ที่สุดของภาษาอังกฤษ

ภาษา ศิลปวัฒนธรรม No Comments »

มีคำเพียงคำเดียวในภาษาอังกฤษที่มีตัวอักษร15ตัวโดยใช้ตัวอักษรไม่ซ้ำกัน คือ uncopyrightable

คำว่า dreamt เป็นคำเดียวที่ลงท้ายด้วยmt

คำว่า Facetious และ abstemious มีสระทุกตัวโดยเรียงตามลำดับ

คำว่า set เป็นคำที่มีความหมายมากที่สุดในภาษาอังกฤษ

มีคำเพียงคำเดียวในภาษาอังกฤษที่มีตัวอักษร15ตัวโดยใช้ตัวอักษรไม่ซ้ำกัน คือ uncopyrightable


คำที่ยาวที่สุดในภาษาอังกฤษโดยไม่มีสระเลย คือtwyndyllyngs แปลว่า คู่แฝด

คำที่พูดแล้วยากเพราะลิ้นพันกันมากที่สุด คือ “Sixth Sick Sheik’s Sixth Sheep’s Sick”

และที่แปลกที่สุดคือคำและกลุ่มคำที่อ่านจากหน้าไปหลัง หรืออ่านจากหลังมาหน้า ก็อ่านได้เหมือนกัน เช่น I prefer pi  , Dr. Awkward,  rotator เป็นต้น

วัฒนธรรมวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมเทคโนโลยี

ภาษา ศิลปวัฒนธรรม No Comments »

คนมักจะรู้จักเทคโนโลยีก่อนวิทยาศาสตร์จนเข้าใจผิดคิดว่าเทคโนโลยีคือวิทยาศาสตร์  สำหรับวัฒนธรรมวิทยาศาสตร์นั้นพิจารณาถึงการที่มนุษย์มีวิถีชีวิตที่ประกอบด้วยความรู้คิด ความรู้จักใช้เหตุผล มีวิจารณญาน ไม่เชื่ออะไรง่าย ไม่หลงงมงาย ไม่ตื่นข่าวง่ายๆ เป็นคนมีจิตใจใฝ่รู้ รู้จักคิดหาเหตุผล  คือเป็นผู้นิยมเหตุผล ส่วนวัฒนธรรมเทคโนโลยีมีความโน้มเอียงไปในทางการบริโภค ซึ่งการบริโภคที่เหมาะสม มีความอยู่ดีกินดีก็ถือว่าเป็นวัฒนธรรมได้ แต่ถ้าเมื่อไรที่เกินพอดีจนดูเป็นฟุ่มเฟือยก็ไม่อาจเรียกได้ว่าเป็นสิ่งดีงามตามราชบัณฑิตของไทย แต่ถ้ามองแค่วิถีชีวิตเป็นวัฒนธรรม เป็นไปได้ที่บางแห่งคิดว่าดีงาม แต่บางแห่งคิดว่าไม่ดีงาม ก็อาจจะมีคนคิดต่อไปว่า วัฒนธรรมที่แท้ กับไม่แท้ วัฒนธรรมที่ดี วัฒนธรรมที่ไม่ดีไม่มีเพราะไม่ถือว่าเป็นวัฒนธรรม

ผลิตภัณฑ์ภาคใต้

ภาษา ศิลปวัฒนธรรม No Comments »

กรงนกเขา จ.ยะลา 
จากการที่เกือบทุกครัวเรือนนิยมเลี้ยงนกเขาชวาทำให้มีอาชีพหนึ่งเกิดขึ้น  คือการทำกรงนกเขา ที่นะยมทำจำหน่ายคือกรงแกะดอก  ขนาดและรูปร่างไม่แตกต่างจากกรงธรรมดา แต่ต่างกันที่ซี่กรงจะแกะเป็นรูปต่างๆ โดยทั่วไปจะแกะเป็นรูปดอกไม้ชนิดต่างๆ

/km/kadok.jpg

ผ้าเกาะยอ สงขลา

เป็นผ้ายกดอกที่มีชื่อเสียงของภาคใต้ การทอส่วนใหญ่ใช้กี่กระตุกทอเป็นผ้าพื้นวัสดุที่ใช้ทอผ้าเป็นฝ้ายและเส้นใยสังเคราะห์ ทอผ้าซิ้น ผ้าตัดเสื้อ และผ้าฝ้าย เนื้อบางที่ทอเป็นโปร่งและผ้าขาวม้า ลวดลายที่นิยมทอเช่น ลายดอกราชวัตร ลายลูกแก้ว ลายดอกพิกุล ลายดอกจิก ลายดอกชุก ลายคดกริช ฯลฯ นอกจากนี้ที่เกาะยอยังทอผ้าหางกระรอก 2 ตะกอที่มีชื่อเสียง

