ข้อสังเกตจากการค้นด้วยเครื่องจักรการค้น

ไอที, ไวรัสคอมพิวเตอร์ No Comments »

จากการใช้เครื่องจักรการค้นข้อมูลด้วยเครื่องจักรการค้นยอดนิยมเช่น google.com เป็นที่น่าสังเหตุว่าเมื่อค้นด้วยคำค้นใด (อาจเป็นคำหรือวลี)นั้นถ้าคำนั้นมีอยู่ในหลายเว็บไซต์เว็บไซต์ไหนจะขึ้นมาอันดับแรกนั้น มีข้อที่น่าพิจารณาก็คือ google ใช้ขั้นตอนวิธี (อัลกอลิธึมพิเศษ)ในการดึงเอาชื่อเรื่องจากเว็บไซต์ต่างๆ ไปเป็นฐานข้อมูลโดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เว็บไซต์ที่มีการเรียกข้อมูลหรือค้นข้อมูลไปใช้โดยเว็บไซต์อื่นมากเท่าใด ก็จะยิ่งทำให้การค้นคำจากเว็บไซต์นั้นขึ้นแสดงเป็นรายการแรก เป็นตัวบ่งชี้อย่างหนึ่งว่าเว็บไซต์ที่ปรากฏเป็นอันดับแรกๆ นั้นเป็นเว็บไซต์ที่ได้รับความนิยมหรือยอดนิยมก็ว่าได้

อย่างไรก็ตามการเป็นเว็บไซต์ยอดนิยมก็ทำให้เป็นที่อิจฉาได้เช่นกัน เป็นที่ลองดีให้มีการแฮกเข้า แฮกเกอร์ชอบลองของทั้งหลายก็จะเข้ามา เช่นลองการโพสข้อความอัตโนมัติในเว็บบอร์ด ใสส่วนการแสดงความคิดเห็นของบล็อก บ้างก็ทดลองทำ fishing หน้าเว็บของเราบ้างแล้วหลอกล่อเอาชื่อรหัสผ่านของผู้ใช้บางคนไว้เพื่อเข้าสู่ระบบบางอย่างในเซิร์ฟเวอร์ของเราได้บาง ถ้ามีการโจมตีลักษณะดังกล่าวมากเท่าใด จะทำให้รีสอร์ทของเว็บไซต์ของเราลดลงมีผลทำให้เครื่องช้าลงได้

ถ้าหากเว็บไซต์ของเราถูกโจมตีในลักษณะดังกล่าวบ่อยก็แสดงให้เห็นอย่างหนึ่งว่าเว็บไซต์เราก็มีคนเข้ามาเยื่ยมชมบ่อยตามที่สังเกตุได้จากการค้นใน google ถ้าผู้เข้ามาเยื่ยมชมเพื่อแสดงหาความรู้ตามปกติก็คงจะไม่มีปัญหาอะไร ทางออกในเรื่องนี้ต้องอุดช่องโหว่ให้มากที่สุด และต้องคอยดูแลไอพีที่เข้ามาโจมตีบ่อยๆ หรือต้องคอยตรวจสอบลบส่วนที่อาจทำให้เกิดความล่าช้า ไม่ก็ปิดการให้บริการที่เห็นว่าจะนำความเสียหายมาให้จนกว่าจะมีวิธีการป้องกันความปลอดภัยที่ดีพอ

ไวรัสวายร้าย

ไวรัสคอมพิวเตอร์ 1 Comment »

