ย้อนรอยอดีตเมืองนคร (ท่าวัง)

นครศึกษา No Comments »

เนื่องจากตัวเมืองนครปัจจุบันเมื่อครั้งอดีตคงจะมีน้ำทะเลรุกล้ำเข้ามามากกว่านี้ ดังจะเห็นว่ามีคำว่าท่าที่ตำบลท่าวัง ท่าแพ เป็นตัวบ่งชี้ถึงท่าน้ำ คำว่าท่าแพน่าจะบงบอกถึงว่ามีแพ แต่ท่าวังน่าจะบ่งบอกถึงท่าที่มีวังอยู่ สอดคล้องกับวัดวังที่เป็นที่ตั้งของตำหนักพระสนมของพระเจ้าตากสินมหาราช ซึ่งเรื่องนี้ต้องสืบสารราวเรื่องไปถึงสองร้อยปีทีเดียว 

หากจะดูว่านานแต่ไหนสมมุติว่าบรรพบุรุสของเราตั้งแต่พ่อขึ้นไปมีลูกตอนอายุ 30 ปี ถ้าขณะนี้เราอายุ 50 ปีแล้ว  พ่อ, ปู่, ทวด, ปู่ทวด, และพ่อของปู่ทวด จะมีอายุตามลำดับเป็น 80, 110, 140, 170, 200 ขณะนี้ถ้ายังมีชีวิตอยู่ นับเป็นเรื่องยากเหมือนกันถ้าไม่มีบันทึกหลักฐานทางประวัติศาสตร์ไว้ แต่ก็โชคดีที่เรายังพอหาหลักฐานจากบันทึกการเดินทางของเจมส์ โลว์ที่เดินทางมายังเมืองนคร

จากบันทึกการเดินทางของเจมส์โลว์ โดยมีต้นฉบับอยู่ที่หอสมุดแห่งชาติอังกฤษ ตามบันทึกได้กล่าวถึงการต้อนรับคณะที่เดินทางมาของชาวนครประเพณีชักพระ และกล่าวถึงการเล่นโขน ละคร

ในบันทึกยังมีแผนที่โบราณของเมืองนครศรีธรรมราช แผนที่อยุธยาและต้นรัตนโกสินหรือเมื่อ 300 กว่าปีมาแล้ว ตามแผนที่ของเจมส์โลว์ พ.ศ. 2367  เกือบ 200 ปี แสดงบ้านเรือนต่างๆ ของเมืองนคร เช่นตลาดจีนอันเป็นตำบลท่าวังในปัจจุบัน โบราณวัตถุ เกี่ยวข้องกับประวัติการแต่งกายของตัวละคร ปืนใหญ่ สมอเรือที่พบที่ปากพญา และท่าวังเคยเป็นสถานีการค้าของฮอลันดาสมัยอยุธยา หรือที่เรียกว่าตลาดจีน

สมัยที่ผู้เขียนยังเป็นเด็กอยู่นั้นมีอนุสรณ์สถานที่เป็นเหมือนใจกลางศูนย์การค้าของเมือง เป็นหอสูงคล้ายเก๋งจีน เป็นหอสูงซ้อนกันหลายขั้นมีบันไดเวียนขึ้นไปได้ น่าจะอยู่บริเวณหน้าสถานีรถไฟปัจจุบัน ถ้าไม่ทำลายเสียก็จะเป็นสถาปัตยกรรมที่ทรงคุณค่า เป็นโบราณสถานได้ เช่นเดียวกับที่บ้านโบราณของตระกูล ของอาจารย์เกรียงศักย์ ตรีสัตยพันธ์ อดีตอาจารย์เมื่อครั้งเป็นวิทยาลัยครู ที่เคยเป็นโรงเรียนเก่าชื่อนครวิทยา ที่ประตูชัย

ร่องรอยจากอดีตนครศรีธรรมราช

นครศึกษา No Comments »

จากบันทึกการเดินทางของเจมส์โลว์ที่เดินทางมายังเมืองนครศรีธรรมราช โดยมีต้นฉบับอยู่ที่หอสมุดแห่งชาติอังกฤษ ตามบันทึกได้กล่าวถึงการต้อนรับคณะที่เดินทางมาของชาวนครศรีธรรมราช และประเพณีชักพระ กล่าวถึงการเล่นโขน ละคร

ในบันทึกยังมีแผนที่โบราณของเมืองนครศรีธรรมราช แผนที่อยุธยาและต้นรัตนโกสินหรือเมื่อ 300 กว่าปีมาแล้ว ตามแผนที่ของเจมส์โลว์ พ.ศ. 2367  เกือบ 200 ปี แสดงบ้านเรือนต่างๆ ของเมือง เช่นตลาดจีน โบราณวัตถุ เกี่ยวข้องกับประวัติการแต่งกายของตัวละคร ปืนใหญ่ สมอเรือที่พบที่ปากพญา ท่าวังเคยเป็นสถานีการค้าของฮอลันดาสมัยอยุธยา หรือที่เรียกว่าตลาดจีน

ดูจากประวัติเมืองนครศรีธรรมราชตามบันทึกของเจมส์โลว์ ระยะเวลา 200 ปีดูเหมือนไม่มากแค่ 5-6 รุ่น เช่นถ้าคิดว่าแต่ละคนมีบุตรตอนอายุ 30 ปี ถ้าขณะนี้เราอายุ 50 ปี พ่อของเราก็อายุ 80 ปี ปู่ของเราอายุ 110 ปี และปู่ทวดของเรา อายุ 140 ปี และพ่อของปู่ทวดอายุ 170 ปี และพ่อของพ่อของปู่ทวด 200 ปี  เมื่อทบทวนดูแล้วแค่ 200 ปีก็นานพอควรเพราะสวนใหญ่ก็สืบสาวราวเรื่องไปได้แก่ปู่หรือปู่ทวดก็จะนึกถึงใครไม่ค่อยออกแล้ว

กำแพงและวังเก่าเมืองนคร

นครศึกษา No Comments »

 สืบสาวราวเรื่องไปเมื่อสัก 50 ปีมาแล้วผมเป็นเด็กที่เกิดในเมือง และมีบ้านอยู่ในเมือง ในเมืองในที่นี้ผมหมายถึงตำบลในเมืองที่มีกำแพงเมืองล้อมรอบและมีคูคลองล้อมรอบด้วย ด้านเหนือของเมืองก็มีสนามหน้าเมืองมีสพานนครน้อย ส่วนด้านใต้คงจะเป็นประตูชัยก็มีสพานข้ามคลองชื่อเดียวกัน จำได้ว่าสมัยเด็กไม่เกิน 7 ขวบเคยไปเดินบนแนวกำแพงด้านตะวันออกยังมีร่องรอยเป็นแนวกำแพงยังได้เคยไปจับหยิบอิฐของกำแพงเมืองเก่า โดยไม่ได้ซาบซึ้งถึงคุณค่าทางประวัติศาสตร์เลย ว่าถ้าเราไม่บุกรุก ไม่ทำลายก็คงจะได้บูรณะให้เป็นกำแพงเมืองได้เกือบรอบ ไม่ใช่มีแต่เฉพาะด้านหน้าเพียงด้านเดียว  หลังจากนั้นผมก็เห็นว่ามีการบุรุกสร้างบ้านเรือนหลังกำแพง แล้วกำแพงก็ค่อยๆ ถูกรื้อถูกทำลายไปจนเกือบหมด เช่นเดียวกับกำแพงด้านตะวันตกซึ่งยังมีคูคลองให้เห็นอยู่ สำหรับด้านตะวันออกนั้นเป็นที่ลุ่มลาดต่ำ ตอนหลังถูกถมจนแนวคูคลองหายไป ผมทราบว่าที่ดินบริเวณกำแพงทีถูกบุรุกนั้น เป็นที่ดินราชพัศดุเป็นของแผ่นดิน ผู้บุรุกที่ดินจะไปขอเป็นฉโนตเพราะถือสิทธิ์การครอบครอง  ซึ่งทราบต่อมาภายหลังว่าเป็นคดีความกันถึง 3 ศาล  ผู้บุกรุกเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ก็ไม่สามารถจะนำที่ดินไปขายหรือไปจำนอง แต่ก็มีสิทธิในการอยู่อาศัยได้ตลอดไป ต้องเสียค่าเช่าไม่กีบาททำนองนี้แหละ        อีกเรื่องหนึ่งที่ผมได้รับการเล่าขานมาก็คือ นอกจากจะมีตำบลท่าวัง ซึ่งน่าจะเป็นท่าที่จะเข้ามาในวัง แล้วยังมีวัดวังตะวันออกและวัดวังตะวันตก  ซึ่งด้านวัดวังตะวันตกนั้นจะเห็นว่ายังมีเรือนไทยโบราณที่อนุรักษ์ไว้  ตามประวัตินั้นคงจะเป็นวังเก่าที่เจ้าเมืองคงจะสร้างไว้สำหรับนางสนมกำนัลทำนองนั้น ต่อมาภายหลังได้สร้างเป็นวัดอยู่ในบริเวณเดียวกัน และต่อมาอีกช่วงหนึ่งมีการตัดถนนผ่านผ่าวัดหรือวังทำให้มีวัดอยู่ทั้งสองฝาก แล้วสุดท้ายกลายเป็นวัดวังตะวันออก และวัดวังตะวันตกก็ด้วยเหตุนี้

