การใช้กประโยชน์จากการสะกดจิตที่นึกไม่ถึง

วิทยาศาสตร์ทั่วไป No Comments »

การสะกดจิตที่ผู้เขียนเล่ามานั้นเป็นเหตุเกิดที่เขามหาชัย ผู้เขียนก็คิดว่าผลของการมาสะกดจิตนั้นก็ให้ผลไปในทางดีคือคิดในแง่บวกไว้ว่ามีผลต่อการเปลี่ยนแปลงของบุคคลที่สะกดจิตไปละลึกชาติได้ และการสะกดจิตให้ทราบล่วงรู้ถึงอนาคตได้ อาจทำให้เป็นคนที่กลับตัวเป็นคนดีมีจิตใจที่มีเมตตาขึ้น หรือไม่ก็อาจเป็นคนที่มีความมุ่งมั่นที่จะทำให้เป็นไปเหมือนอนาคตตามที่ถูกจูงจิตไปจากการถูกสะกดจิต ซึ่งจะเป็นจริงหรือไม่เป็นจริง ตามความคิดของผู้เขียนก็ไม่ควรไปยึดมั่นถือมั่น เพราะเรื่องในอนาคตเป็นสิ่งไม่แน่นอน 

การใช้ประโยชน์ที่คาดไม่ถึงนั้นเป็นเรื่องที่ ผู้เขียนเล่าเรื่องสะกดจิตที่เขามหาชัยให้อาจารย์ท่านหนึ่งฟังแล้ว ปรากฏว่าอาจารย์ท่านนี้ก็เล่าให้ฟังว่า คงจะเป็นอาจารย์คนเดียวกันที่มาสะกดจิตที่โรงเรียนสมัยที่เขาเป็นนักเรียน ซึ่งวิธีการก็ใกล้เคียงกันทุกอย่างผู้เขียนก็เลยถามว่า แล้วถูกสะกดจิตให้ย้อนไปในอดีตอนาคตอย่างไร ท่านก็เล่าให้ฟังว่าเหมือนกับหลับไปก่อนเพื่อนแต่ก็ไม่หลับจริง ไม่ได้เกิดอะไรขึ้นแต่พอเห็นเพื่อนๆ ละลึกชาติกันได้ ก็เลยคิดขึ้นมาได้ทันทีว่าน่าจะได้ผลถ้าจะนำไปใช้จีบสาวๆ ว่า “เออนี่นะตอนที่ไปในอนาคตนะดูเหมือนว่าฉันจะได้เป็นแฟนกับเธอนะ” ผมก็กลัวเสียมารยาทไม่ได้ถามต่อว่าจีบสาวได้สำเร็จหรือเปล่า ผมคาดไม่ถึงจริงๆ ครับสำหรับการประยุกต์ใช้การสะกดจิตในครั้งนี้

ป้องกันอันตรายที่อาจเกิดจากไฟฟ้า

วิทยาศาสตร์ทั่วไป No Comments »

จากบทความอันตรายจากที่ไฟฟ้าไม่ลัดวงจร การที่ไม่ลัดวงจรแต่ก็อาจทำให้เกิดการอาร์คหรือสปาร์ค เกิดประกายไฟฟ้าขึ้นได้ ถ้ามีเชื้อเพลิงหรือสารที่ติดไฟได้ง่ายอยู่ใกล้ๆ  การใช้ปลั๋กไฟที่คุณภาพต่ำหลวมขณะที่ปลั๋กตัวผู้และตัวเมียสัมผัสกันไม่สนิดหรือแต่บ้างไม่แตะบ้างจะเกิดการอาร์ค และเกิดความร้อนสูงทำให้เกิดไฟไหม้ได้ ดังนั้นเพื่อป้องกันเกิดไฟไหม้จากกรณีดังกล่าวนี้ จึงควรเลือกซื้อปลั๋กที่มีคุณภาพ และถ้าเป็นไปได้ควรใช้ปลั๋กที่มีขั้วต่อสายดินไว้ป้องกันไฟฟ้าลดวงจรอีกทางหนึ่ง

เครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีคุณภาพจะออกแบบให้มีการต่อสายหนึ่งลงดินเสมอ ส่วนใหญ่จะต่อมาจากตัวถังของเครื่องใช้ไฟฟ้าไปยังช่องสายดิน เพราะเมื่อไรก็ตามที่มีการรั่วไหลของกระแสไฟฟ้ามาที่ตัวถังของเครื่องใช้ไฟฟ้า ซึ่งมักจะเป็นส่วนที่ผู้ใช้งานมาสัมผัสหยิบจับอยู่เสมอ นั้นก็จะไม่เป็นอันตรายแทนที่กระแสไฟฟ้าจะผ่านมายังตัวคน ก็จะไหลผ่านลงดินได้สะดวกกว่าก็จะไม่เกิดอันตรายกับคนผู้ใช้ไฟฟ้า

ธรรมชาติของไฟฟ้าที่จะทำให้เกิดอันตรายกับผู้ใช้ไฟฟ้าได้ก็ต่อเมื่อร่างกายของคนเป็นทางผ่านของไฟฟ้าไปลงดิน ถ้าคนสวมรองเท้าหนาที่เป็นฉนวนไฟฟ้าไม่ผ่านไปลงดินก็ไม่ครบวงจรเก็ไม่เกิดอันตรายกับบุคคลนั้นแม้จะแตะอยู่กับสายไฟฟ้าที่อาจก่อให้เกิดอันตรายได้ เปรียบเหมือนกับนกที่เกาะบนสายไฟฟ้าแรงสูงแต่ไม่เคยทำอันตรายต่อนกที่เกาะบนสายไฟฟ้าแรงสูงนั้น  แต่เมื่อไรก็ตามที่งูเลื่อยผ่านสาวนไฟฟ้าสองเส้น เส้นสายไฟฟ้าแรงสูงกับอีกสายหนึ่งที่มีศักย์ไฟฟ้าต่อกว่าจะเกิดการลัดวงจรทันที ทำให้ตัวงูระเบิดออกและทำให้ไฟฟ้าดับได้ ดังนั้นตามเสาไฟฟ้าจึงได้มีการติดตาข่ายกันงูไม่ให้เลื้อยขึ้นไปที่สายไฟฟ้าแรงสูง

การสูญพันธ์ครั้งใหญ่

วิทยาศาสตร์ทั่วไป, ฟิสิกส์ No Comments »
การสูญพันธ์ครั้งใหญ่อาจเกิดขึ้นเป็นรอบปกติทุก 26 ล้านปี จากฐานข้อมูลซากดึดดำบรรพจากคอพพิวเตอร์เป็นหลักฐานใหม่ ที่ชี้ให้เห็นว่าการสูญพันธ์ครั้งใหญ่ไม่ได้เกิดขึ้นแบบสุ่มที่ไม่มีระเบียบระบบใดๆ  แต่เป็นการเกิดขึ้นเป็นรอบตามปกติ ถ้าเชื่อตามหลักฐานนี้ และถ้าเชื่อว่ามีสาเหตุมาจากการพุ่งชนของลูกอุกกาบาต และอาจมีนักวิทยาศาสตร์บางคนโต้แย้งว่าเป็นไปได้ที่ การสูญพันธ์ครั้งใหญ่แต่ละครั้งเกิดจากการชนของลูกอุกาบาต ซึ่งจะเห็นตัวบงบอกให้ทราบว่าลูกจะถูกชนด้วยอุกาบาตขนาดใหญ่จากอวกาศเป็นช่วงเวลาที่เท่าๆกัน ทำไมการชนดังกล่าวควรจะเกิดขึ้นยังไม่เป็นที่ชัดเจนทั้งหมดทีเดียว

