นิยามการจัดการความรู้

การจัดการความรู้ No Comments »

การจัดการความรู้ตามแนวของโลกธุรกิจ นิยามตามแนวทางนี้ดังจะกล่าวต่อไปในบางทัศนะคือ

 ตามทัศนะของ meta group (1998) การจัดการความรู้คือ การรวมรวมความเชื่อและการปฏิบัติภายในองค์กรภายใต้การสนับสนุนของเทคโนโลยีในทุกที่ ที่อำนวยความสะดวกในการจับยึด การจัดการ การกระจายสารสนเทศไปทั่วโลก  ซึ่งสร้างตัวเป็นความรู้ที่เป็นยอดไปสู่ความสามารถขององค์กรเพื่อแข่งขันในยุคของความรู้

Forrester Research (1998) ได้ให้ความหมายไว้คือ การปฏิบัติที่ดีที่สุด (best practices) และกระบวนการขององค์กรหนึ่ง เป็นถึงกลวิธีความฉลาด ความจริง และขั้นตอนวิธีการ รวมทั้งพันธะสัญญา (contractsw)

อีกทัศนะหนึ่ง การจัดการความรู้คือหลักวิชาที่ส่งเสริมแนวทางบูรณาการในการ สร้าง จับยึด จัดระบบ เข้าจัดการ และใช้องคาพยบของสินทรัพย์สารสนเทศ สินทรัพย์เหล่านั้นรวมถึงโครงสร้างฐานข้อมูล สารสนเทศที่เป็นข้อความ เช่นนโยบายเอกสารขั้นตอนงาน และสิ่งที่สำคัญที่สุดคือความรู้ที่ซ่อนอยู่ในตัวคนและความเชี่ยวชาญที่อยู่ในหัวสมองของพนักงานแต่ละคน (Gartner group,1999)

จากนิยามที่กล่าวมาแล้วนั้นนำมาจากองค์กรธุรกิจขนาดใหญ่มีความเบ็ดเสร็จในตัว ซึ่งเชื่อว่าเราสามารถที่จะประยุกต์หลักการพื้นฐานไปเป็นนิยามใหม่ทางการศึกษา ดังนี้

การจัดการความรู้ที่ควบรวมกระบวนการและการประยุกต์เครื่องมือทางเทคโนโลยี ที่ทำให้เป็นดิจิทัลมากขึ้น เก็บ และให้สามารถใช้งานได้ผ่านทางเครือข่ายอิเลคทรอนิกส์ การดำเนินไปในการสร้างสรรค์ การถ่ายทอดความรู้และปัญญาโดยตลอดวงจรชีวิตของประสบการณ์ทางการศึกษา (Galbreath,2000)  จากนิยามนี้ทำให้เราสำรวจองค์ประกอบในการประยุกต์ใช้การจัดการความรู้ในวงการการศึกษา

ความจำเป็นสำหรับเทคโนโลยีจัดการความรู้ทางการศึกษา

เทคโนโลยี, การจัดการความรู้ No Comments »

การที่กำหนดให้องค์กรของเราต้องเชื่อมต่อ สังเคราะห์ความรู้ได้เองอันเป็นสินทรัพอย่างหนึ่งที่ได้จากแหล่งเรียนรู้ทั่วโลก ซึ่งน่าจะเกิดการสะสมรวมของความรู้ไว้ที่ใดที่หนึ่ง ดูเหมือนว่าจะไม่ได้ให้ความสำคัญของประสิทธิภาพการจัดการและแบ่งบันความรู้ให้กับผู้ที่มีความตั้งใจอยากใช้ความรู้นั้น โดยไม่คำนึงว่าจะเป็นใครหรือว่าเขาจะอยู่ ณ ตำแหน่งหนใด

เป็นที่น่าเสียดายที่ความรู้ดังกล่าวเหล่านั้นจำนวนมากยังคงถูกปิดกั้นไว้ในหัวของโปรเซสเซอร์แต่ละคน ในครู ในห้องสมุดและห้องปฏิบัติการ และในนักเรียนที่ผ่านระบบโรงเรียนในท้องถิ่นต่างๆ หนังสือ ตำรา วารสารที่ได้รับการรับรอง บันทึกการบรรยาย เล็คเชอร์ บันทึกการประชุมทางวิชาการ (conferences) และการนำเสนอ การสื่อสารความรู้และการเรียนรู้ 

