่งเสียประโยชน์ ( +,- ) โดยแบ่งได้ 2 แบบ
              -การล่าเหยื่อ ( Predation ) ได้แก่ ผู้ล่า กับ เหยื่อ ในโซ่อาหาร

…………….- ) 2                               /km/2_predator05.jpg
……………  .-ภาวะปรสิต ( parasitism ) เป็นภาวะที่สิ่งมีชีวิตหนึ่งไปอาศัย กับสิ่งมีชีวิตอีกชนิดหนึ่ง ได้แก่
เชื้อโรคต่าง ๆ พยาธิ หมัด เห็บ ไร

     /km/parasite_tree.jpg  กาฝาก

การเลี้ยงลูกให้มีสุขภาพจิตดี

ไม่ระบุ No Comments »

                     ลูกที่มีสุขภาพจิตดี เป็นที่พึงปรารถนาของพ่อแม่ เพื่อในวันหน้าเค้าจะได้เติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพ เป็น คนดี เป็นคนเก่ง สามารถแก้ปัญหาได้ และสามารถดำรงชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข   ลูกจะเติบโตเป็นเช่นไรนั้นพ่อแม่ ครอบครัวเป็นรากฐานสำคัญในการปั้นแต่ง ปลูกฝัง อบรม บ่มเพาะ ให้เด็กๆมีพัฒนาการที่เหมาะสม ในทุกๆด้าน และมีภูมิคุ้มกันที่ดีสำหรับอนาคตด้วย    
ต่อไปนี้เป็นแบบสำรวจของพ่อแม่และผู้ที่เกี่ยวข้อง กับการดูแลเด็ก  เพื่อเป็นแนวในการปฏิบัติตน

1.      ท่านได้ทำตัวเป็นแบบฉบับที่ดีแล้วหรือ เมื่อท่านต้องการจะให้เด็กเติบโตเป็นคนอย่างไร ท่านก็ควรทำตัวของท่านให้เป็นเช่นนั้นให้ได้เสียก่อน
2.      ท่านได้แสดงความรักต่อครอบครัวไม่ว่าโดยการกระทำ คำพูดพอเพียงแค่ไหน ท่านได้แสดงให้ลูกเห็นหรือไม่ว่า ท่านมีความสุขในชีวิตสมรสเพียงใด ท่านจะเป็นพ่อแม่ได้ดียิ่งขึ้น ถ้าท่านมีชีวิตสมรสที่เป็นสุข
3.      ท่านได้เปิดโอกาสให้เด็กได้เรียนรู้สนุกสนานกับสิ่งต่างๆ รอบตัวเขาอย่างไร ท่านควรยอมให้เด็กทำผิดได้บ้าง ถ้าสิ่งนั้นไม่เป็นอันตรายต่อเด็ก เพราะเด็กๆ จะเรียนรู้ได้จากความผิดพลาดของเขาเอง
4.      ท่านได้เร่งรัดเด็กเกินไปหรือไม่ เด็กยังต้องรอการเติบโตจากภายหน้าต่อไป บางครั้งเขาอาจจะทำอะไรไม่ได้ตามที่ท่านหวัง ควรให้เวลาเด็กเตรียมตัวเพื่อจะได้ทำสิ่งต่างๆ ได้เมื่อเขาพร้อมที่จะทำ
5.      ท่านได้ช่วยให้เด็กรู้จักขอบเขต สิ่งใดควรทำได้ สิ่งใดไม่ควรทำ ท่านทำแล้วหรือยัง ถ้ายังท่านควรทำเสีย
6.      ท่านได้พยายามหาเหตุผลเมื่อเกิดปัญหาต่างๆ ในเด็กขึ้นแล้วหรือยัง เมื่อท่านพบเหตุผลที่แท้จริง การแก้ไขจะไม่ยุ่งยากเลย และควรกล้าที่จะพูดถึงปัญหานั้นๆ
7.      ท่านได้สร้างสิ่งแวดล้อมที่เด็กของท่านจะเรียนรู้ และสนุกกับเด็กอื่นๆ ในวัยเดียวกันแล้วหรือยัง
8.      ท่านมีความมั่นคง  สุภาพ และสม่ำเสมอในการอบรมลูกของท่านหรือไม่ และได้เปิดโอกาสให้เด็กมีอิสระตามขอบเขตที่เขาเคยได้เรียนรู้หรือไม่เพียงไร
9.      ท่านได้ให้ความรู้แก่เด็กเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ในโลกนี้อย่างไร ท่านได้สอนให้เด็กรู้จักใช้ความสามารถที่จะปรับตัวเขาเอง ให้เขากับการเปลี่ยนแปลงต่างๆ นั้นอย่างไร
ข้อพึงปฏิบัติ 6 ประการ ในการเลี้ยงดูลูก ดังนี้
1.      ให้ลูกรู้ว่าเขาเป็นที่รักและต้องการของพ่อแม่
2.      เลิกการฝึกวินัยด้วยการลงโทษให้เจ็บกาย จะทำให้เด็กขลาด มึนซึมและกลัว
3.      ฝึกตั้งแต่เล็กๆ ให้เด็กช่วยตัวเอง ตัดสินใจเองตามอายุ และตามความสามารถของเขา
4.      อย่าสะดุ้ง ตกใจ หรือขวัญเสีย เมื่อเด็กทำอะไรอย่างเด็กๆ หรือตามสัญชาติญาณ เขาต้องการเวลาที่จะปรับตัวให้เป็นคนดี มีวัฒนธรรมตามกลุ่ม โดยเฉพาะตามความต้องการของพ่อแม่
5.      จงปฏิบัติต่อเด็กอย่างคงเส้นคงวาเสมอ ถ้าพ่อแม่เองไม่รู้ว่าจะให้เด็กทำอะไรแล้ว เด็กจะรู้ได้อย่างไรว่าพ่อแม่ต้องการอะไร
6.      อย่าให้เด็กรู้สึกว่าเขาต่ำต้อยไร้สมรรถภาพ
                                                                  Sakorn
ที่มาของข้อมูล
www.icamtalk.com
 
