ทางออกคือพลังงานทดแทน

เศรษฐกิจพอเพียง, สิ่งแวดล้อม No Comments »

การพัฒนาอุตสาหกรรมในประเทศกำลังพัฒนา ได้ก่อให้มีการตัดไม้ทำลายป่า และใช้ทรัพยากรธรรมชาติอื่นๆอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้เกิดมลภาวะ ทำให้มีสารพิษปนเปื้อนในน้ำดื่ม น้ำใช้ และอาหารโดยทั่วไป ประกอบกับการใช้พลังงานในภาคอุตสาหกรรม และภาคส่วนอื่นๆ เป็นตัวผลักดันให้เกิดมลภาวะมากขึ้น จากการปล่อยแกสเรือนกระจก หรือคาร์บอนไดออกไซด์ ทำให้เกิดภาวะโลกร้อน ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ และการไหลเวียนของกระแสน้ำซ้ำเติม ทำให้คุณภาพชีวิตโดยรวมของประชาชนต่ำลง

เพื่อที่จะลดมลภาวะในมิติต่างๆ โลกได้หันกลับมาทบทวน การดำเนินกิจการทั้งหลายเพื่อที่จะแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม และภาวะโลกร้อน จึงหันกลับมามองการใช้พลังงานทดแทนที่ไม่ก่อให้เกิดมลภาวะ ที่เรียกว่าเทคโนโลยีสะอาด พลังงานจากแสงอาทิตย์มีอยู่ตลอดเวลา ไม่รู้จักหมด แต่การนำมาใช้ในโลกน้อยเพียง 1 เปอร์เซ็นต์ที่มาตกกระทบ ที่เหลืออีก 99 เปอร์เซ็นต์สูญไปเปล่าประโยชน์

การประหยัดพลังงานในบ้านเรือน

เศรษฐกิจพอเพียง No Comments »

ในยุคที่กำลังวิตกกังวลกันเรื่องโลกร้อน อันมีผลมาจากการใช้พลังงานมากเกินไป ในทางที่ก่อให้เกิดแกสเรือนกระจก ที่ไปปิดกั้นการการถ่ายเทความร้อนออกนอกโลก ซึ่งส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ต่อสิ่งมีชีวิตบนโลก ในรูปของภัยธรรมชาติที่มีความรุนแรงมากขึ้น และอุณภูมิโดยเฉลี่ยสูงขึ้น ก็จะยิ่งทำให้การใช้จ่ายพลังงานมากขึ้น

การประหยัดพลังงานในบ้านเรือนมีส่วนช่วยในการลดภาวะโลกร้อนลงได้หากทุกบ้านช่วยกันประหยัด ในครัวเรือนมีการใช้พลังงานส่วนใหญ่ในรูปของพลังงานไฟฟ้า และพลังงานจากน้ำมันเชื้อเพลิง สำหรับพลังงานไฟฟ้าในรูปของ ไฟฟ้าที่ส่งมาจากโรงไฟฟ้า และในรูปของแบตเตอร์รีลักษณะต่างๆ  ส่วนน้ำมันเชื้องเพลิงสำหรับเป็นพลังงานให้กับยวนยานพาหนะ

แนวทางการประหยัดไฟฟ้าจากแสงสว่าง หลอดไฟฟ้าที่ให้ประสิทธิภาพสูงสุดในปัจจุบันเป็นหลอดแบบตะเกียบและรองลงมาคือหลอดฟลูออเรสเซนต์ ถ้าเลิกใช้หลอดแบบมีไส้ก็จะทำให้ประหยัดไฟฟ้าลงได้มาก อุปกรณ์ที่ให้แสงสว่างจากไฟฉายก็เปลี่ยนมาเป็นไฟฉายที่ไม่ใช้แบตเตอร์รี แต่ให้ใช้แบบที่สามารถชาร์ตแบตได้ด้วยตนเองโดยการบีบโยกคานที่ไฟฉาย ทำให้ไม่เปลืองแบตเตอร์รี 

พลังงานความร้อนที่ได้จากไฟฟ้าเป็นส่วนที่สิ้นเปลือกไฟฟ้ามากที่สุดเช่นเตารีดถึง 1000 วัตต์หรือมากกว่าถ้าเปิดใช้ 1 ชม.ขึ้นไปก็จะเสียค่าไฟฟ้าเป็น 1 หน่วย  หมอหุงข้าวไฟฟ้าประมาณ 500-800 วัตต์ กระติกต้มน้ำ

โดยสรุปการประหยัดพลังงานที่ใช้ภายในบ้านเรือน สามารถประหยัดได้จากการออกแบบบ้านให้มีลักษระโปร่งที่ไม่จำเป็นต้องติดเครื่องปรับอากาศ และในเมืองร้อนไม่จำเป็นต้องมีเครื่องทำน้ำอุ่น ให้รีดผ้าเท่าที่จำเป็น ใช้เสื้อผ้าที่ไม่ต้องรีดมากขึ้น ใช้กระติกน้ำร้อนไม่จำเป็นต้องเสียบปลั๊กแช่ไว้ตลอดคืน หลอดไฟฟ้าที่ให้แสงสว่างเปลี่ยนมาเป็นหลอดไฟฟ้าที่ไม่ใช้ไส้แต่ให้แสงสว่างมากกว่า ตู้เย็นก็ใช้ให้เหมาะกับสมาชิกในครอบครัวไม่จำเป็นต้องมีจำนวนคิวมากเกินไปเน้นการจัดวางให้เป็นระบบมากขึ้น เป็นต้น

องค์กรที่อยู่รอดปลอดภัยในสังคม

เศรษฐกิจพอเพียง, การจัดการความรู้ No Comments »

หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงที่พระราชทานมาให้โดยพระเจ้าอยู่หัว เป็นแนวทางหนึ่งที่จะทำให้องค์กรอยู่รอดปลอดภัยในภาวะปัจจุบัน ดำเนินกิจการทุกอย่างพอประมาณไม่มากไม่น้อย และดำเนินการไปอย่างมีเหตุผลถูกต้องตามหลักตรรกะ รู้เหตุรู้ผลเช่นถ้าปัจจัยนำเข้าดีขึ้นจะส่งผลให้ผลที่ได้ดีขึ้น และการมีภูมิคุ้มกัน ต้องคำนึงถึงความเสี่ยง เผื่อขาดเผื่อเหลือ โดยพยายามตอบคำถาม “อะไรจะเกิดขึ้น….ถ้า….” และถ้าไม่ให้เกิดขึ้นทำความเสียหายควรดำเนินการอะไรเป็นการป้องกัน  จากหลักปรัชญาทั้ง 3 คือความพอประมาณ ความมีเหตุผล และความมีภูมิคุ้มกันนั้น ยังต้องมีความรู้ และคุณธรรมเป็นตัวกำกับ

การมีเงินที่มั่นคง แบบพอเพียง และควรเตรียมตัวให้พร้อมมีความตระหนักไวต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกภายนอก  ใช้ระบบภูมิรู้ในองค์กรดักการเปลียนแปลง สามารถพยากร คาดการล่วงหน้าตามหลักวิชาการ องค์กรสามารถที่จะผนวกพลังแน่นแฟ้น รับสภาพความหลากหลายได้ มีสมานสามัคคี ในการทำแผนจะต้องรู้ศักยภาพ รู้ว่าจะเอาอะไรไปต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลง วิจัยด้านใด บริการวิชาการด้านใด สามารถวิจัยประเด็นเรื่องร้อน เพื่อชี้นำสังคม อธิบายให้สังคมได้เข้าใจเรื่องราวต่างๆ ให้สามารถทำวิจัยได้ทุกเดือน