ภาพลักษณ์เมืองนครศรีธรรมราช

นครศึกษา No Comments »

ก่อนที่จะมีปรากฏการณ์จตุคาม  มีนักท่องเที่ยงหรือผู้มาเยียมเยือนเมืองนครน้อย จนทางจังหวัดมีโครงการต่างๆ เพื่อสร้างภาพลักษณะเมืองนครให้ดีขึ้น  จากที่ไปโจษขานกันว่าเป็นเมืองคนดุบ้าง หัวหมอบ้าง เป็นคนโกงบ้าง มีคดีอาญชกรรมเกิดขึ้นสูง ก็ยังมองไม่เห็นทางว่าจะมีคนมาเที่ยวเมืองนครได้อย่างไร ยกเว้นในเทศกาลงานเดือนสิบ ซึ่งก็มีผู้คนจากต่างจังหวัดมาเที่ยวกันบ้าง

แต่เหมือนกับเหมือนพระมาโปรดคนเมืองนครเมื่อเกิดปรากฏการจตุคามรามเทพ ทำให้เศรษฐกิจเมืองนครดีขึ้นขณะที่จังหวัดอื่นๆ อาจจะแย่ลง ก็ต้องยอมรับในบุญญาธิการ พลานุภาพขององค์พ่อจตุคามรามเทพ ที่ทำให้ผู้คนหลั่งไหลมาที่จังหวัดนครศรีธรรมราชมากมายเป็นประวัติการณ์อย่างไม่เคยมีมาก่อน เที่ยวบินเพิ่มมากขึ้นถึงแปดเที่ยวต่อวัน  บุคคลสำคัญหลายต่อหลายคนได้หลั่งไหลมายังนครศรีธรรมราช ทั้งดารานักแสดงยอดนิยม นักร้อง นักแสดง นักข่าว และนักท่องเที่ยวก็มาจำนวนมาก เพื่อมาตามรอยจตุคามรามเทพ แม้ว่าองค์จตุคามรามเทพจะมีประวัติความเป็นมาที่ยังตัดสิ้นไม่ได้ชัดเจนนัก บ้างก็ว่าสืบเชื่อสายมาจากอดีตเจ้าเมืองนคร บ้างก็ว่าเป็นเทวดารักษาองค์พระธาตุ

ที่แน่ๆ องค์จตุคามรามเทพได้ช่วยทำให้ภาพลักษณ์เมืองนครดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดจากที่ไม่เคยมีนักท่องเที่ยวก็เกิดมีมากขึ้นอย่างเห็นเด่นชัด แม้ใครจะคาด พยากรณ์ว่ากระแสจตุคามได้ลดน้อยลงไป แต่ก็ยังคงมีพิธีปลุกเสกอยู่ไม่ขาดสาย ในปัจจุบันที่เป็นไปได้ว่าจากจังหวัดอื่นมาทำพิธีที่นครจึงจะเข้มคลังเป็นที่เชื่อถือ และขณะนี้ได้แผ่ขยายไปทั้งในประเทศและต่างประเทศ  ถ้าหากจะคิดว่าด้วยกระแสความขัดแย้งการเมือง และก่อการร้ายทำให้คนหันที่พึ่งทางจิตมากขึ้น ขณะที่องค์จตุคามก้าวเข้ามาเป็นที่พึ่งทางใจให้กับผู้คนให้มีกำลังใจมีความหวัง และคิดว่าภาวะเช่นนี้อาจดำเนินต่อไปอีกนานพอสมควร เพราะต่อจากนี้ก็นครศรีธรรมราชก็จะมีคนต่างเมืองมาเยื่ยมอีกจำนวนมากอันเนื่องจากการเป็นเจ้าภาพกีฬาแห่งชาติ และองค์พ่อจตุคามได้มีส่วนร่วมจากแรงศรัธาทำให้มีเงินมาใช้จ่ายในการจัดแข่งขันกีฬาในครั้งนี้จากความร่วมมือของชาวนครอย่างแท้จริง

เราคงไม่ต้องการภาพลักษณ์เดิมๆ หวลกลับมายังเมืองนครอีก เพราะดูเหมือนว่าภาพลักษณ์ที่ไม่ดีเหล่านั้นได้หายไปชั่วคราวในขณะนี้ วัดวาอารามจำนวนมากได้รับการบูรณะสร้างเสริมทำให้พุทธศาสนิกชนได้ใช้เป็นแหล่งศึกษาธรรมได้ดีขึ้นกว่าเก่าแน่นอน แต่คิดว่าจะต้องบูรณะจิตใจควบคู่ไปด้วย และเตรียมการเพื่อที่จะสร้างกระแสหลังจตุคามนี้เมืองนครควรจะทำอะไรต่อไปเพื่อความอยู่ดีมีสุขตามยุทธศาสตร์ของจังหวัด

ประเพณีนครศรีธรรมราช

ภาษา ศิลปวัฒนธรรม, นครศึกษา No Comments »

ประเพณีสงกรานต์และแห่นางดาน
จัดขึ้นในช่วง 13-15 เมษายนของทุกปี เป็นประเพณีของพราหมณ์เมื่องนครครั้งอดีต โดยทั่วไปเมื่อขึ้น 7 ค่ำ เดือนยี่ เริ่มตรียัมปวาย ปีใหม่ของฮินดู พระศิวะเป็นเจ้าเสด็จลงมาโปรดชาวโลก  ชาวนครจัดพิธีแห่นางดานที่สลักภาพเทพ พระคงคา พระธรณี พระอาทิตย์ และพระจันทร์ไปต้อนรับพระสิวะ ณ หอพระอิศวร (บางส่วนจากปฏิทินแจก 2551)

/km/08723_001.jpg

ประเพณีแห่ผ้าขึ้นธาตุ
จัดขึ้นปีละ 2 ครั้งในวันมาฆะบูชา และวันวิสาขะบูชา ซึ่งเหล่าพุทธศาสนิกชนจะจัดขบวนแห่ผ้าพระบฎนำไปถวายสักการะองค์พระบรมธาตุ การนำผ้าขึ้นห่มพระธาตุเจดีย์ เชื่อว่าเป็นวิธีหนึ่งที่จะได้ใกล้ชิดพระพุทธเจ้า ชาวเมืองทั่วไปเลื่อมใสศรัทธาจะแห่ผ้ามาเป็นขบวนในวันมาฆะบูชา เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา ถือปฏิบัติสืบต่อมาแต่ครั้งพระเจ้าศรีธรรมาโศกราช สมโภชพระบรมธาตุเจดีย์ (เพิ่มเติมจากปฏิทินแจก 2551)