ไว้รัสเป็นโปรแกรมที่แทรกซึมอยู่ในฮาร์ดดิสค์ของคอมพิวเตอร์ คอมพิวเตอร์เกือบร้อยเปอร์เซนต์ในปั้จจุบันยังใช้ฮาร์ดดิสค์ในการเก็บข้อมูล ทั้งที่อยู่ในรูปของโปรแกรมคอมพิวเตอร์ และที่เป็นข้อมูลในรูปแบบสื่อต่างๆ ซอพท์แวร์ตัวแรกที่คอมพิวเตอร์โหลดเข้ามาก็คือระบบปฏิบัติการวินโดว์ที่นิยมใช้กันมากที่สุดขณะนี้ทั้งที่ถูกต้องตามกฏหมายและที่ใช้แผ่นที่สำเนากันมา มีผู้สร้างไวรัสขึ้นมาให้ติดอยู่กับระบบปฏิบัติการวินโดว์มากมาย เพราะมีคนนิยมใช้กันมากที่สุดและคนคิดโปรแกรมก็ํคงอิจฉาเจ้าของซอพท์แวร์วินโดว์อยู่กลายๆ ที่ขายได้จนร่ำรวยมากที่สุดในโลก ไวรัสที่เข้าไปนอกจากไปใช้เนื้อที่ของฮาร์ดดิสค์ให้สิ้นเปลืองไปโดยใช่เหตุแล้วยังไปรบกวนการทำงานของซีพียูทำให้ซีพียูทำงานช้าลงอีกต่างหาก คอมพิวเตอร์บางเครื่องเมื่อติดไวรัสแล้ว จะทำให้การทำงานของเครื่องช้าลงอย่างเด่นชัด  แม้ว่าจะมีซอพท์แวร์ช่วยฆ่าทำลายล้างแล้วก็ตามแต่ดูเหมือนว่ายังมีไวรัสตัวใหม่ๆ เพิ่มเข้ามาในระบบเพิ่มมากขึ้น จะต้องมีการอัพเดทตัวฆ่าไวรัสอยู่เสมอ

ปัจจุบันทำให้การฆ่าไวรัสต้องใช้มืออาชีพมากขึ้น ทำอย่างไรให้ไวรัสมีผลกระทบต่อระบบเครือข่ายน้อยที่สุด ทำอย่างไรไม่ให้ไว้รัสมีผลต่อการทำงานที่ทำให้ช้าลง ทำอย่างไรไม่ให้ไวรัสเข้ามาในระบบคอมพิวเตอร์ของเรา ไม่ว่าคอมพิวเตอร์ที่ใช้ส่วนบุคคล หรือคอมพิวเตอร์แม่ข่ายหรือเซิร์ฟเวอร์ เมื่อไรก็ตามที่คอมพิวเตอร์ช้า เครื่องแม่ข่ายช้าผิดสังเกต ติดต่อเข้าใช้เนตช้ามาก โหลดหน้าเว็บบางหน้าช้ามาก ขณะที่เว็บที่โฮมเพจซ์อื่นเข้าใช้งานได้ปกติก้ตั้งข้อสังเกตได้เลยว่าถ้าไม่เพราะการจัดระบบไม่ถูกต้องที่ทำให้การทำงานขัดกันแล้วก็ต้องมีสาเหตุมาจากไวรัสแน่นอน และที่น่าสังเกตอย่างยิ่งก็คือสมัยที่เราใช้โมเดมความเร็ว 50 kb ความเร็วแค่นี้ก็ดูเหมือนว่าใช้งานได้ไม่ติดขัด แต่มาสมัยหนึ่งแทบใช้ไม่ได้เลยช้าเกินไป ก็เป็นที่มาทำให้ใช้ความเร็วสูงขึ้นแบบบรอดแบนด์ เอดีเอสแอล ความเร็วไม่น้อยกว่า 256kb แต่ก็ให้ความรู้สึกเหมือนความเร็วเท่ากับ โมเดม 50kbในยุคแรกๆ มีผู้พยายามหาสาเหตุว่าเพราะเหตุใด ซึ่งได้ข้อสรุปไว้สองประการคือ ลักษณะโฮมเพจซ์และเว็บเพจซ์ในปัจจุบันใช้สื่อความละเอียดสูงที่ต้องใช้เวลาในการโหลดสูงขึ้น ประการที่สองก็คือไวรัสเป็นตัวการทำให้ช้าลงความเร็วที่เพิ่มขึ้นไปชดเชยสิ่งที่ทำให้ช้าลงทำให้รู้สึกเหมือนกับว่าไม่เร็วขึ้นเท่าใด