/km/pic_tittle.jpg

ผลิตภัณฑ์รูปหนังตะลุง พัทลุง

เป็นผลิตภัณฑ์เครื่องหนังที่มีเอกลักษณ์พิเศษของไทย ทำขึ้นเพื่อใช้ในศิลปะการแสดงหนังตะลุง ตามประวัติกล่าวว่าเริ่มมีมานานกว่า 200 ปีแล้ว ปัจจุบันมีการทำรูปหนังเพื่อเป็นของที่ละลึกให้แก่นักท่องเที่ยว เช่น พัด พวงกุญแจ และตัวแสดงต่างๆ  

/km/1180252715.jpg

ผลิตภัณฑ์ปาหนัน จ.สตูล

ภาษา ศิลปวัฒนธรรม No Comments »

มีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า “ลำเจียก” หรือ “การเกด” การจักสานปาหนันเป็นเอกลักษณ์ของภาคใต้ประเภทหนึ่ง สืบทอดจากบรรพบุรุสมานานแล้ว  ผลิตภัณฑ์ที่ใช้สอยในชีวิตประจำวันได้แก่ เสื่อ กระสอบ สมุก กระเป๋า เป็นต้น

/km/handi.jpg

ผลิตภัณฑ์ย่านลิเพา จ.นราธิวาส

ภาษา ศิลปวัฒนธรรม No Comments »

เป็นศิลปหัตถกรรมที่มีชื่อเสียงอย่างหนึ่งของภาคใต้ เป็นงานฝีมือที่มีมานานกว่า 100 ปี โดยเริ่มได้รับความนิยมในสมัยรัชกาลที่ 5 ในกลุ่มเจ้านายและคนชั้นสูง เพราะเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีความสวยงาม ฝีมือละเอียดประณีต และมีราคาแพง ผลิตภัณฑ์ที่ได้จากย่านลิเพาได้แก่ กระเป๋าถือสตรี  กล่องบุหรี่ เครื่องประดับ เช่น กำไล ตุ้มหู ที่คาดผม เป็นต้น

/km/l16_pc010128a.jpg

งานเดือนสิบในอดีตที่สนามหน้าเมือง

ภาษา ศิลปวัฒนธรรม No Comments »

งานเดือนสิบเริ่มต้นจากการจัดงานในวันวิสาขะบูชาเพื่อหารายได้ซ่อมแซมอุโบสถ ต่อจากนั้นผมไม่ทราบแน่ชัด แต่ที่ยังจำความได้สมัยเด็กถึงวัยรุ่นราว 40-50 ปีมาแล้วนั้น งานเดือนสิบนั้นจัดที่สนามหน้าเมืองครับ รถราก็ไม่มากเท่าปัจจุบัน ส่วนที่วัดพระธาตุมีมโหรสพเป็นหนังตะลุหรือลิเกมีขายของเล็กๆน้อย ผู้คนจะไปทำบุญให้ทาน บังสกุล และมีคนมากเป็นพิเศษ โดยเฉพาะที่เรียกว่าวันจ่าย บ้านผมอยู่ติดกับสุขศาลาที่หอนาฬิกา จะเห็นคนเดินจากวัดพระธาตุไปสนามหน้าเมือง และที่เดินมาวัดพระธาตุตลอดวันจนถึงค่ำ (ไม่ได้ใช้รถยนต์หรือจักรยานยนต์มากเหมือนในปัจจุบัน

วันเปิดงานเดือนสิบ จะมีการจัดวิ่งทน 10000 เมตร จุดปล่อยตัวที่สนามหน้าเมืองแล้วมาเวียนที่หน้าวัดพระธาตุแล้ววิ่งกลับไปผ่านหน้าเมืองไปเวียนกลับที่อนุสาวรีย์เจ้าพ่อดำกลับมาเข้าเส้นชัยที่สนามหน้าเมือง ใครเข้าเส้นชัยจะได้บัตรเข้าชมงานเดือนสิบฟรีตลอดงาน ในตอนนั้นการเข้างานเดือนสิบต้องชื้อบัตรเพื่อเข้าไปเที่ยวในงาน บางปีมีการแข่งขันจักรยานประเภทต่างๆ ด้วย คงเป็นการประชาสัมพันธ์งานอย่างหนึ่งว่าได้เริ่มขึ้นแล้ว

