อุบัติเหตุบนท้องถอนนครฯและโลก

ข่าว, บ้าน ยานยนต์ No Comments »

ระยะนี้เกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนบ่อย โดยเฉพาะที่ทางแยก ที่เกิดจากการขับรถฝ่าไฟแดง หลายคนเคยประสบด้วยตนเองรวมทั้งผู้เขียน อุบัติเหตุในนครศรีธรรมราชเกิดเหตุจากจักรยานยนต์มากที่สุด ส่วนใหญ่ไม่สวมหมวกนิรภัย  ในแต่ละปีจะมีผู้เสียชีวิตประมาณ 300 คนต่อปีที่ช่วงอายุ 15-25 เป็นส่วนใหญ่ อันเป็นช่วงที่จะเป็นกำลังของชาติ ในช่วงที่ผ่านมามีคนที่เรารู้จักเสียชีวิต และบาดเจ็บจากอุบัติเหตุบนท้องถนน มากบ้างน้อยบ้าง ซึ่งยังมีความเชื่อว่าถ้าทุกคนทุกฝ่ายปฏิบัติตามกฏจราจรแล้วอุบัติเหตุจะเกิดขึ้นน้อย และยังเชื่ออีกว่าถ้ามีมาตรการต่างๆ เช่นเมื่อเข้าเขตชุมชนลดความเร็ว และขับขี่ไม่เกินความเร็วที่กม.กำหนด หยุดรอไฟแดงไม่ว่าจะมีรถอีกฝั่งหรือไม่ ต้องเริ่มสร้างวินัยให้กับลูกหลานและเยาวชนโดยทำเป็นตัวอย่าง มิฉะนั้นแล้วถ้าไม่ทำอะไรเลยสักวันหนึ่งคนที่ท่านรู้จักก็อาจจะเกิดอุบัติเหตุได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตอยู่บ่อยมากขึ้น

จากข้อมูลสถิตที่มีการสำรวจกันทั่วโลกพบว่า ร้อยละ 90 อุบัติเหตุเกิดขึ้นในประเทศที่กำลังพัฒนา และยังรายงานอีกด้วยว่า ร้อยละ 82 เกิดจากความผิดพลาดของคน ร้อยละ 15 เกิดจากสิ่งแวดล้อม ถนน ภัยธรรมชาติ และร้อยละ 3 เกิดขึ้นจากปัญหาของยานพาหนะ  และนับเป็นความสูญเสียถึง 1 ใน 3 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ (GDP: Gross Domestic Product) รถจักรยานยนต์เกิดอุบัติเหตุมากที่สุดถึง 30 เปอร์เซ็นต์ และความรุนแรงเกิดขึ้นในส่วนภูมิภาคมากกว่า

จากข้อมูลตัวเลขดังกล่าวเป็นตัวบ่งชี้ให้เห็นชัดถึงคุณภาพของประชากร แสดงให้เห็นอะไรหลายอย่าง เช่นความมีวินัย และการเคารพกฏหมาย และการบังคับใช้กฏหมายไม่ได้ ทำให้คนยังฝ่าฝืนกฏจราจร สำหรับประเทศไทยแล้วนับว่ามีอุบัติเหตุจากการจราจรมากที่สุดประเทศหนึ่ง ถ้าคิดถึงความสูญเสียตามรายงานแล้วนับเป็นความสูญเสียทางเศรษฐกิจอันใหญ่หลวง ถ้าเราไม่ช่วยกันตั้งแต่วันนี้ก็จะยิ่งสูญเสียมากขึ้น

การลดอุบัติเหตุจราจรทางบกในต่างแดน

บ้าน ยานยนต์ No Comments »

เมื่อคืนได้ยินการแก้ปัญหาอุบัติเหตุจากรถจักรยานในประเทศญี่ปุ่น การแก้ปัญหามาจากข้อมูลสำรวจว่ามีอุบัติเหตุเกิดเพิ่มขึ้น 5 เท่าเข้าใจว่าคงจะมีรายละเอียดด้วยว่าจากสาเหตุอะไรบ้าง  จึงได้มีมาตรการทางกฏหมายออกมา 3 ข้อคือ 1) คนที่ขับขี่จักรยานจะต้องไม่ถือมือถือในอีกมือขณะที่ขับขี่จักรยาน 2) ขณะที่ขับขี่จักรยานนั้นต้องไม่ใช้เครื่องฟังเพลงเครื่องรับวิทยุ ไม่ให้มีหูฟังขณะขับขี่ 3) ถ้าฝนตกไม่ให้ใช้ร่มแต่ให้ใช้เสื้อกันฝนแทน