ประหยัดพลังงานแบบนี้ฟันธงคุณทำได้

เศรษฐกิจพอเพียง No Comments »

จำได้ว่าเมื่อ 30 กว่าปีที่แล้วเราเคยเกิดวิกฤติพลังงานมาครั้งหนึ่ง เคยมีสมาคมทางศาสนาหนึ่ง ได้ออกมาประกาศเลยว่า สมาชิกจะประหยัดพลังงานกันโดยการสวมเสื้อผ้าที่ไม่ต้องรีดผ้า เพราะมองว่าเตารีดผ้านั้นสิ้นเปลืองพลังงานไฟฟ้ามากจึงจะทำให้เสื้อผ้าเรียบ  เพราะเตารีดไฟฟ้าใช้กำลังไฟฟ้าประมาณ 1000 วัตต์ ถ้ารีดผ้า 1 ชั่วโมงจะจ่ายค่าไฟฟ้าประมาณ 1 ยูนิต  อย่างไรก็ตามสำหรับผู้ที่สวมเสื้อผ้าที่ยับไม่ได้รีดก็ดูไม่เรียบร้อยอีก ทำให้เสียบุคลิกภาพได้  จึงมีทางออกสำหรับผู้ต้องการประหยัดไฟฟ้าในส่วนนี้   

ทางออกอย่างหนึ่งก็คือการสวมเสื้อยืดที่ไม่ต้องรีด หรือถ้าเป็นเสื้อเชิ้ต หรือกางเกงก็ให้เลือกซื้อ เสื้อผ้าที่มีที่เขียนบอกไว้วา wringle free หรือกล่าวได้ว่าไม่ย่นไม่ยับนั่นเอง สำหรับคนที่เคยซื้อเสื้อผ้าแบบนี้มาจะทราบดีว่าซักแล้วแค่ตากก็พอไม่จำเป็นต้องรีดก็ไม่มีรอยยับให้เห็น  ผมเคยไปตัดเสื้อสูทสีดำไม่ได้นึกว่าต้องเป็น wringle free แต่เมื่อสวมใส่แล้วจะบับเก็บอัดแน่นยังไงเมื่อคลี่ออกมาก็ไม่มีรอยยับ  กำลังจะไปถามที่ร้านดูว่าเป็นผ้าอะไร จะได้ตัดผ้าชนิดนี้อีก กลัวแต่จะโดนชนิดไม่ยับไม่หย่น แต่ถ้ายับแล้วหย่น

สำหรับที่ไม่แนะนำการประหยัดแบบ 5 ย ทุกที่ ซึ่งสมัยหนึ่งเมื่อ 30 ปีมาแล้วเช่นกันที่กลุ่มบุบผาชนที่นิยมธรรมชาติ ไม่ยอมทำตัวตามกระแสสังคม มีแฟชั่นประจำตัวที่เรียกว่า 5 ย  คือ ยีน ยีด ยาง ย่าม และยาว คือนุ่งกางเกงยีน สวมเสื้อยืด สวมรองเท้ายาง และสะพายย่าม และไว้ผมยาว   เอามาใช้ได้บางโอกาส สักอย่างสองอย่างได้คือ เราใส่เสื้อผ้ายืด หรือใช้ย่ามก็ดูเท่ไปอีกแบบ เสื้อที่ไม่จำเป็นต้องรีด แต่ยังคงจำเป็นต้องซักก็แล้วกัน

 

ประโยชน์ของการวางแผน

เศรษฐกิจพอเพียง No Comments »

โดยทั่วไปการวางแผนคือการกำหนดความต้องการ จะมีการกระทำอะไร และรวมทั้งวิธีการปฏิบัติ รวมถึงการคาดการกระทำในอนาคต จะได้ทราบว่าจะทำอะไร ทำอย่างไร ที่ไหน เมื่อใด กับใคร แลเพื่ออะไรอย่างชัดเจน

ประโยชน์ที่ได้จึงเป็นแนวทางที่จะนำไปสู่การทำงานที่ถูกต้องและอย่างได้ผล  การมีแผนทำให้รักษาระดับความคงเส้นคงวา หรือมีดุลยภาพ ในเรื่องของความไม่แน่นอน ที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงและการตัดสินใจ ทำให้การปฏิบัติงานไปได้อย่างประหยัด และทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพช่วยให้ค่าใช้จ่ายลดลง ทำการประสานร่วมมือมีข้อผิดพลาดน้อย ทำให้การควบคุมง่ายขึ้น

ปกติแล้วในแผนกำหนด เป้าหมายวัตถุประสงค์ของแผนงาน รวมทั้งมาตรฐานการปฏิบัติ และมีการกำหนดผลที่ได้ หรือผลงานไว้ล่วงหน้า ซึ่งใช้เป็นเครื่องมือในการตรวจสอบว่าประสบผลสำเร็จมากน้อยเพียงไร

การกำหนดวัตถุประสงค์และวิธีปฏิบัติในแผนอาจจะเปลี่ยนแปลงได้ตามสถานะการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปในอนาคต จะได้กำหนดไว้ล่วงหน้าในบางกรณี เช่นถ้าเกิดกรณีที่ไม่เป็นตามแผนในทางหนึ่งทางใดแล้วจะดำเนิน ตัดสินใจอย่างไร ที่ยังคงคำนึงถึงวัตถุประสงค์ของแผนเป็นหลัก

การประหยัดพลังงาน

เศรษฐกิจพอเพียง No Comments »

หลายประเทศมีมาตรการประหยัดพลังงานออกมานานแล้ว เช่นประเทศญี่มหาวิทยาลัยบางแห่งออกกฏระเบียบที่อาศัยอยู่ไม่เกิน 2 กม.ไม่ยอมให้ขี่รถมอเตอร์ไซต์มามหาวิทยาลัย  แต่ใช้จักรยานได้ บางที่ในรัศมี 4 กม. ไม่อนุญาตให้ใช้รถยนต์ แต่ที่น่าคิดว่าถ้ามีการฝ่าฝืนจะตรวจสอบกันอย่างไร  หรือว่าเขาซื่อสัตย์กันจริงๆ

แต่การปิดถนนไม่ให้รถวิ่งให้เป็นถนนคนเดินในบางช่วงเวลา นั่นไม่แน่ใจว่าจะประหยัดจริงเพราะไม่ได้ปิดถนนอื่นๆ แต่ที่แน่ๆ คนที่เคยใช้ถนน หรือจอดแถวนั้นเมื่อไม่มีที่จอดก็อาจไม่ใช้รถยนต์ก็ทำให้ประหยัดได้บ้าง

การใช้น้ำมันส่วนใหญ่จากรถยนต์ หรือเครื่องยนต์ที่ใช้น้ำมัน เราเคยประหยัดน้ำมันกันโดยการเคอฟิวบางช่วงเวลา เช่นไม่ขายน้ำมันหลังเที่ยงคืน ก็ไม่แน่ใจว่าประหยัดได้จริงเพราะมีการเติมน้ำมันเผื่อไว้ ที่จะประหยัดได้อยู่บางกลุ่มที่พอรู้ว่ามีน้ำมันไม่พอก็เลยตัดสินใจไม่ไปไหนเสียจากที่เคยไป