ในปีที่แล้วมีไวรัสตัวหนึ่งที่ว่าน่าอันตรายมากที่เรียกว่า hack by on byte เมื่อติดที่คอมพิวเตอร์ใดถ้าไม่รีขจัดออกไปแล้วจะทำร้ายข้อมูลในฮาร์ดิสค์จนหมด แล้วจะปรากฏรูปกระดูกไขว้หัวกะโหลก แสดงว่าไม่สามารถจะเรียกคืนข้อมูลที่หายไปได้อีกต่อไป ทำให้เสียท่ั้งเวลา ข้อมูลอันมีค่าที่เก็บไว้ในคอมพิวเตอร์ ตอนหลังทำให้ต้องสำรองไว้ในแอนดีไดร์ฟทุกครั้งด้วยเพื่อป้องกันข้อมูลหาย ในปีนี้มีไวรัสอีกตัวหนึ่งที่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษเพราะยากต่อการตรวจสอบคือไวรัส root kit จะติดที่รากของไฟลระบบวินโดว์ และพร้อมที่จะออกมารบกวนระบบเมื่อมีการใช้ระบบปฏิบัติการ ก็คงมีคนจัดการกับไวรัสตัวนี้ได้เร็วๆ นี้ จะได้กระจายข่าวกันต่อไป

 

เครื่องมือช่วยรักษาความปลอดภัยข้อมูล

ไวรัสคอมพิวเตอร์ No Comments »

BitDefender
เป็นซอพท์แวร์ป้องกันทำลายไวรัสค่อนข้างสมบูรณ์ โดยมีส่วนที่เป็น anitvirus, firewall และ anitspam ไว้ด้วยกันเพื่อป้องกันข้อมูล สำหรับเครื่องคอมพิวเตอร์ทุกแบบ ทั้งที่ใช้ส่วนบุคคล ในหน่วยงาน องค์กร
โปรแกรมนี้มีความสามารถในการป้องกันได้ผลมากที่สุดตัวหนึ่ง  สถาปัตยกรรมของโปรแกรมใช้หน่วยความจำน้อย ไม่กระทบต่อความเร็วของการทำงานของ นอกจากนี้แล้วยังมีระบบรักษาความปลอดภัยของเครือข่าย เล็กใหญ่ ทั้ง LAN และ WAN   ทีมงานของ bitdefender ได้พัฒนาประสิทธิภาพการทำงานต่างๆ อย่างมากมาย และมีการพัฒนาโปรแกรมให้แตกต่างจากโปรแกรมป้องกันไวรัสอื่นๆ เช่น
1. Immediately Scan เป็นนวัตกรรมใหม่ที่โปรแกรมป้องกันไวรัสอื่นๆ โดยผู้ใช้สามารถนำเมาส์ไปคลิ๊กค้างไว้ที่ Folder หรือ แฟ้มข้อมูล รวมทั้ง โปรแกรมและวัตถุต่างๆ ที่เราต้องการสแกนตรวจจับไวรัส แล้วลากมาวางไว้ที่หน้าต่าง File Zone ของ Activity Bar โปรแกรม BitDefender จะทำการสแกนโดยทันที
2. การเปลี่ยนโลโก้ในโปรแกรม BitDefender ผู้ใช้งานสามารถเปลี่ยน โลโก้ หรือนำ โลโก้ขององค์กรตนเองนำมาใส่ในโปรแกรม BitDefender ได้ ซึ่งในโปรแกรมป้องกันไวรัสอื่นยังทำไม่ได้
 
ด้วยการคุกคามจากไวรัสมากมายหลายรูปแบบ  ดังนั้นระบบการรักษาความปลอดภัยเครื่องคอมพิวเตอร์จึงต้องมีระบบความปลอดภัยที่จะสามารถต่อต้านไวรัสได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดั้งนั้น BitDefender จึงเป็นผลิตภัณฑ์ตัวใหม่ที่เป็นทางเลือกช่วยป้องกันข้อมูลที่ใช้เทคโนโลยีแอนติไวรัสแบบ All-In-One และในขณะเดียวกันยังสามารถอัพเดทพันธุ์ไวรัสอัตโนมัติได้เร็วที่สุด (ข้อมูลทางสถิติ 2005 Virus Detection) โดยรวมเอาเทคโนโลยีการสแกน (Scan Engine) ที่ได้รับการรับรองและรางวัลต่าง ๆ มากมายจากสถาบันต่างประเทศ

็้hag by one byte virus

ไวรัสคอมพิวเตอร์ No Comments »

ไวรัสตัวนี้เป็นตัวอันตรายอีกตัวหนึ่งที่พวกเราชาวคอมพิวเตอร์ต้องระวัง เพราะเมื่อมันมาแล้วจะทำลายข้อมูลคอมพิวเตอร์เกือบหมด และยังหาวิธีกู้คืนกลับมาให้เหมือนเดิมไม่ได้  เมื่อมันเริ่มเข้ามาจะปรากฏที่แถบบนหน้าต่างของวินโดว์ว่า ้hag by one byte จากนั้นมันจำะทลายข้อมูลหลักๆ จนหมดสิ้นแล้วปรากฏเพียงหัวกะโหลก สีดำให้เห็นเป็นการเยาะเย้ยเรา