จากมาตรการข้อ 1,2 นั้นเป็นวิถีชีวิตที่เปลี่ยนไปแล้วก่อให้เกิดอันตรายมีส่วนก่อให้เกิดอุบัติเหตุได้ง่าย เช่นเดียวกับเมืองไทยเช่นกันอุบัติเหตุน่าจะเนื่องมาจากการใช้โทรศัพท์และอุปกรณ์ฟังเพลง ทำให้ผู้ขับขี่จักรยานรวมทั้งจักรยานยนต์เกิดอุบัติเหตุได้ง่าย แม้ว่าประเทศเราจะไม่มีการบังคับทางกม. แต่ก็ควรระวังหลีกเลี่ยงไม่ใช้โทรศัพท์และ ใช้หูฟังฟังเสียงต่างๆ  สำหรับมาตรการในข้อ 3 ก็เช่นเดียวกันเพราะการใช้ร่มอาจไปบังเส้นทางทำให้มองทางข้างหน้าไม่เห็นและทำให้ผู้ขับขี่เสียการทรงตัวได้ง่าย เนื่องจากกระแสลม การบังคับไม่ให้ใช้ร่มก็ดูมีเหตุผลทำให้เกิดอุบัติเหตุน้อยลง

สำหรับในอเมริกามาตรการทางกฏหมายเข้มงวดมาก เริ่มตั้งแต่การขอใบขับขี่ที่จะต้องสอบให้ผ่านอย่างเข้มงวดทั้งข้อเขียนและภาคปฏิบัติ และการจับคนที่ขับขี่ผิดกฏจราจรอย่างไม่ไว้หน้าไม่ว่าจะผิดเล็กผิดน้อย จะถูจับเสียค่าปรับทั้งสิ้น และตำรวจจราจรก็มีอยู่เหมือนตาสัปรด เช่นไฟหน้าติดด้านเดียว ลากรถกันก็ไม่ได้ต้องใช้รถลากเฉพาะ ขับขี่ความเร็วเกินไม่ได้เลย ในเมืองจะมีความเร็วสูงสุดต่ำกว่าในเมืองต้องระวังให้ดี เพราะอาจเผลอได้ เช่นในบ้านเราบริเวณหน้ามหาวิทยาลัยถือว่าเป็นความเร็วย่านชุมชนความเร็วสูงสุดที่ขับได้ไม่เกิด 50 กมต่อชม.เท่านั้น  และการขับขี่รถยนต์ฝ่าไฟแดงถือเป็นเรื่องใหญ่มาก ถ้าถูกจับมีโทษถึงจำคุกต้องไปขึ้นศาลถูกยึดใบขับขี่ และต้องไปเข้าโรงเรียนฝึกอบรมกฏจราจร

เช่นเดียวกันจากผลงานวิจัยในอะเมริกาพบว่าสาเหตุที่ก่อให้เกิดอุบัติเหตุมากที่สุดคือการดื่มเหล้าแล้วขับรถ ส่วนความเร็วมีส่วนให้เกิดอุบัติเหตุน้อยกว่าจึงมีมาตรการทางกฏหมาย โดยการเพิ่มโทษ ยึดใบขับขี่ ส่วนเรื่องความเร็วในบางรัฐเมื่อผลการสำรวจว่ามีอุบัติเหตุน้อยก็เพิ่มความเร็วสูงสุดขึ้น  โดยทั่วไปในอเมริกาความเร็วสูงสุดจะไม่เกิด 70 ไมล์ต่อชั่วโมง บางรัฐจะให้สูงถึง 75 ไมล์ต่อชั่วโมงถ้าผลสำรวจอุบัติเหตุน้อยเช่นรัฐมิสซูรีเป็นต้น (ในอเมริกายังใช้ไมล์ต่อชั่วโมงมากกว่า กม.ต่อชม.)