ในสมัยนั้นกิจกรรมทุกอย่างอยู่ที่สนามหน้าเมือง ตั้งแต่สนามชนโค สนามยิงปืนของทหาร มักคู่กับฟรอลีลาส ถังหมุนคนเหาะ จักรยานยนต์ไต่ถัง ภาพยนต์กลางแปลง รำวงกับนางรำ(ไม่ใช่รำวงเวียนครก) ลิเก หนังตะลุ ลำตัด มโนรา ละครลิง สวนสัตว์ย่อมๆ มีสัตว์แปลกๆให้ดู มายากลแสดงการตัดคอ เหล็กขูดชนกัน และสมัยนั้นยังมีจำบ๊ะ และมีการวิพากษ์วิจารณ์กันถึงความไม่เหมาะสมเพราะเป็นเมืองพระมีมติให้เลิกกันไป แต่ก็ได้แปลงรูปไปเป็นเมียงูบ้าง สาวอะพอลโล อะโกโก้อยู่พักหนึ่งก่อนจะหายไป

ประเภทเกมต่างๆ มีมากมายตั้งแต่ยิงปืนอัดลม ขว้างสิ่งของ ทอยห่วง และขว้างเป้าสาวน้อยตกน้ำ   เกม  บิงโก้รับรางวัลใหญ่เล็กตามที่กำหนดในแต่ละรอบ การเล่นจะมีตารางตัวเลข 5×5 แล้วมีการหยิบตัวเลขถ้าได้ตัวเลขครบแถวแนวนอนหรือแนวตั้งก็จะเป็นผู้ชนะได้ของรางวัลไป  นอกจากนี้ยังมีเกมกีฬาพื้นบ้านคือการแข่งสบ้า การแข่งบาสเก็ตบอลล์นักเรียน และประชาชนในงานเดือนสิบอีกด้วย

และที่สำคัญอีกอย่างคือการแสดงศิลปหัตถกรรมของนักเรียนและประชาชน การประกวดภาพวาด สิ่งประดิษฐ์ของนักเรียนระดับต่างๆ ที่หอสมุดประชาชน ส่วนการแสดงของนักเรียนโรงเรียนต่างๆ จะจัดที่ศาลาประชาคม เป็นเวทีการแสดงคล้ายกับเวทีเครือข่ายอุดมศึกษาในปัจจุบัน

การออกร้านของหน่วยราชการ ห้างร้านบริษัท ร้านกาชาด โรงเรียน สถาบันอุดมศึกษา และโดยเฉพาะเมื่อก่อนร้านวิทยาลัยครูจะมีการขายอาหารและฟังเพลงจากนักร้องในวงดนตรีวิทยาลัยครูที่มีชื่อเสียงมากที่สุดสมัยนั้น และต่อมาเริ่มมีเวทีแข่งขันกลอน เพลงบอก รวมทั้งการโต้วาที  สำหรับร้านขายอาหาร ไก่ย้างจิรพันธ์ นิพันธ์  ร้านขายของเล่น เสื้อผ้ารองเท้า แว่นตา ต้นไม้ และอื่นๆ ก็คล้ายๆ กับปัจจุบันที่เล่ามาก็คงจะได้เห็นความแตกต่างจากปัจจุบันในแง่สถานที่จัด กิจกรรมในงาน มโหรสพบางอย่างที่เปลี่ยนไป ตลอดจนการใช้ยวดยาน

ศิลปกรรมจากวัดในนครศรีธรรมราช

ภาษา ศิลปวัฒนธรรม No Comments »

นอกจากจะมีหน้าบรรณของอุโบสถเก็บไว้ที่พิพิธภัณฑ์สถานจังหวัดนครศรีธรรมราชแล้ว ยังมีวัดต่างๆ ที่แสดงถึงศิลปะ ดังเช่น

วัดสวนหลวงมีภาพปูนปั้นนูนตอนพระพุึทธเจ้าออกบวชเช่นเดียงกับรูปปูนปั้นในวิหารทรงม้าหรือวเนศก์กรม ในวัดพระมหาธาตุ

วัดท้าวโคตร มีภาพที่ผนังอุโบสถอายุเก่าแก่สวยงามแสดงถึงเรื่องราวต่างๆ ที่น่าสนใจ

วัดมเหยงค์รอบฐานอุโบสถมีภาพจำหลัก ภาพปั้นพยาครุฑและพยานาคที่สวยงามยิ่ง

วัดวังตะวันตกมีเรือนไม้เก่าแก่สมัยเมืองนครศรีธรรมราช ปานประตูไม้แกะสลักอย่างสวยงาม ตัวเรือนแบบทรงไทยที่หาดูได้ยาก  เช่นเดียวกับวัดประดู่และวัดแจ้งที่มีเรือนไม้ทรงไทยที่แกะสลักบานประตูแกะสลักไม้ที่สวยงาม

 

ประเพณีนครศรีธรรมราช

ภาษา ศิลปวัฒนธรรม, นครศึกษา No Comments »