แต่การประหยัดที่ได้ผลจริงๆ นั่นก็คือการปิดไฟฟ้า ถ้าปิดไฟฟ้าไม่ใช้วันละ 1 ชั่วโมงจากที่เคยใช้จะเห็นถึงความประหยัดทันที หรือถ้าคำนวณจำนวนวัตต์ของเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน จำนวนวัตต์ที่เขียนไว้บ่งบอกถึงอัตราการใช้ไฟฟ้าถ้าลดจำนวนวัตต์เครื่องใช้ไฟฟ้าลงได้ ใช้ให้ขนาดเล็กลงก็จะประหยัดไฟฟ้าแน่นอน

 

โปรไบโอติกกับการเลี้ยงกุ้งกุลาดำ

เศรษฐกิจพอเพียง, ชีววิทยา, เกษตร-คหกรรม, เทคโนโลยี No Comments »
โปรไบโอติก มีรากศัพท์มาจากภาษากรีกมีความหมายว่า
“เพื่อชีวิต” (for life)
             ความหมายของโปรไบโอติก คือ จุลินทรีย์ หรือกลุ่มของจุลินทรีย์ที่มีชีวิตเมื่อคนหรือสัตว์บริโภคเข้าไปแล้วสามารถ
ดำรงชีวิตอยู่ในระบบทางเดินอาหารแล้วก่อให้เกิดประโยชน์แก่ผู้บริโภค
 

จุลินทรีย์ที่เป็นโปรไบโอติกจะทำหน้าที่เป็นตัวควบคุมทางชีวภาพทำให้เกิดสมดุลย์ของจุลินทรีย์ในระบบทางเดินอาหารของกุ้งลดปริมาณเชื้อที่เป็นโทษและก่อให้เกิดโรค เพิ่มปริมาณเชื้อที่มีประโยชน์ให้มีปริมาณ
ที่มากขึ้น
         แนวคิดการใช้โปรไบโอติกเริ่มจากในคนที่มีการบริโภคนมเปรี้ยว หรือโยเกิรต์       แล้วพัฒนามาสู่การใช้ในการเลี้ยงสัตว์ได้แก่ไก่ หมู วัว ซึ่งส่งผลให้สัตว์ที่เลี้ยงมีสุขภาพดีขึ้นไม่ต้องใช้ยาปฏิชีวนะในการป้องกันการเกิดโรค และแนวคิดนี้ถูกนำมาปรับใช้ในการเพาะเลี้ยงกุ้งกุลาดำ
โดยการนำเอาโปรไบโอติกในสัตว์บกมาใช้กับกุ้งกุลาดำมา ในระยะหลังได้มีการทำวิจัยโปรไบโอติกในสัตว์น้ำมากขึ้นก็มีการนำเข้าโปรไบโอติกที่ใช้ในปลาจากต่างประเทศมาใช้กับกุ้งกุลาดำ
          
        โปรไบโอติกที่เคยถูกนำมาใช้ในการเลี้ยงกุ้งนั้นไม่ใช้เชื้อจุลินทรีย์โปรไบโอติกที่เหมาะกับกุ้งอย่างแท้จริงดังนั้นจึงเห็นว่าผลของการใช้งานจะไม่มีประสิทธิภาพสูงที่สุด   และนับว่าเป็นโอกาสที่ดี
ของเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งในประเทศไทยที่มีทีมงานนักวิทยาศาสตร์ที่มีความรู้ ความสามารถเห็นถึงประโยชน์และความจำเป็นในการประยุกต์ใช้โปรไบโอติกเพื่อพัฒนากระบวนการผลิตกุ้งกุลดำให้มีประสิทธิภาพที่ดีขึ้นและผลผลิตมีคุณภาพที่ดีขึ้น ได้ทุ่มเทกำลังกาย ความรู้ ความสามารถ
ทำการค้นคว้าวิจัยจนได้จุลินทรีย์โปรไบโอติกที่เหมาะสำหรับการใช้เป็นอาหารเสริมเพื่อการป้องกันโรคและ เสริมสุขภาพกุ้งให้สมบรูณ์แข็งแรง
โดยจุลินทรีย์โปรไบโอติกที่เหมาะสมกับกุ้งกุลาดำจะมีลักษณะดังต่อไปนี้ 1. เป็นจุลินทรีย์ที่ก่อให้เกิดประโยชน์กับกุ้ง ได้แก่ทำให้กุ้งแข็งแรงขึ้น ทนต่อความเครียดได้มากขึ้น ความต้านทานโรคสูงขึ้น และส่งผลให้กุ้งมีการเจริญเติบโตที่ดีขึ้น
2. ต้องเป็นจุลินทรีย์ที่ไม่ก่อให้เกิดโทษ
3. จุลินทรีย์โปรไบโอติกในรูปผลิตภัณฑ์ต้องเป็นจุลินทรีย์ที่มีชีวิตและต้องมีปริมาณมากพอที่จะก่อให้เกิดประโยชน์กับกุ้งเมื่อกุ้งกินเข้าไป
4. ต้องเป็นจุลินทรีย์ที่สามารถเกาะติดอยู่กับผนังของทางเดินอาหารและดำรงชีวิตอยู่ในทางเดินอาหารของกุ้งได้ดี
5. จุลินทรีย์โปรไบโอติกที่อยู่ในรูปผลิตภัณฑ์ต้องมีชีวิตอยู่ได้นาน เก็บรักษาได้ง่ายและมีชีวิตอยู่ได้จนกว่าจะถึงเวลาใช้งาน
6. ต้องเป็นจุลินทรีย์ที่มีลักษณะทางพันธุกรรมที่คงที่ไม่มีการกลายพันธุ์

การทำงานของโปรไบโอติกที่ทำหน้าที่ป้องกันการเกิดโรคและทำให้กุ้งแข็งแรงขึ้นจะทำหน้าที่   สองประการด้วยกันคือ
- เมื่อจุลินทรีย์โปรไบโอติกเข้าสู่ตัวกุ้งโดยวิธีกินแล้วจะเข้าไปยึดเกาะกับผนังของลำไส้และสร้าง สารยับยั้งการเจริญของเชื้อ Vibrio ทำให้ปริมาณเชื้อที่อาจก่อให้เกิดโรคมีจำนวนลดลง เป็นการลดความเสี่ยงจากการ
เกิดโรค
- จุลินทรีย์โปรไบโอติกจะไปกระตุ้นให้ภูมิคุ้มกันโรคของกุ้งมีสูงขึ้นกุ

 

 


จากผลการทดลองแสดงให้เห็นว่าการใช้ โปรไบโอติก เป็นอาหารเสริมเพื่อป้องกันโรคและ
เสริมสุขภาพของกุ้งสามารถทำให้ผลผลิตของกุ้งสูงขึ้น และลดความเสี่ยงจากการเกิดโรคได ้เป็น
อย่างดีทั้งในการเลี้ยงกุ้งในบ่อดินและการอนุบาลลูกกุ้ง