ไม่ต้องพูดถึงในเรื่องการรัดเข็มขัด และการใส่หมวกกันน็อค ที่เคารพกฏหมายกันดีเพราะตระหนักถึงความปลอดภัยของตัวเอง แต่บ้านเรากลับไม่ค่อยสนใจความปลอดภัยที่อาจเกิดขึ้น แม้จะมีกฏหมายบังคับไว้ก็ฝ่าฝืนอยู่เสมอ เพราะการบังคับใช้กม. ทำได้ยาก ทางออกสำหรับประเทศเราก็ คือการศึกษา สถาบันการศึกษา ครู ผู้ปกครอง ห้างร้านบริษัทต้องช่วยเหลือกันไม่ทำผิดกฏจราจร เพราะมาตรการป้องกันดีกว่ามาตรการแก้ไขเมื่อเกิดอุบัติเหตุแล้วแน่นอน เพียงแต่เราจะตระหนักกันหรือไม่

การขับรถยนต์ให้ ประหยัดพลังงาน 2

บ้าน ยานยนต์ No Comments »

การประหยัดพลังงานในการขับรถยนต์นั้นมีหลายองค์ประกอบ ที่เป็นประเด็นหลักก็คือ ความเร็วในการขับขี่  การใช้เครื่องปรับอากาศ การใช้เกียร์ เบรค และยางรถยนต์ที่ใช้ 

ความเร็วรถแน่นอนว่ายิ่งขับเร็วยิ่งเปลือง แต่ก็มีเหมือนกันที่ช้าเกินไปก็เปลืองเช่นกัน ในกรณีใช้เกียร์ต่ำตลอดเวลา แต่ความเร็วที่เหมาะสมที่สุดในการประหยัดน้ำมันคือตั้งแต่ 50 กม/ชม - 80 กม/ชม ควรเร็วสูงสุดตามกฏจราจรให้แค่ไม่เกิน 90 กม/ชม.

ส่วนการใช้เครื่องปรับอากาศรถยนต์แน่นอนว่าจะต้องเปลืองน้ำมันขึ้นถ้าใช้แอร์ เพราะระบบแอร์รถยนต์นั้นส่วนที่เป็นคอมเพรสเซอร์แอร์ นั้นใช้สายพานจากเครื่องยนต์มาหมุน หากเราปลดไม่ให้คอมเพรสเซอร์หมุนคือไม่ใช้เครื่องปรับอากาศก็ย่อมประหยัดขึ้น  ดังนั้นถ้าอากาศไม่ร้อนมากนักไม่ควรเปิดแอร์ แต่ขณะที่ปิดแอร์ควรเปิดช่องให้มีการระบายอากาศถ้าไม่เปิดกระจก และเมื่อก่อนจะถึงเป้าหมายที่จะขับรถไปก็ควรปิดแอร์ก่อนสักระยะหนึ่ง

การใช้เกียร์ซึ่งประกอบด้วยเฟืองทดเมื่อต้องการแรงของกำลังรถยนต์ต่างกัน ตอนเริ่มออกรถต้องใช้พลังงานสูงก็จะต้องเป็นเกียร์ต่ำที่ให้กำลังงานสูง แต่เมื่อรถยนต์วิ่งด้ายความเร็วเพิ่มขึ้นต้องเปลี่ยนเกรียร์ไปที่ระดับสูงขึ้น  การควบคุมเกียร์ไม่ถูกต้องจะทำให้สิ้นเปลืองเชื้อเพลิงสูง เช่นการขับรถขึ้นเนินใช้เกียร์สูงรถยนต์จะกำลังตกทันที ต้องเปลี่ยนกลับมาเป็นเกียร์ต่ำจึงจะขึ้นเนินได้ดีหรือในกรณีรถยนต์ติดหล่มก็เช่นกันก็ต้องใช้เกียร์ต่ำช่วย  เพราะเกียร์ต่ำได้ใช้เฟืองทดรอบส่งแรงได้สูงแต่ความเร็วจะตำ ทำนองเดียวกันเมื่อวิ่งรถทางเรียบด้วยความเร็งสูงด้วยเกียร์ต่ำก็ย่อมสิ้นเปลืองน้ำมันกว่า เพราะวิ่งได้ช้ากว่า จะสังเกตุเห็นว่าเครื่องยนต์จะทำงานหนักเสียงดังขึ้น ถ้าใช้เกี่ยร์ต่ำเกินไปในการวิ่งความเร็งสูง