ประเพณีสงกรานต์และแห่นางดาน
จัดขึ้นในช่วง 13-15 เมษายนของทุกปี เป็นประเพณีของพราหมณ์เมื่องนครครั้งอดีต โดยทั่วไปเมื่อขึ้น 7 ค่ำ เดือนยี่ เริ่มตรียัมปวาย ปีใหม่ของฮินดู พระศิวะเป็นเจ้าเสด็จลงมาโปรดชาวโลก  ชาวนครจัดพิธีแห่นางดานที่สลักภาพเทพ พระคงคา พระธรณี พระอาทิตย์ และพระจันทร์ไปต้อนรับพระสิวะ ณ หอพระอิศวร (บางส่วนจากปฏิทินแจก 2551)

/km/08723_001.jpg

ประเพณีแห่ผ้าขึ้นธาตุ
จัดขึ้นปีละ 2 ครั้งในวันมาฆะบูชา และวันวิสาขะบูชา ซึ่งเหล่าพุทธศาสนิกชนจะจัดขบวนแห่ผ้าพระบฎนำไปถวายสักการะองค์พระบรมธาตุ การนำผ้าขึ้นห่มพระธาตุเจดีย์ เชื่อว่าเป็นวิธีหนึ่งที่จะได้ใกล้ชิดพระพุทธเจ้า ชาวเมืองทั่วไปเลื่อมใสศรัทธาจะแห่ผ้ามาเป็นขบวนในวันมาฆะบูชา เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา ถือปฏิบัติสืบต่อมาแต่ครั้งพระเจ้าศรีธรรมาโศกราช สมโภชพระบรมธาตุเจดีย์ (เพิ่มเติมจากปฏิทินแจก 2551)

/km/feb.jpg

ประเพณีบุญสารทเดือนสิบ
เป็นประเพณีที่ยิ่งใหญ่ของชาวใต้เริ่มในวันแรม 9 ค่ำถึงวันขึ้น 3 ค่ำเดือน 10 เป็นการแสดงความกตัญญูต่อบุพการีที่ล่วงลับไปแล้ว

/km/sat481.jpg

ประเพณีชักพระหรือลากพระ
จะมีในวันแรม 1 ค่ำเดือน 11 เพื่อเป็นการผ่อนคลายความจำเจ และประกวดประชันความเสื่อมใสศรัธาของชาวพุทธที่มีต่อพระพุทธรูปอันศักดิ์สิทธ์

/km/32.jpg

จตุคามบนธนบัตรใบยี่สิบและโลโก้สถานธนานุบาล

ภาษา ศิลปวัฒนธรรม No Comments »

เป็นที่ฮื่อฮาอีกที่ว่าที่ธนบัตรใบยี่สิบบาทก็มีรูปองค์พ่อจตุคามอยู่   ให้พลิกธนบัตรใบยี่สิบด้านหลังอยู่ทางด้านมุมซ้ายมีรูปประทับนั่ง ลักษณะเดียวกับจตุคาม  แต่ไม่ทราบได้ว่าผู้ออกแบบธนบัตรในครั้งแรกนั้นต้องการสื่อถึงอะไร  สำหรับผู้สังเกตในเรื่องนี้ จากคุณสุขาติที่ภาคเกษตร ม.รภ.นศ. ใด้ชี้ให้ผู้เขียนดู ซึ่งก็ได้นำมาดูแล้วมีลักษณะดังกล่าวจริง  ถ้าคิดว่ามี่ธนบัตรมีรูปจตุคามจริง  น่าจะเป็นรุ่นโคตรเศรษฐีเงินไหลมาที่แท้จริง เพราะได้จับเงินอย่างแท้จริง เป็นเงินสด ไม่ได้เป็นเงินในความคิด หรือเงินที่ยังมาไม่ถึง

อีกที่หนึ่งที่มีคล้ายรูปองค์พ่อจตุคามที่น่าศึกษาว่ามาพ้องกันได้อย่างไรว่า โลโก้ของสถานธนานุบาลก็เป็นรู้ที่คล้ายคลึงกับองค์พ่อจตุคาม  ที่ไปที่มี ทำไมจึงใช้โลโก้เช่นนี้  แต่ที่แน่ๆ ทั้งสองกรณีคือมีผลในรูปของเงินสด แม้จะไม่ใช้่ธนบัตร แต่เป็นธนานุบาลช่วยบรรเทาให้โชคลาภแก่คนได้  จึงเป็นเหตุหนึ่งที่ไม่น่าแปลกว่าทำไมภายหลังจึงเน้นในเรื่องของโชคลาภ ร่ำรวยเงินทองเป็นหลัก

หัตถกรรมพื้นบ้าน

ภาษา ศิลปวัฒนธรรม No Comments »

