การเพิ่ม Login โดยใช้ Transact-SQL ใน SQL Server 2000

หัวข้อพิเศษไอที, SQL Server 2000 No Comments »

รูปแบบคำสั่ง sp_addlogin [ @loginame = ] ‘login’
[ , [ @passwd = ] ‘password’ ]
      [ , [ @defdb = ] ‘database’ ]
    [ , [ @deflanguage = ] ‘language’ ]
    [ , [ @sid = ] sid ]
    [ , [ @encryptopt = ] ‘encryption_option’ ]

ต้องมี EXEC อยู่ข้างหน้าทุกครั้ง

ตัวอย่างการเพิ่ม Login โดยใช้ Transact-SQL
คำสั่งสร้าง login โดยไม่มี Password และ master database

EXEC sp_addlogin ‘Winner’

ตัวอย่างการเพิ่ม Login โดยใช้ Transact-SQL
คำสั่งสร้าง login โดยมี Password และ database

EXEC sp_addlogin ‘Motabo’, ‘cat’, ‘test1′

การเพิ่ม USER โดยใช้ Transact-SQL
      รูปแบบคำสั่ง
sp_adduser [ @loginame = ] ‘login’
[ , [ @name_in_db = ] ‘user’ ]
[ , [ @grpname = ] ‘group’ ]

การเพิ่ม USER โดยใช้ Transact-SQL
      ตัวอย่างการใช้คำสั่ง
การ Add user โดยใช้ login name เป็น oa1
ส่วนชื่อ user name เป็น oa

EXEC sp_adduser ‘oa1′,’oa’

การเพิ่ม USER โดยใช้ Transact-SQL
      ตัวอย่างการใช้คำสั่ง
การ Add user โดยใช้ login
name กับ user name เป็นชื่อเดียวกัน

EXEC sp_adduser ‘Motabo’

การลบ USER โดยใช้ Transact-SQL
รูปแบบคำสั่งของการลบ user

sp_dropuser [ @name_in_db = ] ‘user’

การลบ USER โดยใช้ Transact-SQL
      ตัวอย่างการใช้คำสั่งลบ USER

EXEC sp_dropuser ‘Motabo’

 

การเพิ่ม Login โดยใช้ Taskpad ใน SQL Server 2000

หัวข้อพิเศษไอที, SQL Server 2000 No Comments »

- เลือกเมนู View->Taskpad->Wizard
- เลือกหัวข้อ Set Up Database->Create a Login
- เข้าไปทำรายการตามขั้นตอน โดยเลือก Authentication เป็น SQL จากนั้นให้ใส่ค่า Login พร้อม Password
- ข้อมูลในส่วนนี้จะไปปรากฏอยู่ที่ Security
- หากต้องการกำหนดให้ User เข้าไปใช้ Database ใด นำเมาส์ไปคลิกขวาที่หัวข้อ User เลือก New Database User…

การกำหนด Server Role ใน SQL Server 2000

หัวข้อพิเศษไอที, SQL Server 2000 No Comments »
- เป็นการแบ่งกลุ่มมาตรฐานที่ SQL Server เตรียมไว้ให้ตามความสามารถในการจัดการกับ ตัวของระบบ มีด้วยกัน 8 กลุ่ม ดังนี้
- serveradmin (Server Administrators)
- setupadmin (Setup Administrators)
- securityadmin (Security Administrators)
- processadmin (Process Administrators)
- dbcreator (Database Creators)
- diskadmin (Disk Administrators)
- bulkadmin (Bulk Insert Administrators) 

sysadmin (System Administrators)

- เป็น Admin ของระบบ สามารถทำได้ทุกงานที่ SQL Server มีให้ทำ

serveradmin (Server Administrators)

- สามารถแก้ไข เปลี่ยนแปลงค่าคอนฟิกกูเรชั่น (Configuration) ต่าง ๆ ของระบบ
- สามารถสั่ง Shutdown ระบบได้

setupadmin (Setup Administrators)