ผลการทดลองประสิทธิภาพของโปรไบโอติกสายพันธุ์ไทยในการเลี้ยงกุ้ง

การทดลอง
การเจริญเติบโต
อัตราการรอด
ไม่ใช้โปรไบโอติก
ใช้โปรไบโอติก
ไม่ใช้โปรไบโอติก
ใช้โปรไบโอติก
การทดลองในห้อง
ปฏิบัติการ(100วัน)
4 กรัม
7 กรัม
15 %
33%
การทดลองในบ่อดิน
หน้าฝน(100วัน)
19 กรัม
23 กรัม
65%
76.6%
การทดลองในบ่อดิน
หน้าหนาว(100วัน)
17 กรัม
23 กรัม
62%
80%

ผลการทดลองประสิทธิภาพของโปรไบโอติกโดยการผสมโปรไบโอติกลงในอาทีเมียแล้ว
ทำการอนุบาลกุ้งวัยอ่อนระยะ postlarva ด้วยอาทีเมียเป็นเวลา 15 วัน

ค่าที่ทำการตรวจวัด
ไม่ใช้โปรไบโอติก
ใช้โปรไบโอติก
การเจริญเติบโต
ความยาว
1.7ซม.
1.83ซม.
น้ำหนัก
26.0 มก.
43.8.0 มก.
อัตราการรอด
85%
89%

ผลของโปรไบโอติกต่อระบบภูมิคุ้มกันของกุ้งกุลาดำ

ค่าที่ทำการตรวจวัด
ไม่ใช้โปรไบโอติก
ใช้โปรไบโอติก
จำนวนเม็ดเลือดทั้งหมด
ต่ำกว่า
สูงกว่า
Phagocytic activity
% phagocytosis
ต่ำกว่า
สูงกว่า
Phagocytosis index
ต่ำกว่า
สูงกว่า
ABPC*
ไม่แตกต่างกัน
ไม่แตกต่างกัน
Phenoloxidase
ไม่แตกต่างกัน
ไม่แตกต่างกัน
Antibacterial activity
ไม่แตกต่างกัน
ไม่แตกต่างกัน

ABPC* จำนวนสิ่งแปลกปลอมที่เม็ดเลือดสามารถจับกินได้


              จากผลการวิจัยและทำการทดลองข้างต้นจะเห็นได้ว่า โปรไบโอติกสายพันธุ์ไทย สามารถนำมาประยุกต์ใช้เพื่อปรับปรุงกระบวนการผลิตกุ้งกุลาดำตั้งแต่ การเพาะพันธุ์ จนถึงการเลี้ยงโดยใช้เป็น
อาหารเสริมสุขภาพที่มีประสิทธิภาพในการป้องกันโรคติดเชื้อจากแบคทีเรีย และทำให้กุ้งมีสุขภาพแข็งแรงสมบูรณ์ขึ้น การเจริญเติบโตและอัตราการรอดสูงขึ้น ผลประโยชน์ที่ผู้เลี้ยงกุ้งจะได้รับได้แก่
1. ได้ใช้โปรไบโอติกที่ให้ประสิทธิภาพสูงสุดคือเป็นโปรไบโอติกสายพันธุ์ไทยที่เหมะสมกับการเลี้ยง
กุ้งกุลาดำอย่างแท้จริง
2. ใช้โปรไบโอติกทดแทนการใช้ยาปฎิชีวนะในการป้องกันการเกิดโรคจะช่วยลดต้นทุนการเลี้ยงและ
การใช้ยาเมื่อกุ้งป่วยจะมีประสิทธิภาพทำให้การใช้ยาได้ผลดี การรักษาอาการป่วยจากการติดเชื้อ
แบคทีเรียไม่ยากอย่างที่เป็นอยู่ในสภาพปัจจุบัน
3. ลดความเสี่ยงจากการเกิดโรค กุ้งทนต่อความเครียดในบ่อได้มากขึ้น
4. กุ้งมีการเจริญเติบโตที่ดีขึ้น เนื่องจากตับและตับอ่อนของกุ้งไม่ถูกทำลายเนื่องจากการใช้ยามากเกินไปและกุ้งไม่ต้องต่อสู้กับเชื้อแบคทีเรียในระบบทางเดินอาหารเพราะโปรไบโอติกเข้าไปควบคุมไม่ให้ vibrio มีการเจริญขึ้นมามากในทางเดินอาหาร
5. อัตราการรอดของกุ้งสูงขึ้นเนื่องจากโปรไบโอติกไปกระตุ้นให้กุ้งมีระบบภูมิคุ้มกันที่แข็งแกร่งมากขึ้น

              เมื่อการกุ้งมีการเจริญเติบโตที่ดี อัตราการรอดสูงขึ้น ต้นทุนการผลิตลดลง ความเสียหายของผลผลิตที่เกิดจากการใช้ยารักษาโรคที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรียลดลง และกุ้งที่เลี้ยงมีการใช้ยาหรือสารปฏิชีวนะ
น้อยลง ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตต่ำลงผู้เลี้ยงกุ้งมีรายได้มากขึ้นและที่สำคัญที่สุดจะทำให้ผลผลิตโดยรวมของกุ้งจากประเทศไทยมีคุณภาพสูงขึ้นไม่มีการตกค้างหรือปนเปื้อนของยาปฏิชีวนะในกุ้งทำให ้ประเทศคู่ค้าที่ซื้อกุ้งจากประเทศไทยไม่สามารถยกประเด็นการตกค้างของยามากีดกันหรือใช้เป็นข้ออ้างเพื่อกดราคา หรือไม่ซื้อกุ้งจากประเทศไทย อันนำมาซึ่งความมั่นคงของธุรกิจการเลี้ยงกุ้งของ และผลผลิตกุ้งของประเทศไทยในตลาดโลกอย่างแท้จริง

     

สารต้านมะเร็งในพืชผัก - ผลไม้

อาหารและสุขภาพ, เศรษฐกิจพอเพียง, วิทยาศาสตร์ทั่วไป, ชีววิทยา No Comments »

/km/orange_1.jpg/km/cabage.jpg

 /km/cabbage.jpg          /km/images.jpg     /km/som.jpg            /km/pineapple.jpg

ผักและผลไม้ ชนิดต่างๆ  นอกจากมีเส้นใยอาหาร แล้วยังประกอบไปด้วยสารต้านมะเร็งอีกมากมายหลายชนิด

                มะเร็งเป็นสาเหตุการตายเป็นอันดับหนึ่ง ในคนไทย มะเร็งเป็นโรคร้ายแต่สามารถป้องกันได้   การกินอาหารที่ประกอบด้วยผัก - ผลไม้ ให้มากกว่าครึ่งหนึ่งของปริมาณอาหารที่กิน หรือ ประมาณ 500 กรัมต่อวัน และลดอาหารไขมันสัตว์ จะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งได้ ร้อยละ 20-30
 
              จากผลการศึกษาทางระบาดวิทยา ในประชากรที่กินอาหาร ประกอบด้วยพืชผัก และผลไม้มากเป็นประจำ จะมีอัตราการเกิดมะเร็งน้อยกว่า ในประชากรที่กินอาหารเนื้อสัตว์มาก และกินผักผลไม้น้อย
ผัก-ผลไม้มีคุณค่าอะไร 
               ใน ผัก-ผลไม้  มีเส้นใยอาหาร เกลือแร่ วิตามัน และสารหลายชนิด (bioactive compounds) เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ และสารที่มีฤทธิ์ยับยั้งขบวนการเกิดโรคมะเร็ง ซึ่งสามารถป้องกันโรคหัวใจ เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง ความดันโลหิตสูง โรคกระดูกพรุน   โรคอ้วน โรคอัลไซเมอร์ และชะลอความแก่ชราได้อีกด้วย              ถ้ากินผัก ผลไม้สด วันละ 500 กรัม เป็นประจำ ช่วยลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคมะเร็ง(มะเร็งช่องปาก หลอดอาหาร ปอด กระเพาะอาหาร ตับ ลำไส้ใหญ่ ตับอ่อน เต้านม กระเพาะปัสสาวะ) ได้ร้อยละ 20