พัดใบพ้อ

 

ใบพ้อ หรือใบกะพ้อ เป็นพืชตระกูลปาล์ม มีลักษณะเป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็ก ลักษณะใบเป็นรูปพัด ชาวบ้านในภาคใต้นำใบกะพ้อมาจักสานเป็นพัด เรียกว่า “พัดใบกะพ้อ” หรือ “พัดใบพ้อ” ซึ่งเป็นงานหัตถกรรมจักสานประเภทหนึ่งที่เป็นผลผลิตจากภูมิปัญญาชาวบ้าน นับเป็นเอกลักษณ์หนึ่งของภาคใต้ โดยเฉพาะในอำเภอร่อนพิบูลย์ จังหวัดนครศรีธรรมราช พื้นที่ที่ผลิตกันจนมีชื่อเสียงในเรื่องพัดใบพ้อ ก็คือหมู่บ้านโคกยาง
ในระยะแรกชาวบ้านร่วมกันจัดหาวัตถุดิบที่มีอยู่มาประดิษฐิ์และหาตลาดจำหน่ายไปตามหัวเมืองภาคใต้ ต่อมาได้นำสินค้าไปขายที่กรุงเทพฯ ผลปรากฎว่าได้รับการตอบรับดีมากทำให้จำหน่ายผลิตภัณฑ์ได้จำนวน มาก ต่อมามีการพัฒนา ฝือมือ รูปแบบ และสีสรร รวมทั้งวัตถุดิบก็ได้พัฒนามาใช้เส้นใยสังเคราะห์มากขึ้น การตลาดก็มีการขยายวงกว้าง มีลูกค้า และพ่อค้าคนกลางมารับซื้อถึงที่
 วัตถุดิบและอุปกรณ์
1. ยอดกะพ้อ เลือกยอดอ่อนเป็นกลีบซ้อนหลายชั้น
2.   หวายและไม้ไผ่คลาน เป็นส่วนประกอบที่นำมาทำเป็นห่วงหูทรงกลางลายด้ามพัด
3.   หวายและใยสังเคราะห์มาผูกด้าม
4.  สีย้อม
5.  มีด จัดตอก เหล็กแหลมเจาะรู กรรไกร


 ขั้นตอนการจัดทำ

1.   ยอดกะพ้อ นำมาเลาะหนามตัดข้ามใบ
2.   เลื่อยกะพ้อ กรีดกลีบให้แยกใบที่ซ้อนทับ
3.   ลวกน้ำร้อนแล้วตากแดดให้แห้ง
4.   ขึ้นพัด นำยอดพ้อที่ตากแห้งแล้วชุบน้ำให้เปียกห่อผ้าจนจนนิ่มก่อนง่ายต่อการสาน
5.   เวียนพัด พัดที่ขึ้นไว้นำมาจัดต่อให้แน่นส่วนผลายตอกให้เวียนกลับลงมาดึงขัดส่วนปลายที่เหลือจัดรวบไว้ทำด้ามพัด
6.  พันด้าม นำพัดที่ก่อสาน เวียนเสร็จแล้วตากแดดให้แห้งก่อนนำมาพันด้ามด้วยหวายหรือพลาสติกที่เตรียมไว้ เป็นอันเสร็จเป็นรูปพัดพร้อมที่จะจำหน่าย

ประเพณีไทย

ภาษา ศิลปวัฒนธรรม No Comments »

 

 

ลงแขก
ลงแขก เป็นวัฒนธรรมประเพณีแห่งความเอื้อเฟื้อและเกื้อกูลกันของสังคมฅนอีสานในอดีต ที่นับวันจะสูยหายไปเนื่องจากระบบเศรษฐกิจที่ใช้เงินตราเป็นตัวกำหนด คนไทยในสมัยนี้รู้จักคำว่า ลงแขก ในความหมายที่จะนำไปสู่คุกตะรางเพราะหมายถึงการร่วมกันข่มขืนกระทำชำเรา แต่สำหรับฅนอีสานแล้ว ลงแขก มีความหมายถึงน้ำใจที่ผู้คนในชุมชนมอบให้กัน ในการช่วยเหลือกิจการงานต่างๆ ให้สำเร็จลุล่วงโดยเร็ว เนื่องจากชีวิตของคนอีสานเกี่ยวพันกับอาชีพด้านเกษตรกรรม ไม่ว่าจะเป็น การทำนา การทำไร่ ทำสวน ซึ่งมีความสัมพันธ์กับระยะเวลาของฟ้าและฝน จะต้องเร่งรีบในการเพาะปลูก ปักดำ เก็บเกี่ยว ในครอบครัวใดมีแรงงานมากก็จะทำได้เร็วและทันเวลา แต่ครอบครัวที่มีคนน้อยก็จะทำสำเร็จได้ยาก ณ จุดนี่เองที่ก่อให้เกิดประเพณี ลงแขก เพื่อช่วยเหลือกันด้านแรงงาน ไม่มีค่าจ้างตอบแทนมีเพียงน้ำใจเลี้ยงอาหารข้าวปลา ตามแต่จะหาได้ในท้องถิ่น หมุนเวียนกันไปจากครอบครัวหนึ่งสู่อีกครอบครัวหนึ่ง ทำให้กิจการงานสำเร็จลุล่วงมีอาหารเพียงพอไม่ขาดแคลน
 