/km/feb.jpg

ประเพณีบุญสารทเดือนสิบ
เป็นประเพณีที่ยิ่งใหญ่ของชาวใต้เริ่มในวันแรม 9 ค่ำถึงวันขึ้น 3 ค่ำเดือน 10 เป็นการแสดงความกตัญญูต่อบุพการีที่ล่วงลับไปแล้ว

/km/sat481.jpg

ประเพณีชักพระหรือลากพระ
จะมีในวันแรม 1 ค่ำเดือน 11 เพื่อเป็นการผ่อนคลายความจำเจ และประกวดประชันความเสื่อมใสศรัธาของชาวพุทธที่มีต่อพระพุทธรูปอันศักดิ์สิทธ์

/km/32.jpg

อำเภอปากพนัง

ท่องเที่ยว เดินทาง, นครศึกษา No Comments »

สาเหตุที่เรียกอำเภอปากพนังเล่ากันว่า บริเวณฝั่งชายหาดปากพนัง เป็นสถานที่ที่คลื่นซัดเอาเปลือกหอยเบื้อหอยจากท้องทะเลขึ้นมา  และเบี้ยที่ซัดนี้  แผ่นดินได้ตั้งผู้ปกครองขึ้นไว้ดูแล และให้ชื่อสถานที่นี้ว่าเบี้ซัด จนถึงวันที่ 5 มีนาคม 2445 จึงมีพระราชองค์การให้เปลี่ยนชื่ออำเภอเบี้ยซัดเป็นอำเภอปากพนัง

ปากพนังเป็นพื้นที่ราบลุ่ม มีแม่น้ำปากพนังไหลผ่าน พื้นที่เดิมเป็นทะเล เป็นดินดอน บริเวณปากแม่น้ำมีแหลมจะงอยยื่นออกไปกลางทะเลคือตำบลแหลมตะลุมพุก

หมู่บ้านแสงวิมาน หมู่ที่ 13 ตำบลคลองน้อย นิยมปลูกส้มโอ จนทำให้สมโอแสงวิมานมีรสชาติอร่อย มีชื่อเสียง

วิทยาลัยเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมการต่อเรือ  จัดตั้งตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 7 เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 2530 โดยได้รับความช่วยเหลือจากโครงการเงินกู้กองทุนความร่วมมือทางเศรษฐกิจโพ้นทะเลแห่งญี่ปุ่น เป็นเงินกู้ 400 ล้านบาท เพื่อใช้ในการจัดซื้อครุภัณฑ์สำหรับการเรียนการสอน เปิดสอนครั้งแรกเมื่อวันที่ 16 พค. 2538 โดยอาศัยสถานที่เรียนของวิทยาลัยเทคนิคนครศรีธรรมราช ปัจจุบันเปิดการสอนทั้งในระดับหลักสูตรปวช. และปวส. ในแผนกช่างยนต์ ช่างกลโรงงานเชื่อมโลหะ ช่างไฟฟ้ากำลัง ช่างอิเลคทรอนิกส์ ช่างต่อเรือ ช่างแมคคาทรอนิกส์ และช่างเครื่องเรือนตกแต่งภายใน

สถานที่ท่องเที่ยว 
พิพิธภัณฑ์เฉลิมพระเกียรติเพื่อพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง กำหนดขึ้นโดยโครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง

บ้านวังนก (ตึกคอนโดนกนางแอ่น) มีชื่อเสียงในเรื่องของนกนาแอ่นที่เข้ามาทำรังในบ้านเรือนอาศัยของผู้คน มีปริมาณนกนางแอ่นมากจนสามารถดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับการขายรังนกนางแอ่นได้โดยไม่ต้องของสัมปทานเพราะนกนางแอ่นเข้าไปอาศัยในตึกที่เป็นที่อยู่ จึงทำรายได้ให้กับชาวปากพนังเป็นจำนวนมาก

วัดนันทาราม  เดิมเรียกวัดใต้ เป็นวัดที่ประดิษฐานของหลวงพ่อผุด พระพุทธรูปหินทรายแดง ศิลปะสมัยอยุธยา ภายในวัดยังเก็บศิวลึงองค์ใหญ่พบที่โบราณสถานเขาคา อายุประมาณ 1200 สลักจากหินปูน

เครื่องปั้นดินเผาที่บ้านบางปู ตำบลปากพูน อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช

นครศึกษา No Comments »