- สามารถติดตั้งและคอนฟิก Linked Server รวมทั้ง Replication และกำหนดเกี่ยวกับ Stored Procedures ที่ใช้ในตอนเริ่มต้นของระบบ

securityadmin (Security Administrators)

- สามารถทำหน้าที่เกี่ยวกับระบบความปลอดภัย เช่น การสร้างและควบคุม login ดูแลสิทธิสำหรับการสร้างฐานข้อมูล รวมถึงการตรวจสอบ SQL Server error log

processadmin (Process Administrators)

- สามารถทำหน้าที่ควบคุมและดูแลความเป็นไปในการทำงานของระบบ รวมทั้งการ kill process ที่ไม่สมควรออกจากระบบ

dbcreator (Database Creators)

- สามารถทำหน้าที่จัดการฐานข้อมูล เช่น การสร้าง เปลี่ยนแปลง และลบ

diskadmin (Disk Administrators)

- ทำหน้าที่ในการกำหนด และจัดการเกี่ยวกับไฟล์ฐานข้อมูล เช่น การกำหนดลักษณะการขยายขนาดฐานข้อมูลด้วยค่า File Growth การนำเข้าฐานข้อมูล (Attach) หรือออก (Detach) จากระบบได้

bulkadmin (Bulk Insert Administrators)

- ทำคำสั่งเกี่ยวกับ operation Bulk เช่น Bulk Insert

Database Role

เป็นการจัดแบ่งกลุ่มความสามารถตามการใช้งานของแต่ละฐานข้อมูล แบ่งออกเป็น 2 ประเภท ดังนี้
- Pre-Defined Database Role
- User-Defined Database Role

Pre-Defined Database Role

มีด้วยกัน 9 กลุ่ม ดังนี้
- db_owner
- db_accessadmin
- db_securityadmin
- db_ddladmin
- db_backupoperator
- db_datareader
- db_datawriter
- db_denydatareader
- db_denywriter

db_owner

- ทำหน้าที่ทุกอย่างภายในขอบเขตสำหรับฐานข้อมูลนั้น ๆ รวมถึงการมอบอำนาจให้กับผู้อื่น เข้ามามีสิทธิใน object ที่อนุญาตได้

db_accessadmin

- ทำหน้าที่อนุญาตให้ User เข้าถึงฐานข้อมูลได้ หรือเป็นผู้ที่คอยแก้ไขความสามารถในการเข้าถึงฐานข้อมูล ตามสิทธิของแต่ละ user

db_securityadmin

- ทำหน้าที่เกี่ยวกับการจัดการระบบรักษาความปลอดภัยภายในฐานข้อมูล เช่น การกำหนด permission, Role และ Object owner ต่าง ๆ

db_ddladmin

- ทำหน้าที่จัดการเกี่ยวกับ object ต่าง ๆ ภายในฐานข้อมูล ทั้งการสร้าง เปลี่ยนแปลงแก้ไข ตลอดจนการลบ หรือทำลาย object

db_backupoperator

- ทำหน้าที่เกี่ยวกับการ backup ฐานข้อมูล

db_datareader

- สามารถอ่านข้อมูลจากตารางหรือ view ภายในฐานข้อมูลได้เท่านั้น

db_datawriter

- สามารถ insert, delete และ update ข้อมูลผ่านตารางหรือ view ในฐานข้อมูลได้

db_denydatareader

- ไม่สามารถอ่านข้อมูลจากตารางหรือ view ภายในฐานข้อมูลได้

db_denywriter

- ไม่สามารถทำการแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงข้อมูลด้วยการ insert, delete และ update ข้อมูลผ่าน ตารางหรือ view ในฐานข้อมูลได้

User-Defined Database Role

- เป็นการกำหนด database role นอกเหนือจากกลุ่มมาตรฐานที่ SQL Server กำหนดให้ เราสามารถสร้างกลุ่มหรือ Role ขึ้นมาได้เองด้วย EM

การเพิ่ม Login โดยใช้ EM ใน SQL Server 2000

หัวข้อพิเศษไอที, SQL Server 2000 No Comments »
 