การป้องกันไวรัสตัวนี้โดย ซอพท์แวร์ที่น่าเชื่อถือโดย NOD 32 หรือ  bit defender ก็สามารถป้องกันไวรัสตัวนี้ไม่ให้เข้ามากล่ำกลายได้ หรือถ้าใครมีวิธีการดีๆ ที่สามารถกู้คืนไฟล์ที่ถูกไว้รัสนี้ทำลาย มาเผยแพร่ก็คิดว่าจะเป็นประโยชน์  หรือจะติดต่อที่ ศูนย์คอมพิวเตอร์ก็มีโปรแกรมสำหรับป้องกันนี้ไว้บริการ

ไวรัสจริงกับไวรัสคอมพิวเตอร์

ไวรัสคอมพิวเตอร์ No Comments »

คอมพิวเตอร์ไวรัสทำงานในลักษณะที่คล้ายคลึงกันกับไวรัสจริงๆ  คอมพิวเตอร์ไวรัสเป็นโปรแกรมคอมพิวเตอร์เล็กๆ ที่จะติดสอยห้อยตามไปกับโปรแกรมขนาดใหญ่ เมื่อเข้ามาในคอมพิวเตอร์ และทันทีนั้นได้เข้าไปมีอำนาจเหนือกลไกของคอมพิวเตอร์ ในการปฏิบัติงานหน้าที่บางอย่างมากกว่าที่แต่ละคนตั้งใจให้ทำงานที่ควรจะเป็น  ตัวอย่างเช่นคอมพิวเตอร์ไวรัสอาจเพียงแต่ทำให้หน่วยความจำที่ว่างอยู่เต็มด้วยข้อมูลขยะ หรือโดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีที่รุ่นแรงอาจล้างหน่วยความจำ ทั้งหน่วยความจำหลักและหน่วยความจำสำรองได้  คำว่าไวรัสนำมาใช้เพราะว่าคล้ายคลึงกับไวรัสจริงๆ  คอมพิวเตอร์ไวรัสโดยตัวเองไม่ได้มีกลไกที่นำไปสู่จุดหมายที่ร้ายกาจที่ส่งออกไปยังเครื่องคอมพิวเตอร์อื่นๆ เช่นไวรัสจริง แต่กลับเข้ายึดเครื่องจักรคำนวณที่มีอยู่แล้วเท่านั้น

/km/virus_on_it.gif

ไวรัสกับคอมพิวเตอร์

ไวรัสคอมพิวเตอร์ No Comments »

คอมพิวเตอร์ไวรัสทำงานในลักษณะที่คล้ายคลึงกันกับไวรัสจริงๆ  คอมพิวเตอร์ไวรัสเป็นโปรแกรมคอมพิวเตอร์เล็กๆ ที่จะติดสอยห้อยตามไปกับโปรแกรมขนาดใหญ่ เมื่อเข้ามาในคอมพิวเตอร์ และทันทีนั้นได้เข้าไปมีอำนาจเหนือกลไกของคอมพิวเตอร์ ในการปฏิบัติงานหน้าที่บางอย่างมากกว่าที่แต่ละคนตั้งใจให้ทำงานที่ควรจะเป็น  ตัวอย่างเช่นคอมพิวเตอร์ไวรัสอาจเพียงแต่ทำให้หน่วยความจำที่ว่างอยู่เต็มด้วยข้อมูลขยะ หรือโดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีที่รุ่นแรงอาจล้างหน่วยความจำ ทั้งหน่วยความจำหลักและหน่วยความจำสำรองได้  คำว่าไวรัสนำมาใช้เพราะว่าคล้ายคลึงกับไวรัสจริงๆ  คอมพิวเตอร์ไวรัสโดยตัวเองไม่ได้มีกลไกที่นำไปสู่จุดหมายที่ร้ายกาจที่ส่งออกไปยังเครื่องคอมพิวเตอร์อื่นๆ เช่นไวรัสจริง แต่กลับเข้ายึดเครื่องจักรคำนวณที่มีอยู่แล้วเท่านั้น