  จากการสำรวจดินแดงที่บ้านบางปู ตำบลปากพูน อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นดินท้องนา เนื้อดินหยาบมีแร่เหล็ก ลักษณะของดินที่ขุดพบมีสีส้ม สีแดง หรือสีเหลืองก่อนเผา หลังการเผาที่อุณหภูมิ 800-900 องศาเชียเซียล มีสีส้ม หรือส้มน้ำตาล ชาวบ้านใช้ดินแดงเป็นวัตถุดิบหลักในการประกอบอาชีพเครื่องปั้นดินเผามาตั้งแต่โบราณจนถึงปัจจุบัน ผลิตภัณฑ์ที่ผลิตมีหลากหลายรูปแบบ เช่นอิฐ กระถาง แจกัน โคมไฟ ของที่ระลึก ของประดับตกแต่งบ้านและตกแต่งสวนแต่ผลิตภัณฑ์ยังไม่มีเอกลักษณ์ของท้องถิ่น นอกจากนี้ยังรับผลิตภัณฑ์เครื่องปั้นดินเผาจากแหล่งอื่นมาจำหน่ายซึ่งมีรูปแบบที่สวยกว่าและราคาสูงกว่าผลิตภัณฑ์ที่ชาวบ้านผลิตในขณะที่จังหวัดนครศรีธรรมราชมีศิลปะหัตกรรมที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวและแฝงไว้ซึ่งจิตวิญญาณของท้องถิ่น เช่นศิลปะการตอกหนังตะลุง ใช้หนังสัตว์ซึ่งเป็นวัสดุธรรมชาติอีกชนิดหนึ่งที่นำมาประดิษฐ์งานหัตกรรมพื้นบ้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ตัวหนัง ซึ่งเป็นองค์ประกอบหลักของการละเล่นชนิดที่ใช้ตะเกียงส่องตัวหนัง เพื่อให้เกิดเงาไปตกทอดบนจอผ้าที่ขึงเตรียมรับไว้ นอกจากนี้แล้วก็มีบทพากย์ บทเจรจา ดนตรี และการเชิด ศิลปะการทำผ้าบาติก ของกลุ่มลายเทียน ม.10 ต. กำโลน อ.ลานสกา เป็นหัตกรรมทำโดยอาศัยเทคนิคง่ายๆ คือการเขียนเส้นเทียนกั้นไม่ให้สีซึมเข้าหากันในการระบายสีสำหรับลวดลายได้ใช้ศิลปะและธรรมชาติจากพืชที่ผ่านการทดสอบแล้วนำมาใช้สีเคมีด้วยทำให้ผ้าบาติกมีความสวยงามแปลกตายิ่งขึ้น ผ้ามัดย้อมด้วยสีธรรมชาติของกลุ่มมัดย้อมสีธรรมชาติ ม.10 ต.กำโลน อ.ลานสกา เป็นผลิตภัณฑ์ที่เกิดจากการนำเอาผ้าฝ้าย ลินิน หรือผ้าขาวชิดอื่นๆมามัดเป็นลายให้แน่น แล้วนำไปย้อมสีธรรมชาติที่ได้จากในท้องถิ่น เช่น ใบมังคุด ใบเพกา เปลือกลูกเนียง ฝักสะตอ ส่วนที่มัดไว้จะไม่ถูกย้อมสี เมื่อแกะออกจะได้ลวดสวยงามไม่ซ้ำกัน จากนั้นจึงนำไปตัดเย็บเป็นเสื้อ กางเกง กระเป๋า หมวก ผ้าเช็ดหน้า ฯลฯ ผ้าทอพื้นเมืองของกลุ่มทอผ้าบ้านมะม่วงปลายแขน ม.8 ต.ท่างิ้ว อ.เมือง ผ้ายกเมืองนครเป็นผ้าทอที่มีชื่อเสียงมาตั้งแต่อดีต ปัจจุบันได้รับการฟื้นฟู ขึ้นมาใหม่ แม้จะไม่ใช้ผ้ายกแบบเดียวกันในอดีตแต่ก็เป็นผ้ายกที่พยายามสืบทอดศิลปะการทอผ้ายกของเมืองนคร นอกจากนี้ยังได้มีการส่งเสริมการทอผ้าแบบทั่วไปด้วย ลายที่ทอได้แก่ ลายดอกพิกุล ลายดอกลูกแก้ว เครื่องแต่งกายของโนรา เช่น เครื่องรูปปัด จะร้อยด้วยลูกปัดเป็นลายดอกดวง ใช้สำหรับท่อนบนแทนเสื้อ ปิ้งคอ ใช้สำหรับสวมห้อยคอหน้า-หลัง คล้ายกรองคอหน้า พานอก ร้อยลูกปัดเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ใช้พันรอบตัวตรงระดับอก บางถิ่นเรียกว่าพานโครง บางถิ่นเรียกว่า รอบอก เครื่องลูกปัดนี้ใช้เหมือนกันทั้งตัวยืนเครื่องและตัวนางรำ แต่มีช่างหนึ่งที่คณะชาตรีในมลฑลนครศรีธรรมราชใช้อินอินทรธนู ซับทรวง ( ทับทรวง ) ปีกแหน่ง แทนเครื่องลูกปัดสำหรับตัวยืน ( นครศรีธรรมราชดอทคอม)
ผู้ศึกษาจึงเกิดแนวความคิดในการใช้ประโยชน์จากภูมิปัญญาท้องถิ่นเพราะเป็นการนำเสนอเรื่องราวของการออกแบบผลิตภัณฑ์ด้วยการขยายความคิดว่าสิ่งนั้นสร้างมาจากรากง้าวอย่างไร แฝงเร้นด้วยปรัชญา ความเชื่อ ความศรัทธา ใดบ้าง และมันมีเสน่ห์อะไรที่ทำให้ดำรงอยู่ได้ยาวนานเช่นนั้น แล้วเราในฐานะชนรุ่นหลังได้ให้คุณค่ากับภูมิปัญญาท้องถิ่นเป็นปีนั้นมากน้อยเพียงไร การสร้างสรรค์ผลงานด้วยวิธีนี้นอกจากความภูมิใจของนักออกแบบแล้วเป็นความภูมิใจของคนในท้องถิ่นด้วย (วัชรินทร์  จรุงจิตรสุนทร, 2548 : 146 ) และทำให้ผู้ใช้มีความรู้สึกพิเศษกับของสิ่งนั้นจนพัฒนากลายเป็นความผูกพัน ผลงานการออกแบบจะกลายเป็นของไร้ค่าไปในทันทีถ้าหากว่าของสิ่งนั้นน่าเกลียด หรือไร้รสนิยม เมื่อใช้เสร็จแล้วก็จะสามารถโยนทิ้งได้โดยที่ไม่รู้สึกอะไรเลย ดังนั้นจึงต้องพยายามที่จะสร้างบุคลิกเฉพาะตัวในงานออกแบบแต่ละชิ้น เพื่อให้คนดูรู้สึกรัก รู้สึกภูมิใจที่ได้เป็นเจ้าของและอยากเก็บของสิ่งนั้นไว้นานๆ ( มาร์ค นิวสัน, 2548 : 48 )
ในยุคโลกาภิวัตทำให้เรามีระบบการติดต่อสื่อสารที่ทันสมัยเชื่อมโยงภูมิภาคต่างของโลกเอาไว้เป็นหนึ่งเดียว การพาณิชย์เริ่มพัฒนาสู่ระบบสากลทำให้เราไม่สามารถแยกตัวเองออกมาอยู่อย่างโดดเดี่ยวอีกต่อไป หากเรามองในอีกด้านหนึ่งนี่คือช่องทางและโอกาสที่จะนำพาผลผลิตของเราไปสู่ตลาดโลก
จากเหตุผลดังกล่าวมาแล้วข้างต้นจึงเป็นที่มาของแนวความคิดในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์โดยใช้วัตถุดิบในท้องถิ่นได้แก่เครื่องปั้นดินเผา ผสมผสานกับศิลปะการตอกหนังตะลุง, ผ้าบาติก, หางอวน, ผ้ามัดย้อมและเครื่องประดับโนรา ผ่านกระบวนการออกแบบจนเกิดมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์และเพิ่มทางเลือกให้กับผู้อุปโภคในการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์เครื่องปั้นดินเผา
  

 

ปลามัดปลาแห่งขุนเขาหลวง

ท่องเที่ยว เดินทาง, นครศึกษา No Comments »

ปลามัดเป็นปลาที่พบในเทือกเขาหลวง จังหวัดนครศรีธรรมราช ผูกพันกับวิถีชีวิตของประชาชนที่อยู่แถบเทือกเขามาเป็นเวลานับร้อยปี

เทืภ??เขาหลวง

องค์จตุคามรามเทพฟีเวอร์

นครศึกษา No Comments »

เนื่องจากจังหวัดนครศรีธรรมราช  เป็นจังหวัดที่มาขององค์จตุคามรามเทพ และตามประวัติเป็นเทพที่รักษาองค์พระบริมธาตุ  ดังปรากฏในวิหารทรงม้า ที่หน้าประตูทางเข้าองค์ประธาตุทั้งสองด้าน  เมื่อปี 2530 มีการสร้างเสาหลักเมืองนครศรีธรรมราช และมีการอัญเชิญองค์จตุคามรามเทพมาที่ศาลหลักเหมือง และมีการสร้างวัตถุมงคลที่ทำเป็นรูปจตุคามด้วยผงสุริยันจัทรา โดยผู้ริเริ่มในการจัดทำคือพลตำรวจตรีสรรเพชร ธรรมาธิกุล โดยมีท่านขุนพันธรักษ์ราชเดชเป็นเจ้าพิธี และมีอาจารย์ตั้งแต่สมัยวิทยาลัยครู ได้มีส่วนร่วมในพิธีการ ตั้งแต่การเป็นโฆษกของงาน เป็นกรรมการในการจัดทำหนังสือที่เกี่ยวข้อง และรวมทั้งเป็นผู้เขียนบทความที่เกี่ยวข้อง เป็นต้น