- การเพิ่ม USER จะไปทำที่ SECURITY
- เมาส์คลิกขวาแล้วเลือก New Login
- ที่หน้าต่าง Login Properties ในส่วนของแทป General ให้ใส่ชื่อ User ในช่อง Name
- ที่ Authentication ให้เลือก SQL Server…ต่อจากนั้นให้ใส่ Password
- จะเลือก default Database และภาษา ก่อนผ่านไปยังขั้นตอนต่อไปหรือไม่ก็ได้ 

 

การคัดลอกและเคลื่อนย้ายฐานข้อมูล SQL Server 2000

หัวข้อพิเศษไอที, SQL Server 2000 No Comments »
• ก่อนที่จะทำการคัดสำเนาหรือเคลื่อนย้ายไฟล์ของฐานข้อมูลได้นั้น จะต้องมีการถอดถอนฐานข้อมูลออกจากระบบเสียก่อน เพื่อให้เสมือนว่าไฟล์ข้อมูลและไฟล์ทรานแซคชั่นล็อกไม่ได้ถูกใช้โดยระบบฐานข้อมูลอีกต่อไป สำหรับวิธีการถอดถอนฐานข้อมูลด้วย EM ทำได้ดังนี้
• คลิกขวาไปที่ฐานข้อมูลที่ต้องการถอดถอน เลือก All Task-> Detach Database… หรือไฮไลท์ที่ตัวฐานข้อมูลก่อนแล้วจึงเลือกคำสั่งดังกล่าว
การถอดถอนฐานข้อมูลโดยใช้คำสั่ง Transact-SQL 

• Sp_detach_db[@dbname=] ‘dbname’ |, [@skipchecks=] ‘skipchecks’

ตัวอย่าू

การลบฐานข้อมูล SQL Server 2000

หัวข้อพิเศษไอที, SQL Server 2000 No Comments »
โดยกระทำผ่าน Enterprise Manager  

• คลิกขวาไปยังฐานข้อมูลที่จะลบ เลือก Delete
• หรือไฮไลท์ไปยังตัวฐานข้อมูลก่อนแล้วจึงเลือกเมนู Action-> Delete
       จากนั้นจะปรากฏไดอะล็อกบ็อกซ์ถามความประสงค์ว่าต้องการลบฐานข้อมูลนั้นหรือไม่

การลบฐานข้อมูล โดยกระทำผ่านTransact-SQL

ใช้คำสั่ง
DROP DATABASE database_name [,…n]

ตัวอย่าง

DROP DATABASE Authors

การเปลี่ยนชื่อฐานข้อมูล SQL Server 2000

หัวข้อพิเศษไอที, SQL Server 2000 No Comments »
• สามารถทำได้เพียงการใช้ Stored Procedure ชื่อ sp_renamedb เท่านั้น โดยมีรูปแบบคำสั่งดังนี้
Sp_renamedb[@old_name=]’old_name’, [@new_name=]’new_name’ 

ตัวอย่างการใช้งาน

EXEC Sp_renamedb ‘Employees’, ‘Authors’

ข้อควรทราบในการเปลี่ยนชื่อ

• ผู้ที่ใช้คำสั่งนี้ได้ต้องเป็นสมาชิกของ sysadmin(Fixed Server Role)
• สคริปต์ที่มีการอ้างถึงชื่อของฐานข้อมูลเดิม จะไม่สามารถ execute ได้ หรือทำงานผิดพลาด
• ฐานข้อมูลที่จะถูกเปลี่ยนชื่อต้องอยู่ในสถานะ Single user
• การเปลี่ยนชื่อฐานข้อมูลจะไม่มีผลกระทบกับไฟล์ข้อมูลหรือไฟล์ทรานแซ็คชั่นล็อก ตลอดจนไฟล์กรุ๊ป แต่อย่างใด
• ในขณะที่ execute Stored Procedure ชื่อ sp_renamedb ต้องอยู่ในฐานข้อมูลระบบ master เท่านั้น