การใช้เบรคก็มีส่วนในแง่ที่ว่าการเบรครถกระทันหันบ่อยๆ จะทำให้สิ้นเปลืองน้ำมันมากขึ้น เพราะการเบรคแต่ละครั้งเท่ากับการหักล้างแรงที่ไปข้างหน้า ให้ลดลงทันที แทนที่รถจะวิ่งได้ระยะทางกลับไม่ได้ระยะทาง แต่กลับต้องใช้น้ำมันเพิ่มในส่วนที่เบรคให้ความเร็วลดต่ำลง  ดังนั้นก่อนถึง 4 แยกควรชลรถลงให้เบรคน้อยที่สุดก็จะประหยัดน้ำมันได้มากที่สุด 

จากการศึกษาเรื่องดอกยางและลมของยาง นั้นมีความสัมพันธ์กับการใช้น้ำมันถ้าดอกยางสึกมากจะทำให้การเสียดทานระหว่างล้อกับถนนไม่ดี ทำให้ส่งแรงให้ล้อหมุนไปข้างหน้าไม่เต็มที่ ความดันลมยางที่น้อยเกินไปหรือมากเกินไปส่งผลให้ใช้พลังงานมากขึ้น ดังนั้นควรตรวจสอบทั้งดอกยาง และความดันลมในยางที่เหมาะสมอยู่เสมอ  และที่สำคัญแม้มีดอกยางดียางต้องไม่เก่าเก็บ ทิ้งไว้ไม่ใช้ก็เสื่อมคุณภาพต้องเปลี่ยนเช่นกัน ยากอาจจะตายไม่ยืดหยุ่นอย่างเหมาะสม

เตรียมรถลุยหน้าฝน

บ้าน ยานยนต์ No Comments »

หน้าฝนเข้ามาเยือน การใช้รถใช้ถนนต้องระวังกันเป็นพิเศษ เพราะแค่เสี้ยววินาทีเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดก็อาจจะเกิดกับท่านได้ เลยนำสาระเรื่องนี้มาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน สิ่งที่ควรคำนึงถึง ได้แก่

  1. ตรวจสอบอุปกรณ์ปัดน้ำฝนให้อยู่ในสถาพพร้อมที่จะใช้งานอยู่เสมอ การใช้ใบปัดน้ำฝนที่เก่า นอกจากปัดกระจกไม่สะอาดแล้ว ยังทำลายกระจกด้วย
  2. ตรวจอุปกรณ์ฉีดน้ำกระจก จะต้องมีน้ำและใช้งานได้ดี และควรใส่น้ำยาฉีดกระจกหรือแชมพูนิดหน่อย
  3. อุปกรณ์ท้ายรถ นอกจากจะมียางสำรองแล้ว ควรติดร่ม เสือกันฝน ไฟฉาย สายลากจูงไว้ด้วย
  4. ตรวจสภาพยาง ทั้ง 4 ล้อ เพื่อให้การรีดน้ำที่ดีควรมีดอกยากไม่น้อยกว่า 2 มิลิเมตร เพื่อให้การควบคุมทิศทางของรถขณะถนนลื่นได้ไม่ลำบาก
  5. ตรวจสอบช่วงล่างและเบรกให้อยู่ในสภาพที่ใช้งานได้ดี เพราะเมื่อถนนเปียกการทำงานของระบบเบรกจะด้อยประสิทธิภาพลง หลีกเลี่ยงการเบรคกระชั้นชิด และไม่ควรกดเบรกแรงควรใช้วิธีย้ำแล้วปล่อย ๆ จนกว่ารถจะหยุด

เศรษฐกิจพอเพียงกับตู้เย็น

เศรษฐกิจพอเพียง, บ้าน ยานยนต์ No Comments »

ช่องทำความเย็นของตู้เย็นหรือฟรีสเซอร์นั้นทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ และดั้งนั้น การสิ้นเปลืองหรือประหยัดมากที่สุดเมื่อมีอาหารสิ่งของอยู่เต็ม ให้ใส่อาหารให้มากเท่ามาก ทั้งนี้เพราะจะลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานลงได้ ไม่ต้องเสียค่าน้ำมันและค่าสึกหรอของรถ การชื้อยกโหลก็ทำให้ประหยัดได้มาก ไม่ต้องเดินทางไปซื้อหลายครั้ง