หลังจากนั้นได้มีการสร้างวัตถุมงคลองค์จตุคามรามเทพอีกหลายรุ่น มีชื่อรุ่นต่างๆ กัน ต่างวาระกัน คนที่มีความศรัธาความเชื่อ ในความเป็นศิริมงคล บันดารความสำเร็จต่างๆ ให้จนเป็นที่เลื่องลือ และได้รับความนิยม ทำให้มีราคาซื้อขายวัตถุมงคลจตุคามรามเทพ เป็นหลัก หมื่น ถึง ล้านบาท โดยเฉพาะในรุ่นแรกๆ  ประกอบกับเมื่อเร็วๆ นี้ในงานพิธีพระราชธานเพลิงศพ โดยพระบรมโอรสฐาธิราชได้เสด็จมาในงานพิธีนี้  และเจ้าภาพในประกาศว่าจะมีการแจกจ่ายวัตถุมงคลเป็นรูปของท่านขุนพันธรักษ์ราชเดช และองค์จตุคามรามเทพที่ผ่านการปลุกเสก  ทำให้ผู้คนหลังไหลมาร่วมงานพระราชทานเพลิงศพนับแสนคน ทำให้มีการสั่งจองวัตถุมงคลองค์จตุคามรามเทพที่กำลังดำเนินการจัดสร้างจำนวนมาก ไม่เฉพาะที่จังหวัดนครศรีธรรมราชเท่านั้น แต่มีการสร้างที่จังหวัดต่างๆ มากมาย และทำให้อุโบสถวัดพระมหาธาตุนครศรีธรรมราชมีพิธีกรรมในการปลุกเสกองค์จตุคามรามเทพมากที่สุดทีเดียว

ชาวนครศรีธรรมราชได้รับอานิสงจากการจัดสร้างวัตถุมงคลมากมายหลายทาง โดยเฉพาะการจัดสร้างเพื่อการกุศลในด้านต่างๆ เช่นสร้างอุโบสถุ เพื่อการศึกษาด้านต่างๆ มีทั้งโรงเรียน หน่วยงานราชการ และมหาวิทยาลัยได้จัดสร้างขึ้นด้วยวัตถุประสงค์ดังกล่าวและได้รับผลสำเร็จด้วยดี  เช่นการสร้างวัตถุมงคลองค์จตุคามเพื่อเป็นทุนในการจัดแข่งขันงานกีฬาแห่งชาติซึ่งประสบผลสำเร็จเป็นอย่างสูง การสั่งจองนั้นบางคนเมื่อสั่งจองไปแล้ว และเมื่อมีความต้องการมากก็มีการขายใบสั่งจองได้ในราคาสูงขึ้น แสดงถึงการได้รับความนิยม

แม้ว่าหลายคนบอกว่าเป็นการปั่นราคาเพื่อให้วัตถุมงคลมีราคาดีขึ้น อาจจะจริงในบางส่วน และไม่จริงในบางส่วน  มีผู้ที่คร่ำหวอดในวงการพระเครื่องทั้งหลาย และบางคนนั้นเชื่อว่า ไม่ว่าจะเป็นพระหรือวัตถุมงคลใดถ้ามีความเชื่อ ความศรัธา มีความตั้งมั่นในทางที่บริสุทธิ์ใจ ทำด้วยกุศลแล้วมักจะเกิดอภินิหารให้เห็นได้ โดยเฉพาะที่ทำไปด้วยความเมตตากรุณา ทำไปด้วยใจที่สงบ ที่ไม่เบียดเบียนผู้ใดแล้ว อภินิหารเกิดขึ้นได้เสมอ เช่นเดียวกับองค์จตุคามรามเทพก็เป็นวัตถุมงค์ ที่หลายคนเชื่อศรัธาด้วยความบริสุทธิ์ใจ ถึงคุณงามความดีของท่าน อะไรก็เกิดขึ้นได้ทั้งนั้น  ท่านอาจจะได้ตามที่หวัง ท่านอาจจะมีโชค ท่านอาจจะทำให้โชคร้ายกลายเป็นดี หรือจากเคราะห์กรรมหนักกลายเป็นเบา ท่านอาจจะบรรเทาจากอาการเจ็บป่วย และอีกมากมายถ้าท่านเชื่อในเรื่องของกรรม และการทำความดีก็เชื่อว่าองค์จตุคามรามเทพคงมาช่วยท่านแน่

ปรากฏการณ์องค์จตุคามรามเทพที่อาคารเกษตรม.รภ.นศ.

ข่าว, นครศึกษา No Comments »

กระแสข่าวได้มาถึงผู้เขียน โดยสรุปว่าจากงานเลี้ยงบัณฑิตที่อาคารเกษตรศาสตร์นั้น  ได้มีการถ่ายรูป ซึ่งในจำนวนนั้นคงมีหลายคนที่ได้มีองค์จตุคามฯ ติดตัวมา เมื่อถ่ายรูปก็ได้เห็นความประหลาดเกิดขึ้นที่ภาพถ่ายอย่างเด่นชัด ยังอธิบายตามหลักของวิทยาศาสตร์ ไม่ได้ งานนี้อาจารย์สาขาเกษตรศาสตร์ ได้ลงมือถ่ายรูปด้วยกล้องดิจิทัล ด้วยตนเองหลายท่าน ล้วนเป็นนักวิทยาศาสตร์  และมีความน่าเชื่อถือเพียงไร ก็สอบถามที่อาจารย์สาขาเกษตรศาสตร์ ก็แล้วกันนะครับ 

จากภาพถ่ายที่พอเห็นเป็นรูปร่างของวัตถุมงคลจตุคามได้ชัด  แต่การพิสูจน์นั้นเนื่องกล้องถ่ายรูปที่ถ่ายนั้นเป็นของนักศึกษา  และไม่ทราบมีจำนวนกี่กล้องที่ถ่ายได้  ถ้ากล้องเดียวก็เป็นได้ว่ามีการดัดแปลงที่ต้วกล้องให้เกิดดวงตราวัตถุมงคล และตั้งไว้ด้วยว่า บางครั้งให้ปล่อยออกมาติดที่ภาพ ในลักษณะของแสงเสริม เรื่องนี้ต้องพิสูจน์กันต่อไป

นกประจำจังหวัดนครศรีธรรมราช

นครศึกษา No Comments »

นกกินปลีหางยาวเขียว

นกกินปลีหางยาวเขียว  พบครั้งแรกบนเทือกเขาหิมาลัย แถบประเทศเนปาล   ซึ่ง  Hodgson  ได้วิเคราะห์ และ ตั้งชื่อไว้ในปี พ.ศ. 2380  ชื่อวิทยาศาสตร์ ของ นกกินปลี ชนิดนี้ คือ  Aethopyga  nipallensis   นั้น ชื่อสกุล คือ  Aethopyga  มาจากคำในภาษากรีก  2   คำ คือ   aithos  ซึ่งแปลว่า มีสีเหลืองดั่งเปลวไฟ  และ pyge  แปลว่า ตะโพก เพราะนกกินปลีชนิดนี้ และ ชนิดอื่นๆ ในสกุลเดียวกัน ล้วนแต่มีแถบสีเหลืองที่ตะโพก ซึ่งเป็นลักษณะที่แตกต่าง จาก นกกินปลีในสกุลอื่นๆ  เป็นอย่างมาก ส่วนชื่อชนิด คือ  nipallensis  แปลว่า แห่งประเทศเนปาล  เพราะนกกินปลีชนิดนี้  พบครั้งแรกที่ประเทศเนปาล  แต่เหตุที่มีชื่อว่า  nipallensis  เพราะมาจากคำว่า   Nipal  ซึ่งเป็นชื่อที่ ชาว เนปาล  ใช้เรียก ชื่อประเทศของเขา   ซึ่งหมายถึง ดินแดนอันศักดิ์สิทธิ์  บางครั้งก็มีชื่อเรียกอื่นๆ ของ นกชนิดนี้ว่า   Nepal Yellow - backed Sunbird  หรือ Green - throated Sunbird  เพราะมันมีใต้คอเป็นสีเขียว