ตัวอย่างคำสั่งการเปลี่ยนชื่อให้กับฐานข้อมูล

EXEC sp_dboption ‘Employees’, ‘single user’, ‘TRUE’
EXEC sp_renamedb ‘Employees’, ‘Authors’
EXEC sp_dboption ‘Authors’, ‘single user’, ‘FALSE’

การลบฐานข้อมูล

ข้อควรคำนึงก่อนที่จะทำการลบฐานข้อมูล
1. ข้อมูลต่าง ๆ ภายในฐานข้อมูลจะถูกทำลายทิ้งทั้งหมด รวมถึงข้อมูลที่ถูกเก็บอยู่ในระบบเกี่ยวกับฐานข้อมูลนี้ด้วย
2. ไม่สามารถกู้ฐานข้อมูลคืนมาได้ ยกเว้นการ Restore ข้อมูลที่ได้จากการ Backup เดิม
3. ต้องไม่มีผู้ใช้งานในขณะที่ทำการลบฐานข้อมูล
4. ผู้ที่สามารถลบฐานข้อมูลได้ต้องเป็นสมาชิกของ db_owner (Fixed Database Role)หรือ sysadmin (Fixed Server Role)

การเปลี่ยนขนาดฐานข้อมูล SQL Server 2000

หัวข้อพิเศษไอที, SQL Server 2000 No Comments »

การเพิ่มขนาดของฐานข้อมูลสามารถทำได้ 2 แนวทาง คือ การเพิ่มในส่วนของไฟล์ข้อมูลเดิมโดยตรง และการเพิ่มไฟล์ใหม่ให้กับฐานข้อมูล โดยการใช้วิธีการต่าง ๆ ดังนี้
       • การกระทำผ่าน Enterprise Manager
       • การใช้คำสั่งของ transact-SQL ในการเปลี่ยนแปลง ขนาดของฐานข้อมูล
การเพิ่มขนาดของไฟล์ที่มีอยู่เดิม

ALTER DATABASE Employees
MODIFY FILE
( NAME=Employees_Data,
SIZE=5MB)
การเพิ่มไฟล์ข้อมูลใหม่
ALTER DATABASE Employees
ADD FILE
( NAME=Employees1_Data,
FILENAME=‘C:\Data\Employees1_Data.mdf’
SIZE=5MB
MAXSIZE=100MB
FILEGROWTH=5MB)
การเพิ่มไฟล์ทรานแซคชั่นล็อกใหม่
ALTER DATABASE Employees
ADD LOG FILE
( NAME=Employees1_Data,
FILENAME=‘C:\Data\Employees1_log.ldf’
SIZE=5MB
MAXSIZE=50MB
FILEGROWTH=5MB)

ตัวอย่างการลบไฟล์ที่มีอยู่เดิม

ALTER DATABASE Employees
REMOVE FILE Employees1_Data
การลดขนาดของฐานข้อมูล
สามารถทำได้ 2 แนวทาง คือ การเพิ่มในส่วนของไฟล์ข้อมูลเดิมโดยตรง และการเพิ่มไฟล์ใหม่ให้กับฐานข้อมูล โดยการใช้วิธีการต่าง ๆ ดังนี้
• การกระทำผ่าน Enterprise Manager
• การใช้คำสั่งของ transact-SQL ในการเปลี่ยนแปลง ขนาดของฐานข้อมูล
การลดขนาดของฐานข้อมูล
การกระทำผ่าน Enterprise Manager
คลิกขวาฐานข้อมูลที่ต้องการ เลือก
• All Tasks->ShrinkDatabase…
• Action->All tasks ->Shrink Database…

การลดขนาดของฐานข้อมูล

การกระทำผ่านTransact-SQL
ใช้คำสั่ง
DBCC SHRINKDATABASE (database_name [,target_percent]
[,{NOTRUNCATE | TRUNCATEONLY}])
ตัวอย่างการลดขนาดของไฟล์ในฐานข้อมูล ลง 10 เปอร์เซ็นต์
DBCC SHRINKDATABASE(Employee,10)
การจัดการระบบฐานข้อมูล
• การเปลี่ยนชื่อฐานข้อมูล
• การลบฐานข้อมูล
• การคัดลอก และเคลื่อนย้ายฐานข้อมูล