เส้นใยอาหารคืออะไร

                 เส้นใยอาหารโดยทั่วไป หมายถึง สารจากพืชที่ไม่ย่อยสลายด้วยเอนไซม์ ในทางเดินอาหารของคน การกินอาหารที่มีเส้นใยสูง มีความสัมพันธ์กับการลดความเสี่ยง ต่อการเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ และอาจลดความเสี่ยงของมะเร็งชนิดอื่น เช่น มะเร็งเต้านม ช่องปาก กระเพาะอาหาร และทวารหนัก เป็นต้น
ตัวอย่างผัก  ผลไม้
           
ผักตระกูลกะหล่ำ
                พืชตระกูลกระหล่ำมีหลากชนิด เช่น บรอคโคลี กระหล่ำปลี ดอกกระหล่ำ หัวผักกาด มีสารสำคัญหลายชนิด เช่น sulforaphane และสาร isothiocyanate ซึ่งช่วยขับพิษสารเคมี สาร indole สามารถจับสารก่อมะเร็ง ขับพิษสารเคมี และรักษาสมดุลของฮอร์โมนเอสโตรเจน สาร glucosinolate ส่งเสริมระบบภูมิคุ้มกัน และยับยั้งการเจริญของเนื้องอก เป็นต้น

                             

/km/cabage.jpg       /km/cab_violet.jpg         /km/cab_red.jpg        /km/cab_pom.jpg

        

ส้ม มะนาว   
                ส้ม - มะนาว นอกจากมีวิตามินซีแล้ว ยังประกอบไปด้วยสารอื่นๆ เช่น สาร flavonoids ที่มีคุณสมบัติต้านการอักเสบ ต้านมะเร็ง  ยับยั้งการแข็งตัวของเลือด ต้านอนุมูลอิสระ และยับยั้งการเจริญของเซลล์มะเร็ง  สาร limonoids กระตุ้นการขับพิษ  ยับยั้งการเจริญของเนื้องอก   สาร limonoids กระตุ้นการขับพิษ สาร carotenoids ยับยั้งอนุมูลอิสระ สาร terpenes ลดการสร้างคลอเรสเตอรอล และส่งเสริมเอนไซม์ที่ยับยั้งสารก่อมะเร็ง 
                                    /km/orange_1.jpg        /km/som_3.jpg                     

หอม - กระเทียม                                   พืชประเภท หอม - กระเทียม มีสารป้องกันมะเร็งหลายชนิด เช่น สาร diallyl disulfide และ daillyl trisulfide พบในน้ำมันกระเทียม สาร S-allyl cystein พบในกระเทียมทุบ สารเหล่านี้มีกลไกการทำงานหลายอย่าง เช่นกระตุ้นการขับพิษ ยับยั้งการเจริญของเซลล์มะเร็ง เพิ่มภูมิคุ้มกัน เป็นต้น

            เห็ด และสาหร่ายทะเล
                    สาร lentinan ในเห็ดหอม และเห็ดหลินจือ และสาร polysaccharide ในเห็ด Mitake สามารถกระตุ้นภูมิคุ้มกัน และสามารถยับยั้งการแพร่กระจาย ของเซลล์มะเร็งในสัตว์ทดลอง ในสาหร่ายทะเลมีสาร mucin ซึ่งมีคุณสมบัติคล้ายเส้นใยอาหาร จะดูดซับน้ำ และสารพิษ นอกจากนี้ยังพบสาร mucopolysaccharide ที่สามารถกระตุ้นภูมิคุ้มกันได้อีกด้วย

     

 /km/hed.jpg      /km/hedhom.jpg         /km/hed_linjue2.jpg        /km/mushroom.jpg

      เครื่องเทศ
                    ในเครื่องเทศ พบสารต้านมะเร็ง เช่น พริกไทย ขิง ขมิ้น rosemary และอื่นๆ สารเหล่านี้มีคุณสมบัติต้านการอักเสบ ต้านมะเร็ง กระตุ้นภูมิคุ้มกัน และต้านอนุมูลอิสระ

                                    

                      /km/king.gif        /km/kawan3.jpg

   ผัก - ผลไม้อื่นๆ

  •  สับปะรด มีสาร bromelain ต้านมะเร็งในสัตว์ทดลอง ยับยั้งการแบ่งตัวของเซลล์มะเร็ง และลดการแพร่กระจายของเซลล์มะเร็ง    /km/pineapple.jpg
  • ทับทิม แอปเปิล องุ่น และสตรอเบอร์รี่ มีสาร Ellagic acid ที่สามารถจับและทำลายพิษ ของสารก่อมะเร็ง

                                   /km/tubtim.jpg          /km/2500013.jpg

  • แอสปารากัส อะโวกาโด บรอคโคลี แตงโม มีสาร glutathione เป็นสารที่มีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระ และขับพิษสารเคมี
  • ผักชีฝรั่ง มีสาร polyacetylenes สามารถยับยั้งการสร้างสารส่งเสริมมะเร็งได้

                                        

                            /km/pumpkin.jpg

                          ฟักทอง ผักไทยๆที่มีคุณค่าสูง

 

 

ความเข้าใจปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

เศรษฐกิจพอเพียง 7 Comments »

จากปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ที่กำหนดให้มีความพอประมาณ ความมีเหตุผล และมีภูมิคุ้มกัน โดยมีอีก 2 เงื่อนไขกำกับคือ คุณธรรม และ ความรู้  ซึ่งเงื่อนไขสองประการหลังที่ถือเป็นพื้นฐานที่สำคัญ เพราะการทำอะไรก็แล้วแต่จะต้องมีความรู้ ยิ่งความรู้ในโลกนี้เพิ่มขึ้นตลอดเวลา ดังจะเห็นว่ามีสาขาวิชาใหม่ๆ เกิดขึ้นที่เป็นไปในทางที่จะช่วยให้ ทุกชีวิตสะดวกสบายขึ้น แต่ก็ไม่แน่ว่าจะทำให้เกิดความสงบสุขมากขึ้นหรือไม่ ทั้งนี้เพราะเป็นไปได้ไว่คนอาจจะนำความรู้ไปใช้ในทางที่ผิด  คนอาจนำความรู้ไปใช้ในทางที่ทำให้การฉ้อฉลได้แนบเนียนขึ้น หรือยิ่งพัฒนาไปใช้ในการโกงได้มากขึ้น ดังที่ดิวอี้ปรมาจารย์ทางการศึกษาได้เคยกล่าวไว้  ดังนั้นการที่จะต้องมีเงื่อนไขทางด้านคุณธรรมกำกับไว้จึงมีความเหมาะสม ที่จะส่งเสริมการนำหลักเศรษฐกิจพอเพียงในสามประการแรกมาใช้