 
 

Show/Hide Interface

ไม่ระบุ No Comments »

บรรดาแถบเครื่องมือต่างๆ ที่แสดงอยู่ในหน้าจอหลักของโปรแกรมนั้น สามารถที่จะพับเก็บให้หายไปโดยคลิกที่แถบเล็กๆ ทางด้านซ้ายหรือด้านบนของแถบนั้น สำหรับแถบเครื่องมือหรือคำสั่งที่เก็บซ่อนไว้แล้ว สามารถเปิดขึ้นมาใช้งานได้อีกโดยคลิกที่ Menu Display> Ul Elements แล้วคลิกเลือกกำหนดว่าจะให้มีการแสดงแถบใดบ้าง

 

 

 

 

 

Shelf

            Shelf เป็นกล่องบรรจุคำสั่งการทำงานต่างๆ เอาไว้ให้เลือกใช้งานได้อย่างสะดวกในรูปแบบของปุ่มไอคอน ซึ่งโดยทั่วไปแล้ว Shelf จะถูกแบ่งออกเป็นหัวข้อย่อยๆ ในรูปแบบ Tab ให้เลือกใช้งานได้อย่างสะดวก
Shelf Editor

                เมื่อมีคำสั่งจำนวนมากบรรจุอยู่ใน Tab Shelf ก็ควรที่จะเข้าจัดแต่งความเรียบร้อยต่างๆ ภายใน Shelf ด้วย โดยการทำงานในส่วนนี้จะอาศัยหน้าต่าง Shelf Editor ซึ่งสามารถเปิดขึ้นมาได้โดยคลิกเลือกคำสั่ง Shelf Editor ที่ปุ่ม Shelf  Menu

……………………………………………………………………..

MySQL

ไม่ระบุ No Comments »