พวกเราไม่ควรเป็นกังวล การจะเกิดการสูญพันธ์ใหญ่ครั้งต่อไปยังไม่ถึงเวลาในเร็ววัน  เนื่องจากการสูญพันธ์ใหญ่ครั้งล่าสุด เมื่อ 11 ล้านปีมาแล้ว เรายังมีเวลาอีกไม่น้อยกว่า 15 ล้านปีก่อนที่อุกกาบาตใหญ่ก้อนต่อไปจะมา

กรณีสูญพันธ์ของไดโนเสาร์

วิทยาศาสตร์ทั่วไป No Comments »
/km/dinoroidspl0509_468x283.jpg

การสูญพันธ์ของไดโนเสาร์อาจเป็นไปได้ว่าเกิดจากการเคลื่อนทีพุ่งเข้าชนโลกของลูกอุกาบาต  ทฤษฎีใหม่ล่าสุดที่พยายามอธิบายการสูญพันธ์ของไดโนเสาร์คือสาเหตุอันเป็นผลจากการพุ่งชนโลกของลูกอุกบาตที่มีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 6 ไมล์หรือประมาณ 10 กม. ผลกระทบจากผงฝุ่นที่กระจายไปบังแสงอาทิตย์ในช่วงเวลาประมาณ 3 เดือน ทำให้พืชเกือบหมดตายลง และสัตว์กินพืช (herbivores)  ก็คงจะตายตามไปด้วย และตามไปด้วยสัตว์ที่กินสัตว์ด้วยกัน (carnivores) ฉากองค์สถานะการณ์เช่นนี้เรียกว่าสมมุติฐานของ Alvares หลังจากทีมงานพ่อลูก ของ Luis และ Walter Alvarez เป็นคนแรกที่นำเสนอหลักฐานสนับสนุน

ตามสถานะสมมุติฐานของ Alvares คือ มีหลักฐานจำนวนมากที่บ่งบอก เป็นผลกระทบกระทบการชนของลูกอุกาบาตที่เกิดขึ้นในเวลาเดียวกับการสูญพันธ์ ไม่ว่าจะเป็นสาเหตุของการสูญพันธ์ หรือเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้สูญพันธ์หรือไม่ ในเรื่องนี้ยังคงเป็นประเด็นที่ยังคงถกเถียงกันมากในปัจจุบัน

/km/dinoextinctpic.jpg

ทำไมต้องมีกาแลคซี

วิทยาศาสตร์ทั่วไป No Comments »

เหตุผลว่าทำไมต้องมีดาราจักรนั้น  แม้ว่าเราจะรู้เกี่ยวกับดาราจักรอื่นมามากกว่ากึ่งศตวรรษ เราก็ยังไม่สามารถอธิบายว่าทำไมจึงมีอยู่ ที่จริงแล้วทฤษฎีเกือบทั้งหมดดูเหมือนว่าจะทำนายว่าจะไม่มีอยู่

ปัญหาพื้นฐานก็คือดาราจักรไม่สามารถที่จะมารวมเข้าด้วยกันภายใตแรงโน้มถ่วงจนกระทั่งอายุประมาณ ห้าแสนล้านปี ก่อนหน้านี้ความดันในการขยายตัวตามทฤษฎีบิกแบงมีสูงมากเกินไป ในอีกทางหนึ่งในช่วงเวลาสั้นๆเท่านั้นหลังจากกำหนดห้าแสนปี การขยายตัวจะแผ่สารออกไปอย่างเบาบางสำหรับดาราจักรที่จะก่อตัวขึ้นตามขนาดที่เราเห็น ไม่มีใครที่ตอบได้ว่ามีการบีบรวมตัวกันอย่างไร ด้วยกระบวนการที่ระยะเวลาอันยาวนานในการก่อตัวขึ้นเป็นดาราจักรอยู่ในช่วงเวลาสั้นๆ ความพยายามยังคงดำเนินอยู่ต่อไป แต่ก็ยังคงเป็นปัญหาหลักที่ยังไม่สามารถตอบได้ในจักรวาลวิทยาสมัยใหม่