/km/virus_on_it.gif

การตรวจหาไวรัส

ไวรัสคอมพิวเตอร์ No Comments »

การตรวจหาไวรัส

1. การสแกนโดยใช้โปรแกรมตรวจหาไวรัส (ตัวสแกนเนอร์) เช่น McAfee , Norton AntiVirus , Trend Micro ฯลฯ โดยมีการตรวจสอบรายชื่อไวรัสจากฐานข้อมูล ไวรัส มีข้อดีคือ เราสามารถตรวจสอบข้อมูลที่มาใหม่ได้ทันทีว่าติดไวรัสหรือไม่ เพื่อป้องกันไม่ให้ไวรัสถูกเรียกขึ้นมาทำงานตั้งแต่เริ่มแรก แต่มีจุดอ่อนคือ
   a. ฐานข้อมูลที่เก็บรายชื่อไวรัส จะต้องทันสมัยอยู่เสมอ และครอบคลุมไวรัสทุกตัวมากที่สุดเท่าที่จะทำได้เนื่องจากโปรแกรมตรวจหาไวรัสจะไม่สามารถ ตรวจจับไวรัสที่ไม่มีในฐานข้อมูลได้
   b. ยากที่จะตรวจจับไวรัสประเภทโพลีมอร์ฟิก เนื่องจากไวรัสประเภทนี้เปลี่ยนแปลงตัวเองได้จึงทำให้ฐานข้อมูลไวรัสที่ใช้สามารถตรวจสอบได้ก่อนที่ไวรัสจะ เปลี่ยนแปลงตัวเองเท่านั้น
   c. เนื่องจากไวรัสมีตัวใหม่ ๆ ออกมาอยู่เสมอ ๆ ผู้ใช้จึงจำเป็นต้องหาสแกนเนอร์ ตัวที่ใหม่ที่สุดมาใช้
   d. มีไวรัสบางตัวเข้าไปติดในโปรแกรมทันทีที่โปรแกรมนั้นถูกอ่าน และถ้าสมมติว่าสแกนเนอร์ที่ใช้ไม่สามารถตรวจจับได้ และถ้าเครื่องมีไวรัสนี้ติดอยู่ เมื่อมีการเรียกสแกนเนอร์ขึ้นมาทำงาน สแกนเนอร์จะเข้าไปอ่านโปรแกรมทีละโปรแกรม เพื่อตรวจสอบ ผลก็คือจะทำให้ไวรัสตัวนี้เข้าไปติดอยู่ในโปรแกรมทุกตัวที่ถูกสแกนเนอร์นั้นอ่านได้
   e. สแกนเนอร์รายงานผิดพลาดได้ คือ ฐานข้อมูลไวรัสที่ใช้บังเอิญไปตรงกับที่มีอยู่ในโปรแกรมธรรมดาที่ไม่ได้ติดไวรัส ซึ่งมักจะเกิดขึ้นในกรณีที่ฐานข้อมูล ไวรัส ที่ใช้มีขนาดสั้นไปก็จะทำให้โปรแกรมดังกล่าวใช้งานไม่ได้อีกต่อไป

คำแนะนำและการป้องกันไวรัส

  1. สำรองไฟล์ข้อมูลที่สำคัญ
  2. สำหรับเครื่องที่มีฮาร์ดดิสก์ อย่าเรียกดอสจากแผ่นดิสก์
  3. ป้องกันการเขียนให้แผ่นดิสก์
  4. อย่าเรียกโปรแกรมที่ติดมากับดิสก์อื่น
  5. เสาะหาโปรแกรมตรวจหาไวรัสและมากกว่าหนึ่งโปรแกรมจากคนละบริษัท
  6. เรียกใช้โปรแกรมตรวจหาไวรัสเป็นช่วง ๆ
  7. สำรองข้อมูลที่สำคัญของฮาร์ดดิสก์ลงเก็บใน Resource อื่น เช่น แผ่นดิสก์ , CD ฯลฯ
  8. เตรียมแผ่นดิสก์หรือแผ่น CD ที่ไว้สำหรับให้เรียกดอสขึ้นมาทำงานได้
  9. เมื่อเครื่องติดไวรัส ให้พยายามหาที่มาของไวรัสนั้น

วิธีการป้องกันไวรัส

ไวรัสคอมพิวเตอร์ No Comments »