ปัญหาของประเทศตั้งแต่ระดับบุคคล ครอบครัว ชุมชน และ ระดับประเทศนั้นมาจากสิ่งที่ขัดกับหลักการสามประการ คือความไม่พอประมาณ ไม่มีเหตุผล และ ไม่มีภูมิคุ้มกัน  ถ้าเรายกตัวอย่างที่เราประสบอยู่ เช่นหนี้สินของครู และหนีสินของเกษตรกร ซึ่งมีตัวบ่งชี้ที่หนีสินครัวเรือนที่เพิ่มขึ้นเป็นตัวบ่งชี้  ทั้งเกษตรกร และครูถือว่าเป็นอาชีพที่สำคัญ การเป็นหนี้ถือว่าอ่อนแอ ซึ่งส่งผลให้เกิดปัญหาสังคมมากมาย ครูที่เป็นหนี้สินคงจะไม่มีเวลาที่จะคิดสอนเด็กนักเรียนให้ได้ดี เพราะต้องแบ่งความคิดไปแก้ปํญหาตัวเองส่วนหนึ่ง เด็กนักเรียนที่ไม่ได้รับการดูแลก็จะไปสร้างปัญหาต่อไป  เกษตรกรที่เป็นหนี้สินอาจมีสาเหตุจากหลายสาเหตุ เช่นการทำเกษตรไม่ได้ผล รายได้ต่ำไม่พอกับรายจ่าย ไม่สามารถดูแลครอบครัวให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีได้ 

แต่เมื่อมีหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเป็นแนวหลักยึดถือ มีความเป็นเป็นได้ว่าจะสามารถที่จะแก้ปัญหาได้ในระดับหนึ่ง ทั้งนี้เพราะเมื่อค้นไปยังปัญหาที่แท้จริง นั้นส่วนมากมาจากความไม่พอประมาณ ความไม่มีเหตุผล และไม่มีภูมิคุ้มกัน  การจะทำให้ผู้คนเข้าใจถึงความสัมพันธ์เกี่ยวโยงทั้งหมดของหลักเศรษฐกิจพอเพียงนั้น ต้องเปลี่ยนความเขื่อและทัศนคติหลายอย่างของผู้คนในทุกระดับ ว่าสังคมที่พัฒนา อยู่ดีมีสุขนั้น ไม่ใช่เงินเพียงอย่างเดียว  แต่การมีชีวิตอยู่ตามอัตภาพถือว่าเป็นความสัจจริงที่ทุกคนจะต้องให้ความเคารพ การอยู่อย่างไม่ยึดมั่นถือมั่นสิ่งใดๆ ไร้พันธนาการน่าจะเป็นความสุขที่แท้จริงมากกว่า การต้องมีวัตถุมากมาย ดังนั้นการพอประมาณนั้นกับการมีเหตุผลต้องอยู่ควบคู่กันไปเสมอ จะพอประมาณได้แค่ไหนก็อยู่ที่เหตุและผล ส่วนการจะมีภูมิคุ้มกันนั้นเป็นการป้องกัน เพื่อความมั่นคง เพื่อความไม่ประมาท เพราะทุกสิ่งทุกอย่างยังมีความไม่แน่นอน จะต้องมีการบริหารความเสี่ยงในทุกระดับซึ่งมีความสมเหตุสมผลที่จะต้องมีการเผื่อส่วนนี้ไว้  ทำไมจะต้องมีการออมไว้เพื่อฉุกเฉิน ทำไมต้องมีการประกันต่างๆ เป็นต้น

การคิดอย่างมีเหตุผลเป็นอย่างไร

ปรัชญา, เศรษฐกิจพอเพียง No Comments »

ในปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงก็มีความมีเหตุผลเป็นประเด็นสำคัญ ซึ่งคงจะหมายถึงการคิดและการกระทำอย่างมีเหตุผล  และโดยเฉพาะในทางการศึกษาการสอนให้คิดได้อย่างมีเหตุผลน่าจะเป็นเป้าหมายหลักอย่างหนึ่ง 

โดยทั่วไปการคิดจะหมายถึงการตีความ พิจารณา ใคร่ครวญ ไตร่ตรอง เพื่อทำอะไรอย่างใดอย่างหนึ่ง ถ้าตามแนวคิดของดิวอี้ก็เพื่อที่จะพิจารณาเพื่อแก้ปัญหาอย่างใดอย่างหนึ่ง การนั่งเม่อใจลอยโดยไม่มีเป้าหมายใดถือว่าไม่เป็นการคิด ส่วนการคิดในกระบวนการทำงานของคอมพิวเตอร์นั้นคิดแต่เพียงว่าให้เรียกข้อมูลมาได้และประมวลผลที่ก่อให้เกิดการตัดสินใจ หรือพูดง่ายๆ ว่ามีความจำและการตัดสินใจ ยิ่งมีความจำมากก็ยิ่งตัดสินใจได้ดีและถือว่าการคิดและการกระทำทุกอย่างต้องมีการตัดสินใจ

สำหรับการคิดอย่างมีเหตุผลน่าจะมีองค์ประกอบดังต่อไปนี้

  • มีจิตใจใฝ่รู้ มีความสงสัยที่จะเป็นแนวทางการศึกษาต่อไป 
  • มีความรู้สึกที่ส่งผลต่อเป็นแรงขับที่ต้องการในการทำสิ่งต่างๆ ให้มีความชัดเจน ละเอียดถี่ถ้วน
  • มีความพอใจที่จะเข้าสู่รากฐานที่มาของสิ่งทั้งปวงในระดับที่ลึกซึ้ง
  • ฟังความคิดเห็นที่ตรงข้ามจากบุคคลอื่นด้วยความจริงใจ เห็นใจ
  • มีแรงขับที่จะหาหลักฐานมาสนับสนุน
  • มีความเห็นแย้งกับความคิดที่สับสนวุ่นวายก่อให้เกิดปัญหาสร้างความแตกแยก
  • ไม่ยอมให้ใครมาทำให้มาตรฐานที่ดีเป็นที่ยอมรับต้องคลอนแคลน
  • อุทิศตัวเพื่อให้ได้มาซึ่งความจริงตามที่ตนเองสนใจ

ความพอเพียงแห่งตน

เศรษฐกิจพอเพียง No Comments »

จากกระแสพระราชดำรัสพระเจ้าอยู่หัวที่เกี่ยวกับเศรษฐกิจพอเพียง เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2540

“ความพอเพียงนี้ไม่ได้หมายความว่าทุกครอบครัวจะต้องผลิตอาหารของตัวเอง จะต้องทอผ้าใส่ให้ตัวเอง สำหรับครอบครัวอย่างนี้มันมากเกินไป  แต่ว่าในหรู่บ้านหรือในอำเภอจะต้องมีความพอเพียงพอสมควร บางสิ่งบางอย่างที่ผลิตได้มากกว่าความต้องการก็ขายได้  แต่ขายในที่ไม่ห่างไกลเท่าไร ไม่ต้องเสียค่าขนส่งมากนัก…”

ความพอเพียงแห่งตนน่าจะเกี่ยวข้อง กับเศรษฐกิจพอเพียง ในทางการศึกษาเคยมีการนิยามความหมายความพอเพียงแห่งตน (self-sufficiencey) ว่าหมายถึง ความสามารถในการทำกิจการงาน ใดๆ ได้สำเร็จตามเป้าประสงค์ของตนเองอาจเป็นการกระทำของบุคคล กลุ่มบุคคลหรือชุมชนที่มีความสามารถของตนเองอย่างพอเพียงโดยไม่ต้องพึ่งพาอาศัยความช่วยเหลือหรือความร่วมมือจากภายนอก ผลที่ดีจะเกิดจากการมีความพอเพียงแห่งตนในระดับที่เหมาะสมพอเหมาะพอควร  (สารานุกรมศึกษาศาสตร์,2543 ฉบับที่ 19 มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ)