สารทไทย

ภาษา ศิลปวัฒนธรรม No Comments »

ประเพณีสารทเดือนสิบ
            ประเพณีสารทเดือนสิบที่รู้จักกันดี ก็คือที่ จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยมีคติความเชื่อที่ว่า ในบรรดาญาติพี่น้องที่ล่วงลับไปแล้ว จะมีผู้มีบาปกรรมต้องได้รับโทษเป็นเปรตอยู่ในอบายภูมิ ปีหนึ่งๆยมบาลก็จะปล่อยให้กลับมาเยี่ยมลูกหลานเพื่อรับส่วนกุศลปีละครั้ง ในวันบุญสารท คือแรม 14 และ 15 ค่ำเดือน 10 และเมื่อถึงวันขึ้น 1 ค่ำเดือน 11 ก็ต้องกลับไปรับโทษตามเดิม บรรดาผีเปรตเหล่านี้ หากไม่มีใครทำบุญให้ ตอนเดินทางกลับก็จะอดอยาก และก็จะสาปแช่งลูกหลานในตระกูลที่เพิกเฉยไม่ทำบุญให้ ดังนั้นจึงเกิดมีการทำบุญสารทดังกล่าวเพื่ออุทิศส่วนกุศลแก่ผู้ล่วงลับไปแล้ว โดยในวันแรม 14 ค่ำ จะมีการจัดหมฺรับ (อ่านว่า หมับ หมายถึงสำรับ) ในหมฺรับจะมีอาหารต่างๆ ส่วนใหญ่จะเป็นอาหารแห้ง พร้อมขนม 5 อย่าง ที่ถือว่าจะขาดไม่ได้คือ
            ขนมพอง คือ หมายจะให้เป็นแพฟ่อง ล่องลอยพาบรรพชนล่วงข้ามสังสารวัฏ
            ขนมลา ให้เป็นแพรพรรณเครื่องนุ่งห่ม
            ขนมกงหรือขนมไข่ปลา ให้เป็นเครื่องประดับ
            ขนมบ้า ให้บรรพชนใช้เป็นลูกสะบ้าสำหรับเล่นรับสงกรานต์ และ
            ขนมดีซำ ให้เป็นเบี้ยไว้ใช้สอย สำรับดังกล่าวนี้ คนนครฯมักตกแต่งเป็นรูปแบบต่างๆตามที่เห็นว่าสวยงาม แต่ต้องมียอดสูงแหลมไว้เสมอ คือการนำอาหรไปไว้ตามใต้ต้นไม้หรือกำแพงวัดสำหรับผีไม่มีญาติ เมื่อพระสวดบังสุกุลอุทิศส่วนกุศลเสร็จ เด็กๆหรือผู้ใหญ่ก็จะวิ่งกรูไปแย่งชิงอาหารในหมฺรับที่วางไว้ ด้วยเชื่อว่าอาหารเหล่านี้กินแล้วได้กุศลแรง พิธีนี้เรียกว่า “ชิงเปรต” ซึ่งต่อมาได้มีการจัดเป็นแถวรอรับเพื่อความเรียบร้อยและไม่ก่อให้เกิดทะเลาะวิวาทเนื่องจากการแย่งชิง
            ขนมที่นิยมทำกันในช่วงนี้ นอกจากกระยาสารทที่มักทำเฉพาะเทศกาลสารทแล้ว ก็ยังมีข้าวยาคู ข้าวมธุปายาสและข้าวทิพย์ ซึ่งแม้จะเรียกต่างกัน แต่ปัจจุบันจะมีความหมายรวมๆกันไป ทั้งที่โดยแท้จริงแล้ว เมื่อเริ่มแรกข้าวยาคู ข้าวมธุปายาส และข้าวทิพย์นั้นมีที่มาและกรรมวิธีที่ต่างกัน ดังนี้