รูปร่างลักษณะ    นกกินปลีหางยาวเขียว  ก็เช่นเดียวกับ นกกินปลีชนิดอื่นๆ มีลำตัวค่อนข้างบอบบาง คอสั้น หัว มีขนาดได้สัดส่วนกับลำตัว ปากเล็กยาวเรียว โค้งลง มาก และ ปลายแหลม ซึ่งมีประโยชน์ในการ สอด เข้าไปในระหว่างกลีบดอกไม้   เพื่อดูดกินน้ำหวาน  หน้าตัดของปาก  มีลักษณะกลม ขอบปากของนกกินปลี ทั้งปากบน และ ปากล่าง ร่วมครึ่งหนึ่ง ของ ความยาวปากจนถึงปลายปาก  มีลักษณะเป็นหยักๆ คล้ายฟันเลื่อย อย่างละเอียดโดยตลอด แต่ดูด้วยตาเปล่าไม่เห็น   ต้องใช้แว่นขยายส่องดู  จึงจะ มองเห็นได้ ที่สันปากบน ใกล้ๆ โคนปาก มีรูจมูกเปิดออก   2  รู   เป็นรูปไข่ มีลักษณะกลวง แต่มีขนปกคลุม นกกินปลีมีปีกสั้น และ มนกลม จึงใช้บินไปไหนมาไหนได้ใน ระยะทางสั้นๆ เท่านั้น  นกตัวผู้และ   นกตัวเมีย   จะมีขนหางแตกต่างกัน   นกตัวผู้   จะมีขนหางคู่กลาง  ยื่นยาวแหลมออกไปมาก    แต่ขนหางคู่อื่นๆ สั้น พอๆกับขนหางของ นกตัวเมีย ,  ขา ของ นกกินปลี มีลักษณะสั้น แต่ แข็งแรง   ด้านหน้าของขาท่อนล่าง มีเกล็ด   ปกคลุม   ซึ่งเรียงต่อกัน ไม่เป็น ระเบียบ   นิ้วเท้าอวบสั้น ยื่นไปข้างหน้า 3 นิ้ว และ ยื่นไปข้างหลัง 1 นิ้ว เล็บเท้าสั้น แต่ แหลมคม  นกกินปลีหางยาวเขียว   มีความยาวจากปลายปากถึงปลายหาง  11 ซม.  
 /km/ginplibird.jpg

นกตัวผู้   จะมีขนหางคู่กลาง ยื่นยาว ออกไปอีก  3 ซม. นกกินปลีหางยาวเขียว พันธุ์เหนือ นั้น นกตัวผู้มีสีสันตัดกันหลายสีสวยงามมาก โดยเฉพาะในเวลาที่ ขนของมันต้องกับแสงแดด  จะมันวาวเหมือนโลหะสท้อนแสง   หน้าผาก   หัว   ท้ายทอย และ กลางหลัง ส่วนบน เป็น สีเขียวเข้มเป็นมัน , คาง ใต้คอ สีเขียวเข้มเช่นกัน   แต่ บริเวณ ขนคลุมหู จะมีสีคล้ำออกดำ ด้านข้าง ของ คอ หลังส่วนบน และ ส่วนกลาง สีแดง อม น้ำตาล   ขนคลุมปีก ไหล่ และ หลังส่วนล่าง สีเขียวแกมเทาหม่นๆ  ปีก สีคล้ำๆ  ตะโพกสีเหลืองสดเด่นชัด แต่ ในบางครั้ง ก็ มองเห็นไม่ชัด  ทั้งนี้เพราะ ขนสีเขียวปนเทา หม่นๆ  ที่ยาวลงมาจาก สองข้างหลังตอนล่างปิดทับไว้   ขนคลุมบนโคนหาง และ ส่วนของโคนขนหางคู่กลาง ซึ่งเป็นขนคู่บนสุด มีสีเขียวเข้ม เป็นมัน แบบสีของขนนกยูง เช่นเดียวกับบนหัว และ ใต้คอ ขนหางคู่กลางส่วนปลาย  และ ขนหางคู่อื่นๆ  เป็นน้ำเงินเข้มเกือบดำ แต่นกตัวผู้ บางตัว อาจมีเหลือบสีเขียวที่ขอบขนหาง เหล่านี้ด้วย หน้าอกตอนบน เป็นสีเหลืองเข้ม แล้วค่อยๆ  เปลี่ยนเป็นสีแดงเข้ม ที่หน้าอกตอนล่าง และ ท้องตอนบน แล้วเปลี่ยนเป็น สีเหลืองเข้ม อีกครั้งที่ท้องตอนล่าง และ  ขนคลุมใต้โคนหาง แต่ บริเวณสีข้าง จะออกสีเขียวอ่อนเล็กน้อย ปากสีคล้ำ  ขา และ นิ้วเท้า ก็มีสีคล้ำ เช่นกัน    

นกตัวเมีย มีส่วนบนของลำตัว ตั้งแต่ หน้าผาก  หัว ท้ายทอย หลัง ตะโพก จนถึง ขนคลุมบนโคนหาง เป็น สีเขียวอ่อนปนเทา แต่ เหลือบสีบรอนซ์เล็กน้อย ส่วนล่างของลำตัว ตั้งแต่ คาง ใต้คอ ด้านข้างของหัว หน้าอก ท้อง จนถึง ขนคลุมใต้โคนหาง เป็น สีเขียวอ่อน ออกเหลือง โดยเฉพาะบริเวณท้อง และ ขนคลุมใต้โคนหาง ซึ่งเหลืองมากกว่า ส่วนอื่น  ขนปีก สีน้ำตาล ขนหาง  สีน้ำตาล  แต่ปลายขนหางแต่ละเส้น  มีแต้มสีขาวแกมเหลืองอ่อนๆ  เห็นได้ ชัดเจน ปาก ขา และ นิ้วเท้า มีสีคล้ำๆ  เช่นเดียวกับนกตัวผู้

        นกที่ยังไม่เต็มวัย   คล้ายนกตัวเมียที่เต็มวัย  แต่หางยังสั้น และ มีลักษณะเป็นสี่เหลี่ยม และ ยังมีแถบสีขาว เล็กน้อยที่ปลายหาง

ตำนาน จตุคามรามเทพ

นครศึกษา No Comments »

วัตถุมงคลที่มีการกล่าวถึงกันมากที่สุดขณะนี้ได้แก่จตุคามรามเทพ ในแง่การเป็นของขลัง มีความเชื่อว่าช่วยป้องกันภัย บันดารให้เกิดสิ่งทีดีๆ  ทำให้เป็นที่ต้องการของผู้คนจำนวนมากที่เสาะแสวงหามรครอบครอง และเป็นเหตุให้มีการสร้างวัตถุมงคลนี้กันมากมายหลายรุ่น
/km/boocha_rustyjade1.jpg

จตุคามรามเทพ คือเข้าชายรามเทพมารดาคือนางพญาจันทรา บิดาคือ พระสุริยะเทพ ต่อมาเป็นกษัตริย์อาณาจักรศรีวิชัย ได้ศึกษาวิชาจตุคามศาสตร์ จากพระมารดาจนจบและศึกษาหลักธรรมทางพุทธศาสนาด้วย  เสื่อมใสศรัทธาในนิกายมหายานแรงกล้า มุ่งมั่นสร้างบารมี ประกาศธรรมทั่วทั้งแผ่นดินสุวรรณภูมิ

บางตำนานความเชื่อยังระบุไว้ว่า องค์จตุคามรามเทพคือเทวดารักษาองค์พระบริมธาตุจังหวัดนครศรีธรรมราช สถิตอยู่ที่บานประตูทางขึ้นพระบรมธาตุ ในปี 2530 เมื่อมีการตั้งดวงเมืองขึ้นใหม่และสร้างหลักเมืองของจังหวัดนครศรีธรรมราชเมื่อประมาณ 20 มาแล้ว คือผงสุริยัน-จันทรา-จตุคามรามเทพ สร้างขึ้นในโอกาสประกอบพิธีเบิกเนิตรหลักเมืองศรีวิชัย 12 นักษัตรหรือเมืองนครศรีธรรมราชเมื่อ 3-5 มีนาคม 2530 แล้วแพร่หลายขึ้นเรื่อยๆ จนถึงปัจจุบันวัตถุมงคลจตุคามรามเทพมีการสร้างขึ้นหลายรูปแบบได้รับความนิยมจากผู้เคารพศรัธราล้นหลามมีการเช่าบูชาในราคาที่แตกต่างกัน ในแต่ละรุ่นซึ่งมีหลายรูปแบบ การเช่าบูชาในราคาในราคาที่แตกต่างกันตามแต่ละรุ่น แต่ละพิธีและ แต่ละเกจิอาจารย์