ควรทำความสะอาดผงฝุ่นที่อยู่ด้านล่างที่เก็บคอมเพรสเซอร์ และแผงระบายความร้อนตู้เย็นทุกๆ 3 เดือน ขณะที่ทำความสะอาดอย่าลืมถอดปลั๊กไฟออกเสียก่อน ลดความเสี่ยงจากการช็อกจากกระแสไฟฟ้ารั่วไหลได้ การทำเช่นนี้จะทำให้อาหารในตู้เย็นสดได้อยู่เสมอเป็นเวลานาน

การละลายน้ำแข็ง (defrost)ในตู้เย็นบางครั้งทำให้น้ำหยดใหลมาในส่วนด้านล่างที่เก็บอาหารประเภทต่างๆ ไว้ อาจใฃ้ผ้าที่ดูดซับน้ำมาวางไว้ แล้วนำออกไปบีบน้ำออกเป็นครั้งคราว

ขจัดกลิ่นในตู้เย็น

บ้าน ยานยนต์ No Comments »

/km/sample_charcoal.jpg 

ตู้เย็นที่สดใส การรักษาตู้เย็นให้มีกลิ่นสดชื่นเป็นเรื่องใหญ่เรื่องหนึ่ง  ที่อาจทำให้หนักใจได้ดังที่เคยประสบมาในครัวเรือนบ่อยๆ ทางหนึ่งที่จะขจัดกลิ่นได้อย่างประหยัดที่สุดก็ คือการนำถ่านหุ้งต้มที่มีลักษระเปราะแข็งใส่จานวางไว้ในตู้เย็น เมื่อใช้ไปสักพักหนึ่งถ้าเสื่อมคุณภาพในการจำกัดกลิ่นลงก็นำถ่านนั้นมาคั่วในกะทะครู่หนึ่ง แล้วนำกลับเข้ามาใส่ไว้ในตู้เย็นอีก

/km/charcoal_1.jpg

ตู้เย็น

บ้าน ยานยนต์ No Comments »

ตู้เย็นเป็นอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ทุกบ้านมี และเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เปิดอยู่ตลอดเวลา แม้ว่าจะเสียบปล้กไว้ตลอดเวลา ไม่ได้หมายความว่าจะสิ้นเปลืองกระแสไฟฟ้าเท่ากันตลอดเวลา โดยทั่วไปการทำงานของตู้เย็นนั้นต้องใช้มอเตอร์ที่เรียกว่าคอมเพรสเซอร์ในการขับสารไปนำความร้อนออกจากตู้เย็น ถ้าตู้เย็นมีอุณหภูมิต่ำคือตู้เย็นมีความเย็นตามทีควรจะเป็นแล้ว คอมเพรสเซอร์จะหยุดทำงาน และทำงานเมื่อความเย็นลดลง จะทำงานสลับกันแบบนี้ตลอดเวลา ในประเด็นการประหยัดไฟฟ้า นั้นจึงเป็นที่มาว่าทำไมไม่ให้นำของร้อนใส่ในตู้เย็นก็เพื่อไม่ให้ตู้เย็นทำงานหนักเกินไป และสิ่งที่ต้องดูแลต่อไปก็คือ ซีลด์ขอบยางตู้เย็นต้องไม่เสื่อมคุณภาพ ที่จะทำให้ความร้อนจากภายนอกเลดลอดเข้ามา นอกจากนี้การวางตู้เย็นไม่ให้เอียงไปด้านใดด้านหนึ่ง ก็มีส่วนในการทำงานของตู้เย็น เพราะอาจทำให้เกิดเสียงจากการสั่นในการทำงานของคอมเพรสเซอร์ และมีผลทำให้ตู้เย็นทำงานหนักขึ้นอายุการทำงานของตู้เย็นอาจสั้นลง

/km/figure7_5.jpg

การทำความสะอาดแผงตัวระบายความร้อนออกสู่อากาศภายนอก ให้ระบายความร้อนให้ได้มากที่สุดก็จะช่วยยืดอายุตัวเย็นได้ดีอีกทางหนึ่ง

วิธีทำความสะอาดกระจก

บ้าน ยานยนต์ No Comments »