การกำหนด OPTION ของฐานข้อมูล SQL Server 2000

หัวข้อพิเศษไอที, SQL Server 2000 No Comments »

การกำหนดหัวข้อเหล่านี้โดยวิธีการเข้าสู่หน้าต่าง Properties แล้วเลือก option ของฐานข้อมูลที่เลือก

Access
Restrict เป็นการกำหนดให้การเข้าถึงฐานข้อมูลถูกจำกัดเพียงผู้ใช้บางคน
• Members of db_owner,dbcreator or sysadmin-{dbo use only}
• Single User-{Single User}
Read-only-{Read-only} เป็นการกำหนดห้ามมิให้ฐานข้อมูลมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น ผู้ใช้งานสามารถติดต่อเพื่อเข้ามาอ่านข้อมูลอย่างเดียวเท่านั้น
Recovery
เป็นการกำหนด Model สำหรับการกู้ข้อมูลคืนเมื่อมีความเสียหายเกิดขึ้น
• Simple Recovery การกู้ข้อมูลสามารถทำได้เพียงข้อมูลล่าสุดที่ได้แบ็คอัพไว้ สามารถแบ็คอัพข้อมูลได้ 2 แบบ คือ Complete และ Differential เท่านั้น
• Full Recovery การกู้ข้อมูลสามารถทำได้ถึงจุดที่เกิดความเสียหาย หรือสามารถระบุจุดของเวลาที่ต้องการได้สามารถแบ็คอัพข้อมูลได้ 3 แบบ คือ Complete, Differential และ Transaction log
• Bulk-Logged Recovery ความสามารถคล้ายกับ Full Recovery แต่จะเน้นการทำงานที่เป็น Bulk operations เป็นหลัก เช่น คำสั่ง Select into,Bulk load operations, Create Index หรือคำสั่งที่เกี่ยวกับประเภทของข้อมูลที่เป็น text และ image

 

การตรวจสอบฐานข้อมูล ใน SQL Server 2000

หัวข้อพิเศษไอที, SQL Server 2000 No Comments »

• ขยายโฟลเดอร์ไปยังฐานข้อมูลที่ต้องการ
• คลิกขวาตรงพื้นที่ว่างของเฟรมขวา เลือก View-> Taskpad
• หรือที่เฟรมซ้ายคลิกขวาที่ชื่อของฐานข้อมูลแล้วเลือก View-> Taskpad
• ผลลัพธ์หน้าจอจะแสดงข้อมูลทั่วไปของฐานข้อมูล เช่น ผู้สร้างหรือผู้เป็นเจ้าของ วันที่สร้าง ขนาด รวมทั้งข้อมูลในการบำรุงรักษาฐานข้อมูล นอกจากนี้ยังแสดงให้เห็นถึงเนื้อที่ซึ่งถูกใช้ไป และคงเหลือสำหรับไฟล์ข้อมูล และไฟล์ทรานแซ็คชั่นล็อก
การตรวจสอบฐานข้อมูลโดยการใช้คำสั่งของ Stored Procedure
Sp_helpdb[[@dbname=]’name’]

คำสั่งการตรวจสอบฐานข้อมูลทั้งหมด
EXEC sp_helpdb
คำสั่งการตรวจสอบฐานข้อมูลที่ต้องการ
EXEC sp_helpdb Employees

การสร้างฐานข้อมูลโดยใช้ Transact-SQL ใน SQL Server 2000

หัวข้อพิเศษไอที, SQL Server 2000 No Comments »

CREATE DATABASE database_name
[ ON
[[,…n]]
[[,…n]]
]
[LOG ON{[,…n]]
[COLLATE collation_name]
[FOR LOAD| FOR ATTACH] 