ข้าวยาคู มีตำนานเล่าว่า ชาวนาพี่น้องสองคน คนโตชื่อว่ามหาการ น้องชื่อ จุลการ มีไร่นา กว้างใหญ่ ในฤดูที่ข้าวตั้งท้องออกรวง คนน้องเห็นว่า ควรจะนำข้าวนั้นมาทำอาหารถวายพระพุทธเจ้าผู้ทรงนามว่า วิปัสสี แต่พี่ชายไม่เห็นด้วย เพราะจะต้องเสียข้าวในนาจำนวนไม่น้อย น้องชายจึงแบ่งไร่นาและนำเมล็ดข้าวในสวนไร่นาของตนไปทำอาหารที่เรียกว่า ข้าวยาคู ไปถวายพระวิปัสสี และอธิษฐานขอให้เกิดในบวรพระพุทธศาสนา ซึ่งภายหลังจุลการได้เกิดเป็นพระอัญญาโกณฑัญญะ สำหรับข้าวยาคูนี้จุลการได้ข้าวสาลีที่กำลังท้องฉีกรวงข้าวอ่อนออกมา แล้วต้มในน้ำนมสด เจือด้วยเนยใส น้ำผึ้ง และน้ำตาลกรวด
            ข้าวมธุปายาส คือข้าวที่หุงเจือด้วยน้ำนม และน้ำผึ้ง มีตำนานเล่าว่า นางสุชาดา ลูกสาวเศรษฐีปรุงขึ้นเป็นอาหารไปแก้บน และได้เห็นพระพุทธเจ้า เมื่อเสวยพระชาติเป็นพระโพธิสัตว์ประทับใต้ต้นนิโครธ (ต้นไทร) ก็เข้าใจพระองค์เป็นเทพยดาจึงนำอาหารนั้นไปถวาย พระโพธิสัตว์จึงได้เสวยข้าวมธุปายาสเป็นอาหารมื้อสุดท้ายก่อนจะตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า จึงมีความเชื่อกันว่าข้าวมธุปายาส เป็นอาหารวิเศษ ผู้ใดมีวาสนาได้กินแล้ว จะมีร่างกายแข็งแรง ปราศจากโรคภัย อุดมด้วยสติปัญญาและเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต
            ข้าวทิพย์จะหมายถึง อาหารอันโอชะ ที่มีเครื่องปรุงถึง 108 ชนิด (หากทำแบบโบราณ) แต่โดยหลักๆก็มี 9 อย่าง คือ น้ำนมข้าว เนย น้ำอ้อย น้ำผึ้ง น้ำตาล นม ถั่ว งาและข้าวเม่า ซึ่งการกวนแต่ละครั้งก็ต้องประกอบพิธีกรรมหลายอย่าง เช่น ต้องใช้สาวพรหมจารีย์กวน ฟืนที่ใช้ต้องเป็นไม้ชัยพฤกษ์หรือไม้พุทราเท่านั้น ส่วนไฟก็ต้องเกิดจากแดดผ่านแว่นขยายที่เรียกว่า “สุริยกานต์” เป็นต้น
            จากพิธีกรรมในการปรุงที่พิเศษเช่นนี้ ทำให้การกวนข้าวทิพย์เป็นประเพณีในเทศกาลสำคัญๆอื่นๆ นอกเหนือไปจากการทำบุญในเดือนสิบด้วย เช่น งานวันออกพรรษา งานวันเพ็ญเดือนวิสาขะ วันเพ็ญเดือนสิบสอง งานปอยหลวง งานฉลองถาวรวัตถุ งานพิธีพุทธาภิเษก เป็นต้น ซึ่งภาคใต้สมัยก่อนยังนิยมทำในงานบวชนาค และช่วงวันขึ้น 13-14 ค่ำเดือน 3 ต่อเนื่องกับวันมาฆบูชาด้วย แต่มักจะเรียกกันว่า ข้าวยาคู มากกว่าข้าวมธุปายาส
 