ดาวเนปจูน

วิทยาศาสตร์ทั่วไป No Comments »

/km/neptune.jpg

ในวันที่ 25 เดือนสิงหาคม คศ. 1989 การเคลื่อนตัวไปของดาวเนปจูนได้เผยให้ทราบความลึกลับที่ซ่อนไว้ แล้วก่อให้เกิดปัญหาใหม่  เช่นเดียวกับดาวเคราะห์วงนอกอื่น ดาวเนปจูนมีดวงจันทร์ 8 ดวง และมีชุดของวงแหวนของตัวเอง ลมที่พัดที่พื้นผิวมีอัตราเร็วมากที่สุดในระบบสุริยะ ที่เร่งความเร็วไปจนถึง 1500 ไมล์ต่อชั่วโมง มีพายุอ้นยาวนานคงอยู่ของตัวเอง คล้ายคลึงกับจุดแดงใหญ่ของดาวพฤหัส แต่เรียกว่าจุดมืดใหญ่ (great dark spot)

ดาวเนปจูนเป็นดาวเคราะห์ดวงแรกที่ค้นพบจากการทำนาย  ไม่มีอะไรที่เบี่ยงเบนไปในวงโคจรของดาวยูเรนัสจากเส้นทางการพยากรณ์  นักดาราศาสตร์ในศตวรรษที่ 19 ได้คำนวณว่าจะมีดาวเคราะห์ใหญ่เท่าใด และอยู่ห่างเท่าใดที่จะทำให้เกิดการเบี่ยงเบนไป แล้วหันกล้องโทรทรรศน์ไปยังจุดที่ได้คำนวณไว้ และทำให้ค้นพบดาวเนปจูนในวันที่ 23 กันยายน 1845

/km/neptune1.jpg

การเคลื่อนที่ของทรายบริเวณชายหาด

วิทยาศาสตร์ทั่วไป No Comments »

/km/6_6_2.jpg

สายพานลำเลียง littoral เคลื่อนทรายไปตามชายหาด  เมื่อคลื่นโถมเคลื่อนเข้ามาที่ชายหาด ปกติแล้วจะมาในทิศที่ทำมุมหนึ่ง  หลังจากที่ได้ชะล้างที่ชายหาด แล้วมีส่วนที่ไหลกัลเข้าสู่น้ำทะเลอีกภายใต้อิทธิพลของแรงโน้มถ่วง  ดังนั้นการเคลื่อนที่ของน้ำผลลัพธ์ (รวมทั้งทรายที่น้ำนำมา) มีรูปลักษณะคล้ายฟันเลื่อย ตามทิศทางคลื่นที่เข้ามา และตามทิศทางกลับออกไปตามแรงโน้มถ่วง ในช่วงระยะเวลาเป็นวัน เป็นสัปดาห์ เม็ดทรายแต่ละเม็ดตามแนวชายหาดหนึ่งๆ จะเคลื่อนตัวอย่างช้าๆ ขึ้นๆ ลงๆ ตามชายหาดเหมือนกับฟันเลื่อยแต่ละฟันเคลื่อนไปเล็กน้อย การเคลื่อนที่ของทรายลักษณะนี้เรียกกันว่าสายพานลำเลียง littoral (littoral conveyor belt)

/km/22196027.jpg

 

ชายหาด

วิทยาศาสตร์ทั่วไป No Comments »