วิธีการป้องกันไวรัส

         แม้ว่าจะมีไวรัสหลายพันชนิด แต่ไวรัสส่วนใหญ่อยู่ในห้องทดลองคอมพิวเตอร์ มีไวรัสเพียงประมาณ 500 กว่าชนิดที่ยังอาละวาดอยู่ และส่วนใหญ่ไวรัสเหล่านี้ แทบจะไม่มีอันตรายต่อคอมพิวเตอร์และข้อมูล เพียงแต่อาจจะทำให้เครื่องคอมพิวเตอร์ทำงานช้าลงด้วยการแย่งใช้หน่วยความจำของเครื่องคอมพิวเตอร์ เป็นต้น อย่างไร ก็ตามมีวิธีง่าย ๆ 6 วิธีที่จะช่วยป้องกันเครื่องคอมพิวเตอร์และข้อมูลจากไวรัส
           1. ใช้โปรแกรมตรวจจับและกำจัดไวรัส (anti-virus) อย่างไรก็ตามไม่มีโปรแกรมตรวจจับและกำจัดไวรัสโปรแกรมใดสมบูรณ์แบบ การเตือนที่ผิดพลาดว่ามีไวรัส ก่อให้เกิดความรำคาญพอ ๆ กับตัวไวรัสเอง อย่าลืมว่าจะต้อง update โปรแกรมที่ใช้ตรวจจับและกำจัดไวรัสอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้ครอบคลุมถึงไวรัสชนิดใหม่ ๆ
           2. scan ทุกไฟล์บนดิสเกตต์และ CD-ROM ก่อนนำลง Harddisk
           3. scan ทุกไฟล์ที่ download มาจากอินเตอร์เน็ต
           4. scan ไฟล์หรือโปรแกรมที่ติดมากับ e-mail ก่อนที่จะเปิดอ่านหรือเก็บลงบนฮาร์ดดิสก์
           5. เก็บเอกสารในรูปของ ASCII Text Mode หรือ Rich Text Format (RTF) โดยเฉพาะเอกสารที่ใช้ร่วมกันบนเครือข่าย ทั้งสองรูปแบบจะไม่ save ส่วนที่เป็น macro ลงพร้อมกับเอกสารด้วยซึ่งทำให้ปลอดภัยจาก macro viruses
           6. back up ข้อมูลและโปรแกรมบนเครื่องคอมพิวเตอร์อย่างสม่ำเสมอ และที่สำคัญอย่างเก็บ backup ไว้ในฮาร์ดดิสก์ อันเดียวกันกับข้อมูลและโปรแกรมจริง

อาการของเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ติดไวรัส

ไวรัสคอมพิวเตอร์ No Comments »

อาการของเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ติดไวรัส

1. การทำงานของคอมพิวเตอร์ช้ากว่าปกติ
2. คอมพิวเตอร์หยุดทำงานโดยไม่ทราบสาเหตุ
3. ข้อมูลหายไปโดยไม่ทราบสาเหตุ
4. ส่งเสียง หรือข่าวสารแปลกออกมา
5. ไดร์ฟ หรือฮาร์ดดิสห์หยุดทำงานโดยไม่ทราบสาเหตุ
6. ไฟล์ในแผ่นดิสก์ หรือฮาร์ดดิสก์ถูกเปลี่ยนเป็นขยะ
7. เครื่องทำงานช้าลง ใช้เวลานานผิดปกติในการเรียกโปรแกรมขึ้นมาทำงาน
8. ขนาดของโปรแกรมใหญ่ขึ้น
9. วันเวลาของโปรแกรมเปลี่ยนไป
10. ข้อความที่ปกติไม่ค่อยได้เห็นกลับถูกแสดงขึ้นมาบ่อย ๆ
11. เกิดอักษรหรือข้อความประหลาดบนหน้าจอ
12. เครื่องส่งเสียงออกทางลำโพงโดยไม่ได้เกิดจากโปรแกรมที่ใช้อยู่
13. แป้นพิมพ์ทำงานผิดปกติหรือไม่ทำงานเลย
14. ขนาดของหน่วยความจำที่เหลือลดน้อยกว่าปกติ โดยหาเหตุผลไม่ได้
15. ไฟล์แสดงสถานการณ์ทำงานของดิสก์ติดค้างนานกว่าที่เคยเป็น
16. ไฟล์ข้อมูลหรือโปรแกรมที่เคยใช้อยู่ ๆ ก็หายไป
17. เครื่องบูตตัวเองโดยไม่ได้สั่ง
18. เซกเตอร์ที่เสียมีจำนวนเพิ่มขึ้นโดยมีการายงานว่าจำนวนเซกเตอร์ที่เสียมีจำนวนเพิ่มขึ้นกว่าแต่ก่อนโดยที่ยังไม่ได้ใช้โปรแกรมเข้าไปตรวจหาเลย