เลือกนาฬิกาอย่างไรให้เหมาะรับข้อมือ

อาหารและสุขภาพ, ภาษา ศิลปวัฒนธรรม No Comments »

 การซื้อนาฬิกาข้อมือ
สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือการเลือกซื้อ นาฬิกาข้อมืออย่างไรให้แลดูเหมาะและรับกับข้อมือของคุณมากที่สุด
          ผู้หญิงข้อมือเล็ก นาฬิกาที่ไม่เหมาะ และไม่ควรจะเลือก คือนาฬิกาที่เป็นสายเหล็กหรือสายหนัง เพราะทำให้คุณต้องตัดสายนาฬิกาหลังจากซื้อแล้ว ถ้าลองใส่แล้วหลวมขนาดต้องตัดสายจนหมดระยะบังคับแล้วก็ยังหลวมอยู่มาก ทำให้คุณต้องตัดสายเกินกว่าที่กำหนด สายจะบิดไปด้านใดด้านหนึ่งและไม่อยู่กึ่งกลางของข้อมือ ดังนั้นเวลาใส่จะทำให้ เคลื่อนไหวข้อมือไม่ถนัด และที่สำคัญคือทำให้นาฬิกาแลดูไม่สวย ดังนั้นนาฬิกาที่เหมาะสมสำหรับคนข้อมือเล็กมากที่สุดก็คือ นาฬิกาแบบกำไล
          โดยปกติแล้วนาฬิกาแบบกำไล ที่ได้มาตรฐานจะมีแบบให้เลือก 3 ขนาดคือ เล็ก กลาง ใหญ่ คุณควรเลือกแบบที่พอดี คือไม่แน่นหรือหลวมจนเกินไป เมื่อใส่แล้วควรเลื่อนขึ้นเลื่อนลงได้สะดวก สำหรับตัวเรือนนั้น สาว ๆ ที่มีข้อมือเล็กควรเลือกนาฬิกาที่มีหน้าปัดแบบสี่เหลี่ยมจัตุรัสหรือแบบวงรีเล็ก เพราะเวลาใส่จะทำให้มีที่เหลือบนข้อมือ ทำให้ข้อมือไม่ดูเล็กเกินไป และที่สำคัญไม่ควรเลือกหน้าปัดแบบสี่เหลี่ยมผืนผ้า เพราะขนาดตัวเรือนที่ทั้งยาวและใหญ่จะบังพื้นที่บนข้อมือหมด และทำให้ข้อมือดูเล็กกว่าปกติ ส่วนสีของหน้าปัดนั้นควรเลือกโทนสีขาวหรือสีครีม เพราะ จะช่วยให้ข้อมือดูสว่างขึ้น          
           ผู้หญิงข้อมือใหญ่ การเลือกนาฬิกาสามารถเลือกได้ทุกแบบ ถือเป็นข้อดีของสาวข้อมือใหญ่ทีเดียวค่ะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหน้าปัดสี่เหลี่ยมผืนผ้า จะทำให้ข้อมือใหญ่ ๆ ของคุณดูสวยเรียวงามเป็นธรรมชาติ
 

ผ้าไหมพุมเรียง จ.สุราษฏธานี

ท่องเที่ยว เดินทาง, ภาษา ศิลปวัฒนธรรม No Comments »

เป็นงานศิบปหัตถกรรมที่ทำกันในกลุ่มหมู่บ้านชาวมุสลิม แต่เดิมชาวบ้านทอผ้าสำหรับใช้เองในครอบครัว ในงานแต่งานหรือทำพิธีสุเหล่า แต่ภายหลังเมื่อมีความต้องการมากขึ้น จึงผลิตออกจำหน่ายเป็นอุตสาหกรรมในครัวเรือน ซึ่งแต่เดิมจะทอด้วยเครื่องทอมือ แต่ระยะหลังนิยมทอด้วยกี่กระตุก ลวดลายดั้งเดิมที่นิยมกันมาแต่เก่าก่อน เช่นลายยกเบ็ด ลายดอกพิกุล และลายนพเก้า

ประเพณีไทย

ภาษา ศิลปวัฒนธรรม No Comments »

ประเพณีไทย อารยธรรมไทย

   

 

            

     ประเพณีไทยอันดีงามที่สืบทอดต่อกันมานั้น   ล้วนแตกต่างกันไปตามความเชื่อ  

ความผูกพันของผู้คนต่อพุทธศาสนา

และการดำรงชีวิตที่สอดประสานกับฤดูกาลและธรรมชาติอย่างชาญฉลาดของชาวบ้านใน
แต่ละท้องถิ่น  

 

ทั่วแผ่นดินไทย   เช่น

             ภาคเหนือ ประเพณีบวชลูกแก้วของคนไตหรือชาวไทยใหญ่ที่จังหวัด
แม่ฮ่องสอน
             ภาคอีสาน ประเพณีบุญบั้งไฟของชาวจังหวัดยโสธร           
             ภาคกลาง ประเพณีทำขวัญข้าวจังหวัดพระนครศรีอยุธยา   
             ภาคใต้ ประเพณีแห่ผ้าขึ้นธาตุของชาวจังหวัดนครศรีธรรมราช 

 เป็น ต้น นอกจากนี้

ประเพณีและอารยธรรมไทยยังนำมาซึ่งการท่องเทียว เป็นที่รู้จักและประทับใจแก่ชาติอื่น 

 นับเป็นมรดกอันลำค่าที่เรา …

คนไทยควรอนุรักษ์และสืบสานให้ยิ่งใหญ่ตลอดไป

   


   Designed By:  SadhWeb Directory  &  WP Theme

Sponsored By:  Affiliate Marketing Blog  &  Paid Directory