/km/long_beach_big.jpg

 ชายหาดไม่ได้คงอยู่ตลอดไป  การเคลื่อนที่ของแผ่นเปลือกโลก (tectonic motion) เปลี่ยนตำแหน่งของท้องมหาสมุทร และการเปลี่ยนแปลงระดับน้ำทะเลเนื่องยากยุคน้ำแข็งเป็นเรื่องปกติ  ดังนี้นอะไรที่เป็นแนวชายหาดปัจจุบันอาจจะอยู่ใต้น้ำหรืออยู่ลึกเข้าไปในอนาคต  นอกจากนี้กระบวนการในระยะยาว มีแรงตามธรรมชาติหลายอย่างที่อาจทำให้ชายหาดมีการเปลี่ยนแปลงในช่วงระยะเวลาแค่สิบปี  ดังนั้นชายหาดต่างๆ เป็นสิ่งที่การแปลงเปลี่ยนไป เท่าที่เป็นอยู่้ก็ขอให้ได้ใช้ประโยชน์ให้มากที่สุดก็แล้วกันหรือ เท่าที่จะทำได้ก็แล้วกัน

ดาราจักร

วิทยาศาสตร์ทั่วไป No Comments »

/km/galaxy.gif

แม้ว่าเราจะรู้จักเกี่ยวกับดาราจักรอื่นๆ มากกว่าครึ่งศตวรรษมาแล้ว เราก็ยังคงไม่สามารถอธิบายได้ว่าทำไมถึงการคงอยู่ของมัน  ในความเป็นจริงทฤษฎีเกือบทั้งหมดดูเหมือนว่าจะพยากรณ์ว่าจะไม่คงอยู่

ปัญหาพื้นฐานก์คือ ดาราจักร์ทั้งหลายไม่ได้เริ่มมาอยู่ด้วยกันภายใต้อิทธิพลของความโน้มถ่วงจนกระทั่งเอกภพมีอายุประมาณ5แสนปี ก่อนหน้านี้ความดันในการขยายตัวของการระเบิดใหญ่มีขนาดมากเกินไป ในอีกทางหนึ่งในช่วงสั้นๆ หลังจากระบุระยะเวลา 5 แสนปีไว้ การขยายตัวของสารจะแผ่กว้างออกไปจนเบาบางลงกว่าสำหรับการเป็นดาราจักรตามขนาดที่เรามองเห็นที่จะก่อกำเนิดขึ้น  ไม่มีใครที่จะกำหนดว่าการบีบรวมตัวกัน เป็นกระบวนการที่ยาวนานในการเกิดดาราจักรให้มีขนาดเล็กๆลงในช่วงเวลาอันสั้น  ความพยายามที่จะอธิบายยังคงดำเนินต่อไป แน่นอนว่าสิ่งนี้ยังคงเป็นปัญหาหลักที่จะต้องแก้ปัญหากันต่อไปในจักรวาลวิทยา (cosmology) สมัยใหม่

ทะเลทรายและเนินทราย

วิทยาศาสตร์ทั่วไป No Comments »

/km/te_paki_sand_dunes_89.jpg

รูปแบบของการสึกกร่อนพัดพาในทะเลทรายเกิดขึ้นจากลมพัด ซึ่งพัดพาเอาดินทรายกระจายไปทั่ว และฝนมีมานานๆ ครั้ง เมื่อฝนมาก็จะชะล้างดินออกไป  ดังนั้นไม่มีกระบวนการใดที่เกิดขึ้นในทะเลทรายที่ไม่เกิดที่อื่นตราบเท่าที่การสึกกร่อนพัดพายังคงมีอยู่ กรณีทะเลทรายไม่ได้มีอะไรเป็นพิเศษออกไป

ทะเลทรายเป็นมากกว่าเนินทรายขนาดใหญ่ (sand dunes) แม้ว่าจะมีบริเวณที่เป็นทราย(เรียกว่า ergs) ในทะเลทรายหลายแห่ง ไม่ไปไกลกว่าภูมิลักษณะ (topography) ของทะเลทรายโดยทั่วไปที่ประกอบด้วยพืชพรรณในบริเวณเล็กๆแยกออกจากแผ่นดินแห้งแล้งเปล่าๆ