ตัวอย่าง การสร้างฐานข้อมูลโดยใช้ Transact-SQL

CREATE DATABASE Employees
ON
( NAME=Emplyees_dat,
FILENAME=‘c:\data\employeedat.mdf’,
SIZE=10,
MAXSIZE=50,
FILEGROWTH=5)
LOG ON
( NAME=‘Emplyees_log’,
FILENAME=‘c:\data\employeelog.ldf’,
SIZE=5MB,
MAXSIZE=25MB,
FILEGROWTH=5MB)

การสร้างฐานข้อมูลโดยใช้ Enterprise Manager ใน SQL Server 2000

หัวข้อพิเศษไอที, SQL Server 2000 No Comments »
• ติดต่อ SQL Server ด้วย Enterprise Manager
• ขยายโฟลเดอร์ไปยัง Databases
• คลิกขวาตรงพื้นที่ว่างของเฟรมขวา พร้อมทั้งเลือก New Database. หรือเลือกที่เมนู Action->New Database จะได้หน้าจอสำหรับการสร้างฐานข้อมูลปรากฏขึ้น
• ที่แท็บ General ให้ใส่ชื่อของฐานข้อมูลที่ต้องการสร้างที่ช่อง Name ส่วนในช่อง Collation name ให้เลือกประเภทของตัวอักษรที่ต้องการใช้ในฐานข้อมูล ถ้าใช้ภาษาไทยให้เลือก Thai_CI_AI
• ที่แท็บ Data Files เป็นส่วนของการกำหนดข้อมูลเป็นหลัก ทั้งชื่อไฟล์ พาธที่เก็บไฟล์ และขนาดเริ่มต้นของไฟล์ นอกจากนี้ยังสามารถสร้างไฟล์ข้อมูลรองเพิ่มเติมในพาธที่แตกต่างกันได้ โดยการกำหนดไว้ในบรรทัดถัดไป
• ในส่วนของ Files Properties เป็นการกำหนดให้ไฟล์ข้อมูลสามารถขยายขนาดได้โดยอัตโนมัติ
• ที่แท็บ Transaction Log เป็นการกำหนดข้อมูลสำหรับไฟล์ทรานแซ็คชั่นล็อก
• เมื่อกำหนดข้อมูลเสร็จให้คลิกปุ่ม OK เป็นอันเสร็จสิ้นขั้นตอนของการสร้างฐานข้อมูล ซึ่งจะได้ฐานข้อมูลปรากฏขึ้นในโฟลเดอร์ Databases 

 

การสร้างฐานข้อมูลโดยใช้วิซาร์ด ของ SQL Server 2000

หัวข้อพิเศษไอที, SQL Server 2000 No Comments »
• ติดต่อ SQL Server ด้วย Enterprise Manager
• เลือก Tools->Wizards หรือคลิกปุ่ม Run a Wizard จะปรากฏหน้าจอเพื่อเลือกรายการของวิซาร์ดที่ต้องการ
• เลือกรายการ Create Database Wizard จากนั้นจึงคลิกปุ่ม OK จะได้หน้าจอต้อนรับของวิซาร์ด
• คลิกปุ่ม Next จะได้หน้าจอที่มีช่องรับข้อมูลสำหรับใส่ Database name, Database file location, Transaction log file location
• คลิกปุ่ม Next จะได้หน้าจอที่มีช่องรับข้อมูลสำหรับกำหนดชื่อให้กับไฟล์ข้อมูลหลัก รวมทั้งขนาดเริ่มต้นของไฟล์ได้ นอกจากนี้หากต้องการสร้างไฟล์ข้อมูลรอง ก็สามารถกำหนดในบรรทัดถัดไปได้
• คลิกปุ่ม Next จะได้หน้าจอในการกำหนดให้ไฟล์ข้อมูลสามารถขยายขนาดเองโดยอัตโนมัติหรือไม่
• คลิกปุ่ม Next จะได้หน้าจอในการกำหนดชื่อให้กับทรานแซคชั่นล็อก รวมทั้งขนาดเริ่มต้นของไฟล์ได้
• คลิกปุ่ม Next จะได้หน้าจอในการกำหนดให้ไฟล์ในทรานแซคชั่นล็อกสามารถขยายขนาดเองโดยอัตโนมัติหรือไม่
• คลิกปุ่ม Next จะได้หน้าจอสรุปข้อมูลที่ใช้ในการสร้างฐานข้อมูล
• คลิกปุ่ม Finish วิซาร์ดจะเริ่มทำการสร้างฐานข้อมูลและจะแสดงไดอะล็อกบ็อกซ์
• คลิกปุ่ม OK เป็นอันเสร็จสิ้นขั้นตอนการสร้างฐานข้อมูลโดยใช้วิซาร์ด