การมีความเป็นอยู่ที่พึ่งพาตนเองเป็นส่วนใหญ่ เพราะสามารถตอบสนองความต้องการต่างๆ ได้ด้วยตนเอง อย่างไรก็ตามในสภาพปัจจุบัน การพึ่งพิงกันและกันมีความซับซ้อน คงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่ยังจะต้องพึ่งพาจากภายนอกเป็นครั้งคราว อันเนื่องจากสภาพสังคมวิถีชีวิตที่เปลี่ยนไปสามสภาพโลกาภิวัฒน์ และความพอเพียงคงไม่ได้หมายความว่าเราต้องทำอะไรด้วยตนเองทุกเรื่อง แต่ทำอย่างไรให้ใช้ศักยภาพที่มีอยู่ได้อย่างเต็มที่ เต็มความสามารถ อย่างหมาะสม

จากความหมายของความพอเพียงแห่งตน มีส่วนประกอบสำคัญ 3 ส่วนด้วยกันคือ

   ส่วนที่เกี่ยวกับความสามารถ
   ส่วนที่เกี่ยวกับกิจการงาน
   ส่วนที่เกี่ยวกับเป้าประสงค์ของบุคลลในการกระทำกิจการงาน

    ได้มีผู้ศึกษาเกี่ยวกับคนที่สามารถพอเพียงกับตนและที่ไม่สามารถพอเพียงแตกต่างกัน ดังตัวอย่างบางประการ ดังเช่น 

     เมื่อประสบปัญหาอุปสรรคคนที่พอเพียงสามารถที่จะนำเป้าประสงอื่นมาแทนเป้าประสงค์ที่มีอุปสรรค  คนไม่สามารถพอเพียงจะแสดงอาการโกรธเคือง โวยวาย ไม่พอใจ

     เมื่อเผชิญกับความผิดพลาดคนสามารถพอเพียง จะสำนึกผิดและแก้ไข คนไม่พอเพียงสำนึกผิดน้อย พยายามหลบเลี่ยงให้พ้นผิด

      ในการควบคุมตนเอง คนสามารถพอเพียงควบคุมตนเองได้ขณะที่ไม่มีการควบคุมจากภายนอก คนไม่พอเพียง จะเกิดสับสนวุ่นวายทันทีที่ไม่มีการควบคุมจากภายนอก

      ในการเผชิญกับความวิตกกังวล คนสามารถพอเพียงมีทางเลือกในการแสดงออกแบบต่างๆ สำหรับผู้ไม่พอเพียงจะสู้หรือหนีเพียงอย่างเดียว

    

เศรษฐกิจพอเพียงกับตู้เย็น

เศรษฐกิจพอเพียง, บ้าน ยานยนต์ No Comments »

ช่องทำความเย็นของตู้เย็นหรือฟรีสเซอร์นั้นทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ และดั้งนั้น การสิ้นเปลืองหรือประหยัดมากที่สุดเมื่อมีอาหารสิ่งของอยู่เต็ม ให้ใส่อาหารให้มากเท่ามาก ทั้งนี้เพราะจะลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานลงได้ ไม่ต้องเสียค่าน้ำมันและค่าสึกหรอของรถ การชื้อยกโหลก็ทำให้ประหยัดได้มาก ไม่ต้องเดินทางไปซื้อหลายครั้ง

ควรทำความสะอาดผงฝุ่นที่อยู่ด้านล่างที่เก็บคอมเพรสเซอร์ และแผงระบายความร้อนตู้เย็นทุกๆ 3 เดือน ขณะที่ทำความสะอาดอย่าลืมถอดปลั๊กไฟออกเสียก่อน ลดความเสี่ยงจากการช็อกจากกระแสไฟฟ้ารั่วไหลได้ การทำเช่นนี้จะทำให้อาหารในตู้เย็นสดได้อยู่เสมอเป็นเวลานาน

การละลายน้ำแข็ง (defrost)ในตู้เย็นบางครั้งทำให้น้ำหยดใหลมาในส่วนด้านล่างที่เก็บอาหารประเภทต่างๆ ไว้ อาจใฃ้ผ้าที่ดูดซับน้ำมาวางไว้ แล้วนำออกไปบีบน้ำออกเป็นครั้งคราว

ขั้นตอนการผลิตโยเกิร์ตด้วยตนเอง

เศรษฐกิจพอเพียง, โครงงาน No Comments »

แบ่งออกได้เป็น 5 ขั้นตอนคือ
1ใ ขั้นตอนการเตรียมนม ขั้นตอนนี้อาจมีการปรับปริมาณไขมัน มีการเติมสารคงตัว (stabilizer) เช่นเจลาตินลงไปเพื่อให้ได้ลักษณะเนื้อสัมผัสที่ดี
2. การทำให้เป็นเนื้อเดียวกัน (Homogenization) ขั้นตอนนี้ต้องการทำให้เนื้อสัมผัสของโยเกิร์ตที่ได้ภายหลังการหมักมีเนื้อเนียน มีกลิ่นรสเป็นครีม และช่วยลดการแยกชั้นของนม
3. ขั้นตอนการให้ความร้อน ทำเพื่อทำลายจุลินทรีย์ที่ก่อให้เกิดโรค และจุลินทรีย์อื่นๆที่ไม่ต้องการ นอกจากนี้ยังช่วยกำจัดอากาศที่มีอยู่ในนม ส่งผลให้เกิดสภาวะที่เหมาะสมต่อการเจริญของจุลินทรีย์กลุ่ม Lactobacillus sp
4. ขั้นตอนการหมัก เป็นขั้นตอนการเติมจุลินทรีย์ลงในนม สำหรับจุลินทรีย์กลุ่ม Lactobacillus sp ที่สำคัญต่อการผลิตโยเกิร์ตได้แก่ Lactobacillus bulgaricus และ Streptococcus thermophilus ซึ่งจุลินทรีย์ทั้งสองชนิดนี้จะใช้น้ำตาลแลกโทสในนมเป็นแหล่งพลังงาน และสร้างกรดแลกติกรวมทั้งสารที่ให้กลิ่นรสออกมา กรดแลกติกที่เกิดขึ้นจะไปสลายความคงตัวของอนุภาคเคซีน (Casein Micelle) ทำให้เกิดการรวมตัวกัน และตกตะกอนลงบางส่วน
5.บ่มที่ 40-44 องศาเซลเซียสเป็นเวลา 4-5 ชั่วโมงจนเกิดเป็นก้อนนิ่มๆ พร้อมที่จะบริโภคได้

ผักพื้นเมือง

อาหารและสุขภาพ, เศรษฐกิจพอเพียง, เกษตร-คหกรรม No Comments »

 

 

 