เช็ดกระจกอย่างไร? ให้สะอาด
ช่วงนี้อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย อาจทำให้กระจกสกปรกได้ วันนี้เกร็ดความรู้มีเคล็ดลับการเช็ดกระจกให้สะอาด
            1. แอมโมเนียหรือเรียกอีกอย่างว่า “เยี่ยวอูฐ” หยดลง 2-3 หยด ผสมกับในน้ำครึ่งถัง ใช้ล้างกระจกเงาและกระจกหน้าต่าง จะเป็นเงางามไม่สกปรกง่าย
            2. นำเกลือผสมกับน้ำ คนให้ละลาย ใช้ล้างสิ่งสกปรกเปรอะเปื้อนจากกระจกได้ง่าย
            3. โซดาที่ใช้ทำขนม (โซดาไบคาร์บอเนต) สามารถนำมาทำความสะอาดกระจกได้ จะช่วยให้กระจกดูใสมากขึ้น
            4. แอลกอฮอล์ผสมกับน้ำอย่างละเท่าๆ กัน ราดบนแผ่นหนังสือพิมพ์ ใช้ขัดกระจกเป็นเงางาม
            5. นำกระดาษหนังสือพิมพ์ขยุ่มชุบน้ำเช็ดกระจก จะใสสะอาดกว่าใช้สบู่หรือผงซักฟอก และใช้แทนน้ำยาเช็ดกระจกได้ และเวลาทำความสะอาดหน้าต่างให้เช็ดสลับกัน ด้านหนึ่งใช้เช็ดตามขวางของแผ่นกระจก อีกด้านหนึ่งเช็ดตามยาวจะเห็นรอยสกปรกได้ชัดกว่าเช็ดไปตามทางเดียวกัน
            6. กลีเซอรีน ใช้ถูกระจกให้ทั่ว ป้องกันกระจกเปียกชื้น หรือน้ำค้างเกาะกระจกเป็นฝ้า
            7. สารส้มผสมเบียร์ ใช้ทากระจกที่มัวเป็นฝ้าแล้วใช้ผ้าขัด กระจกจะใสแวววาว

            8. ดีเกลือผสมเบียร์ ใช้เช็ดกระจกกันฝ้าขุ่นมัว

            9. แอมโมเนียกับน้ำส้มสายชูผสมกัน ใช้เช็ดกระจกให้ใสสะอาด หมดคราบมัน

          10. วิธีเช็ดยางขอบเทปที่ติดกระจกให้ออก ให้ใช้น้ำมันเบนซินหรือทินเนอร์ชุบสำลีเช็ดกระจก

ลองนำวิธีที่แนะนำไปปฏิบัติตามกันดูได้ เพราะได้มีกระจกที่สะอาดปราศจากสิ่งสกปรก
 

แก๊สโซฮอล์

บ้าน ยานยนต์ No Comments »

          

แก๊สโซฮอล์คือส่วนผสมของน้ำมันเบนซินกับเอทานอล ซึ่งเป็นแอลกอฮอล์บริสุทธิ์ ซึ่งเอทานอลเราสามารถผลิตได้จากพืชที่ปลูกในประเทศ เช่น อ้อย มันสำปะหลัง รวมทั้งธัญพืช เช่นข้าวฟ่าง ข้าว ข้าวโพด เป็นต้น ได้
          ปัจจุบันรัฐบาล โดยกระทรวงพลังงานได้ส่งเสริมให้มีการใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล์เพิ่มมากขึ้น โดยให้มีราคาต่ำกว่าน้ำมันเบนซินลิตรละ 1.50 บาท และมีน้ำมันแก๊สโซฮอล์ให้ใช้ 2 ชนิดคือ แก็สโซฮอล์ 95 ใช้แทนเบนซิน 95 และแก๊สโซฮอล์ 91 ใช้แทนเบนซิน 91
          ดังนั้นการที่เราเติมน้ำมันแก๊สโซฮอล์ จึงเป็นการช่วยชาติในการลดการนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิง และยกระดับราคาพืชผลทางการเกษตร รวมทั้งช่วยลดมลพิษไอเสียทางอากาศแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมได้อีกด้วย
            แก๊สโซฮอล์คือส่วนผสมของน้ำมันเบนซินกับเอทานอล ซึ่งเป็นแอลกอฮอล์บริสุทธิ์ ซึ่งเอทานอลเราสามารถผลิตได้จากพืชที่ปลูกในประเทศ เช่น อ้อย มันสำปะหลัง รวมทั้งธัญพืช เช่นข้าวฟ่าง ข้าว ข้าวโพด เป็นต้น ได้          ปัจจุบันรัฐบาล โดยกระทรวงพลังงานได้ส่งเสริมให้มีการใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล์เพิ่มมากขึ้น โดยให้มีราคาต่ำกว่าน้ำมันเบนซินลิตรละ 1.50 บาท และมีน้ำมันแก๊สโซฮอล์ให้ใช้ 2 ชนิดคือ แก็สโซฮอล์ 95 ใช้แทนเบนซิน 95 และแก๊สโซฮอล์ 91 ใช้แทนเบนซิน 91          ดังนั้นการที่เราเติมน้ำมันแก๊สโซฮอล์ จึงเป็นการช่วยชาติในการลดการนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิง และยกระดับราคาพืชผลทางการเกษตร รวมทั้งช่วยลดมลพิษไอเสียทางอากาศแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมได้อีกด้วย 