การสร้างความปลอดภัยให้โปรแกรม MySQL
          ผู้ดูแลระบบที่ใช้งานโปรแกรม MySQL เป็นฐานข้อมูลในเครื่องให้บริการใดๆ จำเป็นต้องทราบถึงวิธีการสร้างความปลอดภัยให้กับโปรแกรม MySQL ที่ใช้งาน เนื่องจากการใช้งานฐานข้อมูลทำให้เกิดความเสี่ยงต่อความปลอดภัยของเครื่องตามที่ได้อธิบายแล้วข้างต้น สำหรับหัวข้อนี้จะแสดงรายละเอียดถึงวิธีการในการสร้างความปลอดภัยให้โปรแกรม MySQL บนระบบปฏิบัติการ Red Hat Linux โดยเฉพาะหากผู้ดูแลระบบติดตั้งโปรแกรม MySQL โดยเลือกติดตั้งในขณะที่ติดตั้งระบบปฏิบัติการ หรือติดตั้งโดยใช้แพ็คเกจชนิด RPM จะมีข้อดีคือ ผู้ดูแลระบบจะสามารถใช้โปรแกรม up2date (ตามที่ได้อธิบายไว้ในบทก่อนหน้านี้) ในการตรวจสอบแก้ไขช่องโหว่ที่เกิดขึ้นกับโปรแกรมได้ ในทางตรงกันข้าม หากผู้ดูแลระบบเลือกติดตั้งโปรแกรมโดยคอมไพล์จากไฟล์ต้นฉบับด้วยตนเอง จะมีข้อดีคือโปรแกรม MySQL ที่ได้จะมีความยืดหยุ่นมากกว่า ผู้ดูแลระบบสามารถเลือกออปชันและไลบรารี่ที่จะใช้งานได้ตามต้องการมากกว่า อย่างไรก็ตาม ไม่มีออปชันใดๆ เกี่ยวข้องกับการสร้างความปลอดภัยที่ควรได้รับการพิจารณาเป็นพิเศษในการติดตั้งโปรแกรม MySQL โดยการคอมไพล์จากไฟล์ต้นฉบับ จึงไม่นำมาอธิบายในที่นี้ สำหรับผู้ดูแลระบบที่ต้องการดาวน์โหลดโปรแกรม MySQL หรือตรวจสอบเวอร์ชันของโปรแกรม MySQL ที่จะใช้งาน สามารถหาข้อมูลได้ที่ http://www.mysql.com/downloads/index.html
     ก่อนที่จะอธิบายถึงวิธีการสร้างความปลอดภัยให้โปรแกรม MySQL จะขออธิบายถึงการทำงานของโปรแกรม MySQL สักเล็กน้อย โปรแกรม MySQL ทำงานเป็นฐานข้อมูลและระบบจัดการฐานข้อมูลบนเครื่องให้บริการ โดยเปิดให้ผู้ใช้งานติดต่อฐานข้อมูลผ่านพอร์ต 3306 บนโพรโตคอล TCP ของเครื่องให้บริการ (ค่าดีฟอลต์ของโปรแกรม) หลังจากที่สั่งให้โปรแกรม MySQL เริ่มต้นทำงานจะเกิดการสร้างเดมอนชื่อ mysqld ไว้รอรับการติดต่อ ซึ่งการใช้งานฐานข้อมูลทำได้ 2 วิธีคือ การเข้าใช้ฐานข้อมูลโดยตรงผ่านโปรแกรม mysql และการใช้งานผ่านโปรแกรมที่เขียนขึ้นเพื่อใช้ติดต่อฐานข้อมูล เช่น โปรแกรมที่ถูกเขียนขึ้นด้วยภาษา PHP เป็นต้น ผู้ที่จะเข้าใช้งานฐานข้อมูลได้จะต้องได้รับการตรวจสอบสิทธิ์และพิสูจน์ตัวตนผู้ใช้ ซึ่งบัญชีรายชื่อผู้ใช้ของโปรแกรม MySQL นี้แยกจากบัญชีผู้ใช้งานของระบบโดยเด็ดขาด ไม่มีความเกี่ยวข้องกันแต่อย่างใด โดยจะถูกจัดเก็บและจัดการผ่านฐานข้อมูลของ MySQL ที่ใช้งาน นอกจากนั้น ผู้ดูแลระบบควรจะสร้างผู้ใช้งานในระบบชื่อ mysql และกลุ่มผู้ใช้ชื่อ mysql มารองรับการทำงานของโปรแกรม MySQL ซึ่งจะอธิบายถึงการนำไปใช้ในลำดับต่อไป
วิธีการสร้างความปลอดภัยให้กับโปรแกรม MySQL ทำได้ในหลายระดับ ซึ่งผู้ดูแลระบบสามารถเลือกนำไปปฏิบัติได้ตามรูปแบบและจุดประสงค์การใช้งาน แบ่งเป็นส่วนๆ ได้ดังนี้
-การเริ่มต้นใช้งาน และการเรียกใช้งานโปรแกรม MySQL
-ระบบและวิธีการตรวจสอบสิทธิ์ของโปรแกรม MySQL
-ไฟล์ล็อกของโปรแกรม MySQL
-การจัดการเกี่ยวกับเจ้าของไฟล์ที่เกี่ยวข้องกับโปรแกรม MySQL ในระบบปฏิบัติการ
-ข้อควรระวังที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของโปรแกรม MySQL


   Designed By:  SadhWeb Directory  &  WP Theme

Sponsored By:  Affiliate Marketing Blog  &  Paid Directory