 ผักกูด
ลักษณะ
            ผักกูดคือยอดอ่อนของไม้จำพวกเฟิร์น ลักษณะเป็นกอรากแตกฝอยเป็นกรุจุกใหญ่ ก้านใบแตกจากเหง้าใต้ดิน ก้านใบยาวประมาณ 1 เมตร ใบเป็นแผงแบบขนนก แตกเป็นคู่ขนานตั้งแต่กลางก้านใบไปจนตลอดปลายใบเล็กหงิกงอ ยอดอ่อนและปลายยอดม้วนงอแบบก้นหอยและมีขน
การปลูก
            ไถแปลงพร้อมกับการใส่ปุ๋ยคอกแล้วขุดหลุมปลูก ระยะปลูก 50 x 50 เซนติเมตร นำไหลหรือหัวที่เตรียมไว้วางลงในหลุมแล้วเอาดินกลบโคน เมื่อผักกูดเริ่มตั้งตัวได้ใส่ปุ๋ยยูเรียผสมกับปุ๋ยสูตร 15 - 15 - 15 อัตรา 75 กิโลกรัม/ไร่ ให้น้ำวันละ 1 ครั้ง เมื่อผักกูดแก่สังเกตจากยอด จะเล็กลงและโคนกอสูงขึ้น ให้ล้มกอเดิมแล้วนำไหลใหม่มาปลูกแทน
โรคแมลงที่สำคัญ :    มีน้อย
การขยายพันธุ์
               หัว   ไหล 
การเก็บเกี่ยว
                เมื่อปลูกได้ 6 เดือนสามารถเก็บผลผลิตได้ โดยเก็บ 3 วัน / ครั้ง
ส่วนที่ใช้บริโภค
                ยอดอ่อน และใบ
 

 

สมุนไพร(ว่านหางจระเข้)

เศรษฐกิจพอเพียง, เกษตร-คหกรรม No Comments »

ว่านหางจระเข้

ชื่อพื้นเมืองอื่นๆ ว่านไฟไหม้ หางตะเข้

ชื่อวิทยาศาสตร์ Aloe barbadensis Mill. Aloe vera Linn

วงศ์ Liliaceae

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์

พืชล้มลุก ลำต้นสั้น ใบออกเป็นกระจุกที่ปลายลำต้นใบเป็นใบเดี่ยว รูปยาวปลายแหลม หนาและฉ่ำน้ำ ขอบใบมีหนามแหลมผิวใบมีสีเขียวใสและมีรอยกระสีขาว ภายในมีวุ้นและเมือกมาก ช่อดอกออกตรงกลางลำต้น ก้านช่อดอกยาวมาก ดอกเป็นหลอด โดยดอกเชื่อมติดต่อกันเป็นท่อ ปลายแยกกัน กลีบดอกสีส้มแดง

การปลูก

ว่านหางจระเข้ เป็นพืชที่ปลูกง่ายโดยใช้หน่ออ่อน ขึ้นได้ดีบริเวณริมทะเล ที่เป็นดินทราย และ มีปุ๋ยอุดมสมบูรณ์ จะปลูกในกระถางหรือในแปลงก็ได้ ปลูกห่างกัน 1-2ศอก เป็นพืชที่ต้องการน้ำมาก แต่ต้องมีการระบายน้ำที่ดี มิฉะนั้นจะทำให้รากเน่าและตาย ว่านหางจระเข้ต้องการแดดรำไร ถ้าถูกแดดจัดใบจะเป็นสีน้ำตาลแดง

ส่วนที่ใช้เป็นยา วุ้นและเมือกจากใบสด

ช่วงเวลาเก็บเป็นยา เก็บในช่วยอายุ 1 ปี

สาระสำคัญ

1. วุ้นและเมือกจากใบ มีสารพวกไกลโคโปรตีน (glycoprotein) ชื่ออะลอคทินเอ (aloctin A) และ อะลอคทินบี (aloctin B) ซึ่งเป็นสารที่ออกฤทธิ์ลดอาการอักเสบและช่วยสมานแผลโดยไปส่งเสริมการจับตัวและการเจริญเติบโตของเซลส์ที่บาดแผล ทำให้แผลหายเร็วขึ้น

2. ยางสีเหลืองในส่วนของเปลือกใบ มีสารจำพวกแอนทราควินดนน ซึ่งมีฤทธิ์เป็นยาระบายหลายชนิด เช่น อะโลอีโมดิน (aloe-emodin), อะโลซิน (aloesin), อะโลอิน (aloin) เป็นต้น

ประโยชน์ในการรักษา

1. วุ้นจากใบใช้รักษาแผลไฟไหม้ น้ำร้อนลวกและ แผลถลอก

วิธีใช้

เลือกใบว่านหางจระเข้ที่อยู่ส่วนล่างๆ เพราะใบใหญ่ได้วุ้นมากนำมาปอกเปลือกสีเขียวออก ล้างยางสีเหลืองที่ติดมาออกให้หมด โดยใช้น้ำต้มสุกหรือน้ำด่างทับทิม ขูดเอาวุ้นใสมาพอกบริเวณแผล ทาวันละ 2 ครั้ง เช้า-เย็น จนกว่าแผลจะหาย จะช่วยระงับความเจ็บปวด ช่วยให้แผลหายเร็วและไม่เกิดแผลเป็น

ข้อควรระวัง

1. ควรล้างยางสีเหลืองจากส่วนเปลือกออกให้หมดก่อนนำมาใช้ควรทดสอบว่ามีอาการแพ้หรือไม่ โดยทาวุ้นลงบริเวณแขนด้านใน หากไม่เกิดอาการคันหรือแดงก็ใช้ได้

2. วุ้นและเมือกจากใบใช้รักษาแผลเรื้อรัง และแผลในกระเพาะ

วิธีใช้

นำใบมาปอกเปลือกออก เหลือแต่วุ้น ล้างน้ำให้สะอาด ใช้รับประทานวันละ 2 เวลา เช้า-เย็น

3. น้ำเมือกจากใบใช้ทาผิวหนังเพื่อป้องกันและบำบัดรักษาผิวหนังเกรียมจากแสงเอ็กซเรย์และกัมมันตรังสี ปัจจุบันมีการนำว่านหางจระเข้มาผสมในเครื่องสำอางอีกด้วย เช่น เครื่องสำอางที่ใช้บำรุงผิวและผมเป็นต้น

4. ยางสีเหลืองจากเปลือกใบ ใช้ทำยาดำซึ่งมีฤทธิ์เป็นยาระบาย โดย เมื่อกรีดใบว่านหางจระเข้จะมียางสีเหลืองๆ ไหลออกมา เมื่อนำน้ำยางที่ได้ไปเคี่ยวเพื่อระเหยน้ำออกไป เมื่อทิ้งให้เย็น จะเป็นก้อนสีน้ำตาลดำ เรียกว่า “ ยาดำ “ ใช้เป็นยาระบาย และมักจะใช้แทรกในตำรับยาแผนโบราณที่ต้องการให้มีการระบายให้มีการระบายหลายตำรับ จนกระทั่งมีคำพังเพยว่า ”แทรกเป็นยาดำ” ยาดำ เมื่อรับประทานแล้ว จะเกิดอาการใช้ท้องเพราะทำให้ลำไส้เคลื่อนไหวมาก ขนาดรับประทานประมาณ 250 มิลลิกรัม หรือประมาณเท่าเม็ดถั่วเขียว ว่านหางจระเข้พันธุ์ที่ปลูกในไทยมีปริมาณน้ำยางน้อยไม่อาจใช้ในการผลิดยาดำ ยาดำส่วนใหญ่จึงต้องนำเข้าจากต่างประเทศ


   Designed By:  SadhWeb Directory  &  WP Theme

Sponsored By:  Affiliate Marketing Blog  &  Paid Directory