ไบโอดีเซล

บ้าน ยานยนต์ No Comments »

ไบโอดีเซล (biodiesel) เป็นเชื้อเพลิงดีเซลที่ผลิตจากแหล่งทรัพยากรหมุนเวียน เช่น น้ำมันพืช ไขมันสัตว์ หรือสาหร่าย ไบโอดีเซลเป็นเชื้อเพลิงดีเซลทางเลือก นอกเหนือจากดีเซลที่ผลิตจากปิโตรเลียม โดยมีคุณสมบัติการเผาไหม้ เหมือนกับดีเซลจากปิโตรเลียมมาก และสามารถใช้แทนกันได้
คุณสมบัติสำคัญของไบโอดีเซลคือ สามารถย่อยสลายได้เอง ตามกระบวนการชีวภาพในธรรมชาติ (biodegradable) และไม่เป็นพิษ (non-toxic)
ในปัจจุบัน ต้นทุนการผลิตไบโอดีเซล ยังมีราคาแพงกว่าดีเซลจากปิโตรเลียมเมื่อไม่นับรวมถึงอัตราภาษีสรรพสามิต ในประเทศเยอรมนี ในปี 2548 มีกำลังการผลิต 2 ล้านตันต่อปี ราคาจำหน่ายตามสถานีประมาณ 45 บาทต่อลิตร ถูกกว่าน้ำมันดีเซลเพราะมีการยกเว้นภาษีสรรพสามิต กระบวนการผลิตไบโอดีเซลคือปฏิกิริยาเคมี Transesterification หรือ Esterification
ประเทศไทยริเริ่มโครงการไบโอดีเซลเมื่อ ปี 2543 และได้มีการติดตั้งระบบผลิตเอทธิลเอสเตอร์โดยโครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดา ตั้งแต่ 7 พ.ค.47 และได้มีการพัฒนาโครงการไบโอดีเซลชุมชนที่ จ.เชียงใหม่ ปัจจุบัน(มี.ค.49)มีไบโอดีเซล 5% จำหน่ายในสถานีของ ปตท.และบางจาก ใน กทม.และเชียงใหม่ (ตามโครงการล้านนาฟ้าใสไบโอดีเซล) ทั้งหมด 15 สถานี
 

แกสโซฮอล

บ้าน ยานยนต์ No Comments »

แกสโซฮอล(Gasohol) เป็นส่วนผสมของแกสโซลีน(น้ำมันเบนซิน)ไม่เติมตะกั่ว 90 เปอร์เซ็นต์ และอีทิลอัลกอฮอล (ethyl alcohol(ethanol)) มีความบริสุทธิ์มากกว่า 99เปอร์เซ็นต์โดยปริมาตร ได้รับการยอมรับเป็นเชื้อเพลงสำหรับเครื่องยนต็ เช่นในรถยนต์ เมื่อเปรียบเทียบผลการใช้กับแกสโซลีนไร้สารตะกั่ว 100 เปอร์เซ็นต์ ที่เพิ่มสารต่อต้านการน็อก ไม่จำเป็นต้องปรับแต่งเครื่องยนต์เพื่อการใช้แกสโซฮอล 