เนินทรายใหญ่ถูกสร้างขึ้นโดยกระบวนการที่เรียกว่าการเคลื่อนที่เป็นช่วง (saltation) ถ้าความชัน (slope) ของเนินทรายต่ำ เม็ดทรายจะถูกพัดพาไปโดยลมทำให้เคลื่อนเนินทรายออกไป และแล้วลาดต่ำลงไป เป็นการเพิ่มระดับของเนินทราย ถ้าความชันมากเกินไปในอีกกรณีทรายจะเคลื่อนตัวลงจากเนินทรายทำให้ลดระดับลง

ทะเลทรายไม่ได้คงอยู่ตลอดไป

วิทยาศาสตร์ทั่วไป No Comments »

/km/california_deserts.jpg

ทะเลทรายเป็นบริเวณใดๆที่มีฝนตกทุกปีน้อยกว่าหนึ่งนิ้ว  ขณะที่บริเวณที่ฝนตกเป็นจำนวน 5 นิ้วจะเรียกว่าบริเวณกึ่งแห้งแล้ง (semiarid)  บระเวณทะเลทรายขนาดใหญ่บนโลกไม่จำเป็นต้องเป็นทะเลทรายในอดีต และไม่จำเป็นว่าจะต้องเป็นทะเลทรายในอนาคตเสมอไป  โดยทั่วไปทะเลทรายปรากฏในบริเวณที่บรรยากาศมีความดันสูงแบบคงตัว หรือในบริเวณที่เกิดเงาฝน (rain shadow) ตามแนวเทือกเขาใหญ่ เช่นทะเลทราย Mojave ในแคลิฟอร์เนีย เป็นตัวอย่างของการเกิดทะเลทรายแบบนี้ ส่วนทะเลทรายซาฮาร่าเป็นทะเลทรายแบบขาดฝนในแบบแรก

ทะเลทรายทั้งสองแบบ การคงอยู่ของภูเขาและตำแหน่งของทวีปเปลี่ยนแปลงไปตามการเคลื่อนตัวของแผ่นเปลือกโลก (tectonic motion)  ดังนั้นทะเลทรายจะคงอยู่หรือหายไปจึงเป็นไปได้  ด้วยหลักฐานที่เด่นชัด เช่นเมื่อหลายร้อยล้านปีมาแล้วทะเลทรายซาฮาร่าปกคลุมด้วยธารน้ำแข็ง

/km/075661984x01_ss500_sclzzzzzzz_v51816866_.jpg

คลื่นแผ่นดินไหวกับการทดลองระเบิดนิวเคลียร์

วิทยาศาสตร์ทั่วไป No Comments »

/km/seismograph.gif

คลื่นแผ่นดินไหวมีความสำคัญอย่างหนึ่งที่สามารถตรวจสอบการระเบิดนิวเคลียร์ใต้ดินขนาดเล็ก วิธีการทางวิทยาศาสตร์พื้นฐานคือ การระเบิดผลักดันให้หินที่อยู่โดยรอบกระจายออกในทุกทิศทาง และดังนั้นเป็นไปได้มากที่จะก่อให้เกิดคลื่น P การเกิดแผ่นดินไหวมีความโน้มเอียงที่จะดึงหินตามแนวข้าง และดังนั้นจะก่อให้เกิดคลื่น S  คำถามก็คือ คลื่นมีขนาดเล็กอย่างไรที่สามารถแยกแยะออกจากเหตุการณ์ตามธรรมชาติอื่น

/km/le05_07.jpg

คลื่นแผ่นดินไหว

วิทยาศาสตร์ทั่วไป No Comments »

/km/seismic_waves_crossec_cm.jpg

/km/waves2.gif

การเกิดแผ่นดินไหวก่อให้เกิดคลื่นแผ่นดินไหว (seismic waves)  มีคลื่นแตกต่างกันหลายชนิด ที่สำคัญที่สุดคือคลื่นที่เรียกว่าคลื่น “S” และคลื่น “P” โดย S ย่อมาจาก Shear และ P ย่อมาจาก Principle  ซึ่งคลื่น P เป็นคลื่นตามยาว (longitudinal wave) คล้ายคลื่นเสียง ส่วนคลื่น S เป็นคลื่นตามขวาง (transverse wave) ซึ่งเป็นเหตุให้หินเคลื่อนที่ขึ้นลงในแนวดิ่งขณะที่คลื่นเคลื่อนที่ไป  คลื่นทั้งสองดังกล่าวเคลื่อนที่ผ่านผายในของโลก และเป็นแหล่งข้อมูลสารสนเทศหลักเกี่ยวกับโครงสร้างของดาวเคราะห์