ไวรัสคอมพิวเตอร์

ไวรัสคอมพิวเตอร์ No Comments »

ประเภทของไวรัสคอมพิวเตอร์

   1. บูตเซกเตอร์ไวรัส (Boot Sector Viruses) หรือ Boot Infector Viruses คือไวรัสที่เก็บตัวเองอยู่ในบูตเซกเตอร์ของดิสก์ การใช้งานของบูตเซกเตอร์ คือเมื่อเครื่องคอมพิวเตอร์เริ่มทำงานขึ้นมาครั้งแรก เครื่องจะเข้าไปอ่านบูตเซกเตอร์ โดยในบูตเซกเตอร์จะมีโปรแกรมเล็ก ๆ ไว้ใช้ในการเรียกระบบปฏิบัติการขึ้นมาทำงาน
      การทำงานของบูตเซกเตอร์ไวรัสคือ จะเข้าไปแทนที่โปรแกรมที่อยู่ในบูตเซกเตอร์ โดยทั่วไปแล้วถ้าติดอยู่ในฮาร์ดดิสก์ จะเข้าไปอยู่บริเวณที่เรียกว่า Master Boot Sector หรือ Partition Table ของฮาร์ดดิสก์นั้น ถ้าบูตเซกเตอร์ของดิสก์ใดมีไวรัสประเภทนี้ติดอยู่ ทุก ๆ ครั้งที่บูตเครื่องขึ้นมา เมื่อมีการเรียนระบบปฏิบัติการจากดิสก์นี้ โปรแกรมไวรัสจะทำงานก่อนและเข้าไปฝังตัวอยู่ในหน่วยความจำเพื่อเตรียมพร้อมที่จะทำงานตามที่ได้ถูกโปรแกรมมา ก่อนที่จะไปเรียนให้ระบบปฏิบัติการทำงานต่อไป ทำให้เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
   2. โปรแกรมไวรัส (Program Viruses) หรือ File Intector Viruses เป็นไวรัสอีกประเภทหนึ่งที่จะติดอยู่กับโปรแกรม ซึ่งปกติจะเป็นไฟล์ที่มีนามสกุลเป็น COM หรือ EXE และบางไวรัสสามารถเข้าไปอยู่ในโปรแกรมที่มีนามสกุลเป็น SYS ได้ด้วย
       การทำงานของไวรัสประเภทนี้ คือ เมื่อมีการเรียกโปรแกรมที่ติดไวรัส ส่วนของไวรัสจะทำงานก่อนและจะถือโอกาสนี้ฝังตัวเข้าไปอยู่ในหน่วยความจำทันทีแล้วจึงค่อยให้โปรแกรมนั้นทำงานตามปกติ เมื่อฝังตัวอยู่ในหน่วยความจำแล้ว
       หลังจากนี้หากมีการเรียกโปรแกรมอื่น ๆ ขึ้นมาทำงานต่อ ตัวไวรัสจะสำเนาตัวเองเข้าไปในโปรแกรมเหล่านี้ทันที เป็นการแพร่ระบาดต่อไป
       นอกจากนี้ไวรัสนี้ยังมีวิธีการแพร่ระบาดอีกคือ เมื่อมีการเรียกโปรแกรมที่มีไวรัสติดอยู่ ตัวไวรัสจะเข้าไปหาโปรแกรมอื่น ๆ ที่อยู่ติดเพื่อทำสำเนาตัวเองลงไปทันที แล้วจึงค่อยให้โปรแกรมที่ถูกเรียกนั้นทำงานตามปกติต่อไป
    3. ม้าโทรจัน (Trojan Horse) เป็นโปรแกรมที่ถูกเขียนขึ้นมาให้ทำตัวเหมือนว่าเป็นโปรแกรมธรรมดาทั่ว ๆ ไป เพื่อหลอกล่อผู้ใช้ให้ทำการเรียนขึ้นมาทำงาน แต่เมื่อถูกเรียกขึ้นมา ก็จะเริ่มทำลายตามที่โปรแกรมมาทันที ม้าโทรจันบางตัวถูกเขียนขึ้นมาใหม่ทั้งชุด โดยคนเขียนจะทำการตั้งชื่อโปรแกรมพร้อมชื่อรุ่นและคำอธิบาย การใช้งานที่ดูสมจริง เพื่อหลอกให้คนที่จะเรียกใช้ตายใจ