ความเลื่องลือถึงอภินิหารความศักดิ์สิทธิ์ที่ทำให้ราคาค่าเช่าสูงขึ้นเรื่อยๆ ตามความต้องการ

/km/product_081.jpg

ดอกไม้ประจำจังหวัดนครศรีธรรมราช

นครศึกษา No Comments »

ดอกราชพฤกษ์

ชื่อดอกไม้  ดอกราชพฤกษ์
ชื่อสามัญ Golden Shower Tree , Purging Cassia
ชื่อวิทยาศาสตร์ Cassis fistula Linn.
วงศ์ LEGUMINOSAE CAESALPINIOIDEAE
ชื่ออื่นๆ คูน ลมแล้ง ลักเกลือก ลักเคย อ้อดิบ กุเพยะ ชัยพฤกษ์ ราชพฤกษ์
ลักษณะทั่วไป ราชพฤกษ์เป็ไม้ยืนต้นขนาดกลางสูงประมาณ 12-15 เมตร ลำต้นสีขาวปนเทา ผิวเรียบมีรอยเส้นรอบต้น และรอยปมอยู่บริเวณที่เกิดกิ่ง ใบเป็นใบประกอบมีใบย่อยเป็นคู่ออกจากก้านใบ ใบย่อยมีประมาณ 4-8 คู่ ใบรี รูปไข่ โคนใบมน ปลายใบแหลม ขอบใบเรียบสีเขียว ออกดอกสีเหลือง เป็นช่อ ห้อยระย้าตามก้านใบ เวลาออกดอกใบจะร่วง
การขยายพันธ์ โดยใช้เมล็ด 
          วิธีการเตรียมเมล็ดก่อนเพาะ นำเมล็ดมาตัดหรือทำให้เกิดบาดแผลที่ปลายเมล็ดแล้ว แช่น้ำไว้ 12 ชั่วโมง หรือแช่กรดซัลฟูริค เข้มข้น 1.84 ประมาณ 15 นาที แล้วล้างน้ำให้สะอาด แช่น้ำทิ้งไว้ 12 ชั่วโมง วิธีนี้สะดวกแต่อันตราย และอีกวิธีหนึ่งคือ ต้มน้ำให้เดือดแล้วเทลงในเมล็ด ทิ้งไว้ข้ามคืน ทั้ง 3 วิธีนี้จะทำ ให้เมล็ดดูดน้ำเข้าไปและพร้อมที่จะงอก
          วิธีเพาะ อาจหยอดลงในถุงดินที่เตรียมไว้หรือจะเพาะในแปลงเพาะแล้วย้ายชำกล้าในภายหลัง ควรให้เมล็ดอยู่ใต้ผิวดิน 3-5 มิลลิเมตร รดน้ำให้ชุ่ม เมล็ดจะงอกภายใน 1-2 สัปดาห์
          สถานที่เหมาะสม    ดินร่วนซุย ดินร่วนปนทราย ดินร่วนเหนียว ต้องการน้ำน้อยทนแล้ง แสงแดดจัด
         ประโยชน์ รากฝนทาแก้กลาก เป็นยาระบาย รากและแก่นเป็นยาขับพยาธิ เปลือกและไม้ใช้ฟอกหนัง และใช้บดทาผื่นตามร่างกาย เนื้อไม้สีแดงแกมเหลือง ทนทาน ใช้ทำเสา ล้อเกวียน ใบต้มกินเป็นยาระบาย ดอกแก้ไข้ ฝักเนื้อในรสหวาน เป็นยาระบาย ช่วยบรรเทาการแน่นหน้าอก แก้ขัดข้อ 
ถิ่นกำเนิด  เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตอนกลาง ทางใต้ของอเมริกา และออสเตรเลีย

/km/thaiflower11.jpg

ต้นไม้ประจำจังหวัดนครศรีธรรมราช

นครศึกษา No Comments »

ต้นแซะ เป็นต้นไม้ประจำจังหวัดนครศรีธรรมราช

ชื่อสามัญ   แซะ Catechu Tree , Callerya atropurpurea (Wall.) Schot
ชื่อวิทยาศาสตร์ atropurpurea (Wall.)Bebtg วงศ์ Leguminosae มีชื่ออื่นๆ คือ กระแซะ พุงหมู กะแซะ ยีนิเก๊ะ แซะ

มีกำเนิด ตามชายป่าดิบชื้นภาคใต้ สูงจากระดับน้ำทะเล 10-50 เมตร เป็นไม้ยืนต้น มีลักษณะ

ไม้ต้นสูง 20-30 เมตร เรือนยอดเป็นพุ่ม ทึบเปลือกสีน้ำตาลปนเทา แตกเป็นสะเก็ดล่อนเป็นแผ่น  ใบประกอบแบบขนนกปลายเดียว ใบย่อยออกตรงกันข้าม 3-5 คู่ แผ่นใบย่อยรูปขอบขนานแกมรูปใบหอก 3-8ซม. ยาว 8-18ซม.

ดอกรูปดอกถั่ว ออกเป็นช่อตามปลายกิ่ง ยาวประมาณ 2 ซม. ผลเป็นฝักกว้าง 4-5 ซม. ยาว 5-10 ซม. เมล็ดมี 1-3 เมล็ด สีน้ำตาล กลม รี กว้าง3.5 ซม. ยาว 5 ซม. ผลแก่หลังจากออกดอกประมาณ 2 เดือน

ขยายพันธ์โดยวิธีการเพาะเมล็ด ในสภาพที่เหมาะสม สภาพดินทุกชนิด แสงแดดจัด ต้องการน้ำและความชื้นปานกลาง
ประโยชน์เนื้อไม้ใช้ในการก่อสร้างทั่วไป แต่ไม่ได้รับความนิยมเพราะเนื้อไม้เป็นที่ชอบของมอดและแมลง โดยมากมักใช้ทำฝืน และถ่านยอดอ่อนนิยมรับประทานเป็นผักสด

/km/021202acacia1.jpg

ตราประจำจังหวัดนครศรีธรรมราช

นครศึกษา No Comments »

ตราประจำจังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นรูปพระบรมธาตุเจดีย์เปล่งรัศมีธรรม หมายถึง ดินแดนพุทธภูมิ อันเจริญรุ่งเรือง ด้วยธรรมะในพระพุทธศาสนา มีรูปสัตว์ตามปีนักษัตรล้อมรอบ หมายถึง เมือง 12 นักษัตร ซึ่งเป็นเมืองบริวารตามตำนานเมืองนครศรีธรรมราช “นครอันงามสง่า แห่งพระราชาผู้ทรงธรรม

/km/black1.jpg

พูดถึงตราประจำจังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นภาพพระบรมธาตุเปล่งรัศมีออกมาเป็น 12 นักษัตร ซึ่งในสมัยพระเจ้าจันทรภาณุทรงมีพระปรีชาสามารถขยายอาณาเขตได้ครอบคลุมเมืองบริวารทั้งหลายอันได้แก่