เอทิลแอลกอฮอล์ เป็นเชื้อเพลิงเหลวที่ได้จากการย่อยสลายแป้ง และน้ำตาลด้วยเอนไซน์  ในการใช้เอทานอลเป็นเชื้อเพลิงในเครื่องยนต์เบนซิน ต้องทำการกลั่นเอทานอลจนมีความบริสุทธิ์สูงถึงร้อยละ 99.5 จึงสามารถนำมาใช้เป็นเชื้อเพลิงในเครื่องยนต์เบนซินได้ หากเอทานอลที่มีน้ำปะปนอยู่จะเกิดปัญญาหาทำให้เครื่องยนต์น็อกได้ ชิ้นส่วนและอุปกรณ์ของเครื่องยนต์เกิดสนิมท และการสึกหรอสูง

gasohol.bmp

ออกเทน

เคมี, บ้าน ยานยนต์ No Comments »

/km/iso_octane.jpg

ของไหลที่ประกอบด้วย ไอโซออคเทน (Isooctan) จะให้ออกเทนในอัตรา 100 หรือออคเทน 100 ขณะที่ของไหลที่มีองค์ประกอบไฮโดรคาร์บอนที่แตกต่างกันที่เรียกว่าเฮปเทน (heptane (มีคาร์บอน 7 ตัวต่อกันเป็นลูกโซ่)) ซึ่งให้อัตราออกเทนเป็น 0  เพราะพิจารณาว่าเป็นเชื้อเพลิงที่ไม่พึงประสงค์นัก (เพราะก่อให้เกิดการน้อค (knocking) ที่เชื้อเพลิงมีออกเทน 90 จะเทียบเท่ากับส่วนผสมของไอโซออกเทน 90 เปอร์เซนต์และ 10 เปอร์เซนต์ของเฮปเทน

 

195/50 R 15 บนยางรถยนต์หมายความว่าอย่างไร

บ้าน ยานยนต์ No Comments »

195 หมายถึง ความกว้างของหน้ายางว่ากี่มิลิเมตร
50 หมายถึง ความสูงของยาง ซึ่งมีความสอดคล้องกับความกว้างของยาง หน่วยเป็นเปอร์เซ็นต์ 
R หมายถึง โครงสร้างยางเป็นเรเดียล (radial)
15 หมายถึง ขนาดของล้อว่ากี่นิ้ว

16 x 7 JJ +38 4 100 บนล้อแม็กซ์รถยนต์หมายความว่าอย่างไร?

บ้าน ยานยนต์ No Comments »

16  x  7  JJ  +38  4  100 บนล้อแม็กซ์รถยนต์หมายความว่าอย่างไร?

16 หมายถึง ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางของล้อว่ามีขนาดกี่นิ้ว
7 หมายถึง ความกว้างของกระทะล้อว่ามีขนาดกี่นิ้ว
JJ หมายถึง ลักษณะของขอบกระทะล้อ
+38 หมายถึง ค่าออฟเซ็ต (offset) หรือตำแหน่งระยะห่างระหว่างเส้นแบ่งครื่งล้อตามแนวขวางกับหน้าแปลนของล้อว่ากี่มิลิเมตร
4 หมายถึง จำนวนรูสำหรับชุดกระดุมล้อม
100 หมายถึง ระยะห่างระหว่างรู (P.C.D. : PITCH CIRCLE DIAMETER) คือ ระยะห่างของรูน๊อตบนตัว ล้อแม็กซ์ โดยวัดจากกึ่งกลางรูน๊อตทุกตัวลากเส้นเป็นวงกลม แล้ววัดผ่าน เส้นผ่าศูนย์กลาง มีหน่วยเป็นมิลลิเมตร ถ้าเป็นจำนวนเลขคู่ 4 หรือ 6 รูน๊อตต่อ 1 ล้อ ก็สามารถวัดจากกึ่งกลางรูน๊อตด้านหนึ่งไปยังด้านตรงข้ามได้เลย แต่ถ้าเป็นจำนวนเลขคี่ 3 หรือ 5 รูน๊อต ต้องวัดจากแนววงกลมกึ่งกลางรูน๊อตผ่านเส้นผ่าศูนย์กลาง

maxmax


   Designed By:  SadhWeb Directory  &  WP Theme

Sponsored By:  Affiliate Marketing Blog  &  Paid Directory