/km/seiswaveanim.gif

การหมุนและเคลื่อนที่ของดาวยูเรนัส

วิทยาศาสตร์ทั่วไป No Comments »

/km/65031179.jpg

ดาวยูเรนัสหมุนรอบตัวเองและเคลื่อนที่ไปทางด้านข้าง หรือเส้นทางโคจรรอบดวงอาทิตย์ตั้งฉากกับแนวการหมุนรอบตัวเอง ดาวเคราะห์เกือบทั้งหมดในระบบสุริยะหมุนรอบตัวเองรอบแกนเป็นเวลา 1 วัน ทั้งสองด้านของดาวเคราะห์รับแสงอาทิตย์  ไม่เหมือนกับในดาวยูเรนัสที่ที่วางอยู่ในแนวที่แกนของการหมุนอยู่ในระนาบเดียวกับวงโคจร  ดังนั้นขั้วใต้จะได้รับแสงอาทิตย์อยู่ครึ่งปี และขั้วเหนือก็จะได้รับแสงอีกครึ่งปีที่เหลือ

/km/uran_diagram1.jpg

โครงสร้างของจักรวาล

วิทยาศาสตร์ทั่วไป No Comments »

/km/ungalaxy.jpg

สสารในจักรวาลเกือบทั้งหมดอยู่ใน superclusters.  ดาราจักรถูกจัดกลุ่มรวมกันเป็นกระจุกดาราจักร และกระจุกดาราจักรรวมกลุ่มกันอีกทีเป็นมหากระจุกดาราจักร  ตัวอย่างเช่นทางช้างเผือกเป็นส่วนที่นักดาราศาสตร์เรียกว่าเป็นกลุ่มท้องถิ่น ในกระจุกนี้ประกอบด้วยเรา ดาราจักรแอนโดรมีดา  ดาราจักรอื่นที่โตกว่าที่เราไม่เคยได้ยินคำว่า Triangulum และประมาณดาราจักรขนาดเล็กจำนวน 20 ดาราจักร ที่ยึดโยงกันโดยสนามความโน้มถ่วงของดาราจักรเพื่อนบ้านที่โตกว่า ดาราจักรส่วนใหญ่ที่พบในกลุ่มเช่นนั้น แม้ว่าจำนวนมากยึดโยงกันเป็นกระจุกดาราจักรที่อาจประกอบด้วยดาราจักรนับ 1000 ดาราจักรหรือมากกว่า

กลุ่มของดาราจักรและกระจุกดาราจักร ในทางที่กลับกันพบอยู่เป็นกลุ่มใหญ่ขึ้นเป็นมหากระจุกดาว  ตัวอย่างเช่นกลุ่มท้องถิ่นเป็นหนึ่งกลุ่มของจากหลายกลุ่มที่อยู่ในกระจุกดาราจักรเพื่อนบ้าน Virgo  กระจุก Virgo และกลุ่มอื่นๆ ทั้งหมดที่คล้ายกับกลุ่มของเราที่ประกอบไปด้วยมหากระจุกดาราจักรท้องถิ่น

มหากระจุกโดยทั่วไปเป็นรูปยายและบาง ด้วยกระจุกของดาราจักรยึดโยงเข้าด้วยกันคล้ายกับการยึดลูกปัดด้วยเชือก

/km/bnr0647.gif


   Designed By:  SadhWeb Directory  &  WP Theme

Sponsored By:  Affiliate Marketing Blog  &  Paid Directory