ฐานข้อมูลกับอินเทอร์เน็ต

หัวข้อพิเศษไอที, SQL Server 2000 No Comments »

         การที่เทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็ว ทำให้การแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารระหว่างองค์กรต่าง ๆ ผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตเป็นที่นิยม และแพร่หลายอย่างมาก ทำให้ข้อมูลบนอินเทอร์เน็ตที่แต่เดิมเป็นแบบสแตติกถูกพัฒนาให้เป็นแบบไดนามิกมากยิ่งขึ้น ดังนั้นฐานข้อมูลที่แต่เดิมใช้งานกันบนเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล (PC) หรือใช้งานบนเครือข่ายท้องถิ่น (LAN) จึงถูกพัฒนาให้มีความสามารถในการทำงานบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ตด้วย ซึ่งฐานข้อมูลบนอินเทอร์เน็ต (Web Database) จะให้คุณค่ามากกว่าเว็บเพจสแตติกทั่วไป เนื่องจากมีการโต้ตอบสองทิศทางระหว่างเจ้าของฐานข้อมูลกับผู้ใช้

          การเผยแพร่ข้อมูลบนอินเทอร์เน็ตจากฐานข้อมูลบนอินเทอร์เน็ตจะต้องใช้ต้นทุนในการพัฒนาพอสมควร ไม่ว่าจะเป็นต้นทุนที่ใช้ในการพัฒนาเว็บเพจ โดยเว็บเพจที่ได้ต้องสามารถแสดงผลและทำงานในแพลตฟอร์มต่าง ๆ ได้ถูกต้องตรงกัน กรณีที่มีผลิตภัณฑ์ฐานข้อมูลบนอินเทอร์เน็ตอยู่แล้วก็สามารถดำเนินการได้ทันที ซึ่งต้นทุนการพัฒนาอันหนึ่งก็ตกอยู่ที่ผลิตภัณฑ์นั้น ๆ ปัญหาที่มักจะประสบกับผู้ที่ต้องการติดตั้งฐานข้อมูลบนอินเทอร์เน็ตคือ จะเริ่มต้นอย่างไร มีเครื่องมือ (Tools) อะไรให้ใช้บ้าง

การใช้ Sub Query

หัวข้อพิเศษไอที, SQL Server 2000 No Comments »
         ในบางครั้งผลลัพธ์ที่ได้จากการ JOIN สามารถใช้ Subquerirs แทนได้เช่นกัน แต่ก็มีบ้างที่เพียง Subquerirs เท่านั้นจึงจะสามารถหาผลลัพธ์ที่ต้องการได้ แต่หากพูดถึงประสิทธิภาพในการทำงานของทั้งสองก็ไม่แตกต่างกันมากนัก โดยทั้งนี้ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขในการระบุอีกด้วย
         ตามปกติในการใช้งาน Subquerirs จะถูกครอบไว้ด้วยวงเล็บเพื่อให้เห็นถึงส่วนของคิวรีย่อยไว้อย่างชัดเจน โดยที่คิวรีย่อยสามารถมีคิวรีย่อยได้อีกต่อไปเรื่อย ๆ หลายชั้นไม่จำกัด

   Designed By:  SadhWeb Directory  &  WP Theme

Sponsored By:  Affiliate Marketing Blog  &  Paid Directory