1. เมืองสายบุรีใช้ตราหนู เมืองสายบุรี เป็นเมืองเก่าบนฝั่งแม่น้ำสายบุรี ประกอบด้วยชุมชนเกษตรกรรมบนพื้นราบ ริมทะเลหลายแห่ง จัดเป็นหัวเมืองที่ ๑ ในทำเนียบเมืองสิบสองนักษัตร ถือตราหนู (ชวด) เป็นตราประจำเมือง ปัจจุบันมีฐานะเป็นอำเภอในจังหวัดปัตตานีกกกกก

2. เมืองปัตตานีใช้ตราวัวเมืองตานี
เคยเป็นเมืองท่าสำคัญในภาคใต้ฝั่งตะวันออกซึ่งรู้จักในหมู่พ่อค้าต่างชาติช่วงพุทธศตวรรษที่ ๑๐-๑๘ ในชื่อ “ลังกาสุกะ” จัดเป็นหัวเมืองที่ ๒ ในทำเนียบเมืองสิบสอง นักษัตร ถือตราวัว (ฉลู) เป็นตราประจำเมือง ปัจจุบันคือจังหวัดปัตตานี

3. เมืองกลันตันใช้ตราเสือเมืองกะลันตัน เป็นชุมชนเก่าแก่ทางตะวันออกของคาบสมุทรมลายู แต่เดิมประชาชน นับถือศาสนาพุทธ และฮินดู ในราวพุทธศตวรรษที่ ๒๑ จึงเปลี่ยนไป นับถือศาสนาอิสลาม จัดเป็นหัวเมืองที่ ๓ ใน ทำเนียบเมืองสิบสองนักษัตร ถือตราเสือ (ขาล) เป็นตราประจำเมือง ปัจจุบันมีฐานะเป็นรัฐ หนึ่งของประเทศสหพันธรัฐมาเลเซีย

4. เมืองปาหังใช้ตรากระต่ายเมืองปะหัง เป็นชุมชนทางตอนล่างของแหลมมลายู ติดกับไทรบุรีหรือเคดาห์ จัดเป็นหัวเมือง ที่ ๔ ในทำเนียบเมืองสิบสองนักษัตร ถือตรากระต่าย (เถาะ) เป็นตราประจำเมือง ปัจจุบัน มีฐานะเป็นรัฐหนึ่งในประเทศสหพันธรัฐมาเลเซีย

5. เมืองไทรบุรีใช้ตรางูใหญ่ เมืองไทรบุรี เป็นชุมชนเก่าทางฝั่งตะวันตกของแหลมมลายู พื้นที่ส่วนใหเป็นที่ราบและบึงตม เดิมประชาชนนับถือพุทธศาสนา ล่วงถึง พุทธศตวรรษที่ ๒๐ จึงเปลี่ยนไปนับถือศาสนาอิสลาม จัดเป็นหัวเมืองที่ ๕ ในทำเนียบเมืองสิบสองนักษัตร ถือตรางูใหญ่ (มะโรง) เป็นตราประจำเมือง ปัจจุบันมีฐานะเป็นรัฐหนึ่งในประเทศสหพันธรัฐมาเลเซีย ชื่อว่า “เคดาห์”

6. เมืองพัทลุงใช้ตรางุเล็ก เมืองพัทลุง เป็นชุมชนเก่าแก่แต่ครั้งพุทธศตวรรษที่ ๑๑-๑๓ ได้รับอิทธพลทางพุทธศาสนาจาก นครศรีธรรมราชอย่างต่อเนื่องทุกยุคสมัย จัดเป็นหัวเมืองที่ ๖ ในทำเนียบสิบสองนักษัตร ถือตรางูเล็ก (มะเส็ง) เป็นตราประจำเมือง ปัจจุบันคือจังหวัดพัทลุง

7. เมืองตรังใช้ตราม้าเมืองตรัง เป็นเมืองท่าชายฝั่งทะเลตะวันตก ตัวเมืองเดิมตั้งอยู่ที่ควนธานี ต่อมาได้ย้าย ไปที่กันตัง และทับเที่ยงตามลำดับ จัดเป็นหัวเมืองที่ ๗ ในทำเนียบเมืองสิบสองนักษัตร ถือตราม้า (มะเมีย) เป็นตราประจำเมือง ปัจจุบันคือจังหวัดตรัง

8. เมืองชุมพรใช้ตราม้า เมืองชุมพร เป็นชุมชนเกษตรและท่าเรือบนคาบสมุทรขนาดเล็ก มีประชากร ไม่มากนักเนื่องจาก ดินฟ้าอากาศไม่อำนวยให้ทำมาหากิน จัดเป็นหัวเมืองที่ ๘ ในทำเนียบเมืองสิบสองนักษัตร ถือตราแพะ (มะแม) เป็นตราประจำเมือง ปัจจุบันคือจังหวัดชุมพร

9. เมืองปันไทยเสมอใช้ตราลิงเมืองบันทายสมอ สันนิษฐานว่าเป็นเมืองไชยา ซึ่งเป็นชุมชนใหญ่มาแต่พุทธศตวรรษที่ ๑๐ เป็นอย่างน้อย มีร่องรอยความเจริญทางเศรษฐกิจและศาสนาพุทธ นิกายหินยานและมหายาน รวมทั้งศาสนาฮินดู นิกายไวษณพและนิกายไศวะจำนวนมาก จักเป็นหัวเมืองที่ ๙ ในทำเนียบเมืองสิบสองนักษัตร ถือตราลิง (วอก) เป็นตราประจำเมือง ปัจจุบันเป็นอำเภอหนึ่ง ในจังหวัดสุราษฎร์ธานี

10. เมืองสะอุเลาใช้ตราไก่ เมืองสระอุลา สันนิษฐานว่าเป็นเมืองท่าทองอุแทหรือกาญจนดิษฐ์ ซึ่งอยู่บริเวณ ที่ราบลุ่มแม่น้ำท่าทอง และลุ่มคลองกะแดะ เคยมีฐานะเป็นเมืองลูกหลวงชั้นเอกและเป็นแหล่งเพาะปลูกสำคัญ ของนคร ศรีธรรมราช จัดเป็นหัวเมืองที่ ๑๐ ในทำเนียบเมืองสิบสองนักษัตร ถือตราไก่ (ระกา) เป็นตราประจำเมือง ปัจจุบันคืออำเภอกาญจนดิษฐ์ จังหวัดสุราษฎร์ธานี

11. เมืองตะกั่วป่า ถลางใช้ตราสุนัขเมืองตะกั่วป่า เคยเป็นเมืองท่าสำคัญทางฝั่งทะเลตะวันตก เป็นแหล่งผลิตดีบุกและเครื่องเทศ มาแต่โบราณ จัดเป็นหัวเมืองที่ ๑๑ ในทำเนียบเมืองสิบสองนักษัตร ถือตราสุนัข (จอ) เป็นตราประจำเมือง ปัจจุบันคืออำเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงา

12. เมืองกระบุรีใช้ตราหมูเมืองกระบุรี เป็นชุมชนเล็ก ๆ บนฝั่งแม่น้ำกระบุรี ภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นป่า และภูเขาสลับซับซ้อน จัดเป็นหัวเมืองที่ ๑๒ ในทำเนียบเมือง สิบสองนักษัตร ถือตราสุกร (กุน) เป็นตราประจำเมือง ปัจจุบันมีฐานะเป็นอำเภอในจังหวัดระนอง

กกกกกซึ่งเมืองเหล่านี้ต้องถวายเครื่องราชบรรณาการต่อเมืองนครศรีธรรมราช แสดงให้เห็นว่า เมืองนครศรีธรรมราชในสมัยนั้นเป็นมหาอาณาจักรอันยิ่งใหญ่ทางตอนใต้ของประเทศไทยก็ว่าได้


   Designed By:  SadhWeb Directory  &  WP Theme

Sponsored By:  Affiliate Marketing Blog  &  Paid Directory