       จุดประสงค์ของคนเขียนม้าโทรจันคือเข้าไปทำอันตรายต่อข้อมูลที่มีอยู่ในเครื่อง หรืออาจมีจุดประสงค์เพื่อที่จะล้วงเอาความลับของระบบคอมพิวเตอร์
ม้าโทรจันถือว่าไม่ใช่ไวรัส เพราะเป็นโปรแกรมที่ถูกเขียนขึ้นมาโดด ๆ และจะไม่มีการเข้าไปติดในโปรแกรมอื่นเพื่อสำเนาตัวเอง แต่จะใช้ความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ของผู้ใช้ เป็นตัวแพร่ระบาดซอฟต์แวร์ที่มีม้าโทรจันอยู่ในนั้นและนับว่าเป็นหนึ่งในประเภทของโปรแกรมที่มีความอันตรายสูง เพราะยากที่จะตรวจสอบและสร้างขึ้นมาได้ง่าย ซึ่งอาจใช้แค่แบต์ไฟล์ก็สามารถโปรแกรมม้าโทรจันได้
     4. โพลีมอร์ฟิกไวรัส (Polymorphic Viruses) เป็นชื่อที่ใช้เรียกไวรัสที่มีความสามารถในการแปรเปลี่ยนตัวเอง ได้เมื่อมีการสร้างสำเนาตัวเองเกิดขึ้น ซึ่งอาจได้ถึงหลายร้อยรูปแบบ ผลก็คือ ทำให้ไวรัสเหล่านี้ยากต่อการถูกตรวจจัด โดยโปรแกรมตรวจหาไวรัสที่ใช้วิธีการสแกนอย่างเดียว ไวรัสใหม่ ๆ ในปัจจุบันที่มีความสามารถนี้เริ่มมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ
     5. สทิลต์ไวรัส (Stealth Viruses) เป็นชื่อเรียกไวรัสที่มีความสามารถในการพรางตัวต่อการตรวจจับได้ เช่น ไฟล์อินเฟกเตอร์ ไวรัสประเภทที่ไปติดโปรแกรม ใดแล้วจะทำให้ขนาดของ โปรแกรมนั้นใหญ่ขึ้น ถ้าโปรแกรมไวรัสนั้นเป็นแบบสทิสต์ไวรัส จะไม่สามารถตรวจดูขนาดที่แท้จริงของโปรแกรมที่เพิ่มขึ้นได้
         เนื่องจากตัวไวรัสจะเข้าไปควบคุมดอส เมื่อมีการใช้คำสั่ง DIR หรือโปรแกรมใดก็ตามเพื่อตรวจดูขนาดของโปรแกรม ดอสก็จะแสดงขนาดเหมือนเดิม ทุกอย่างราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น
      6. Macro viruses จะติดต่อกับไฟล์ซึ่งใช้เป็นต้นแบบ (template) ในการสร้างเอกสาร (documents หรือ spreadsheet) หลังจากที่ต้นแบบในการใช้สร้างเอกสาร ติดไวรัสแล้ว ทุก ๆ เอกสารที่เปิดขึ้นใช้ด้วยต้นแบบอันนั้นจะเกิดความเสียหายขึ้น

เจอเข้าแล้วไวรัส HELLO WORLD i am VB

ไอที, ไวรัสคอมพิวเตอร์ No Comments »

หากพบข้อความบน title browser “HELLO WORLD i am VB” ทำใจได้เลยว่าเครื่องของคุณติดไวรัสเรียบร้อยแล้ว แต่แน่นอนว่ามีวิธีแก้ครับ

ดาวน์โหลดไปใช้ได้เลย คลิก kill virus i am VB หลังจากได้แล้วก็ไปแตกไฟล์แล้วรันไฟล์ .exe ไว้รัสตัวร้ายมันก็หายไป


   Designed By:  SadhWeb Directory  &  WP Theme

Sponsored By:  Affiliate Marketing Blog  &  Paid Directory