แต่ถ้าใครก็ตามกำลังศึกษาทำการบ้านหรืองานกิจกรรมในรายวิชาหนึ่งอยู่ในศตวรรษที่ผ่านมาในหัวข้อหนึ่ง และต้องการจะหาว่าทัศนะเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวในแผนกวิชาของสถาบันตัวเองใน 2 ปีที่ผ่านมา (อาจจะเป็นงานเขียนบทความ บันทึกคำบรรยายการสอนในเรื่องดังกล่าวในรอบ 2 ปี) โดยไม่เกี่ยวกับนักวิชาการอื่นทั่วโลก แล้วผู้ศึกษาเรื่องนี้จะสืบค้นให้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพได้อย่างไรในการหาข้อสนเทศจากที่หนึ่งที่ใด โดยไม่คำนึงถึงว่าผู้ศึกษาจะอยู่ที่แห่งใด และเป็นเวลาใดของวัน โดยอาศัยการเชื่อมต่อผู้ใช้คนหนึ่ง ด้วยสถานะการณ์เช่นนี้แสดงให้เห็นภาพที่ทำไมต้องใช้เทคโนโลยีการจัดการความรู้สำหรับทางการศึกษาที่กล่าวถึงกันมากในปัจจุบัน โดยอาศัยเทคโนโลยีเวิร์ลไวด์ เว็บแน่นอนว่าสามารถนำมาใช้ประโยชน์ในเรื่องเหล่านี้ ช่วยเหลือในการติดตามความก้าวหน้าทางการศึกษาให้ทัน แต่การใช้เว็บเพียงอย่างเดียวก็ยังไม่เพียงพอยังต้องศึกษาองค์ประกอบอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องและจำเป็นอื่นๆด้วย

การจัดการความรู้ ความท้าทายในยุคการเปลี่ยนแปลงเร็ว

การจัดการความรู้ No Comments »

การจัดการความรู้ก็เหมือนกับเทคโนโลยีอื่นๆในยุคดิจิทัล เป็นเหมือนที่รวมเรียกร้องให้เกิดความสนใจ โดยเฉพาะในภาคธุรกิจเอกชน แต่เมื่อเราพิจารณาให้ละเอียดลึกลงไป  บางในทางการศึกษาเป็นวิชาชีพการจัดการความรู้ที่เก่าแก่ที่สุดในโลก และมีแนวโน้มที่เป็นไปได้มากที่สุดในการนำเทคโนโลยีการจัดการความรู้มาใช้ในปัจจุบัน

เมื่อเราก้าวเข้ามาในศตวรรษที่ 21 พร้อมๆกับการเข้ามาของคำว่า คนทำงานมีความรู้ (knowledge worker) เป็นบุคคลที่เน้นให้ความสำคัญให้เป็นบุคคลในรุ่นต่อไป  ดังเช่นครู นักวิชาการ ศาสตราจารย์ ผู้สอน ผู้ฝึกอบรม เป็นตำแหน่งที่สำคัญมากในยุคของความรู้ อย่างไรก็ตามบุคคลดังกล่าวได้ สร้างสรร ก่อตัว ขึ้นรูป ตีความ เก็บและถ่ายทอดความรู้ต่างๆ ให้กับพลเมืองที่เพิ่มมากขึ้นอยู่เสมอตามความต้องการด้านการศึกษา จากการศึกษาในระดับก่อนเข้าโรงเรียนไปถึงอุดมศึกษารวมทั้งการศึกษาของผู้บริหารระดับสูง กำลังอยู่ในระยะการเปลี่ยนแปลง จากยุคที่อยู่ในอิทธิพลของสถานศึกษาแบบการดำเนินการจริงทางกายภาพเป็นส่วนใหญ่ (brick-and-mortar) หรือในรูปแบบเดิมๆ สถาบันการศึกษาในลักษณะดังกล่าวนี้ กำลังได้รับการท้าทาย

โปรแกรมการศึกษาทางไกล เรียนโปรแกรมวิชาที่ให้ปริญญาผ่านทางเว็บ เป็นมหาวิทยาลัยแบบคอร์ปอร์แรท (corporate university) ที่สามารถสังเคราะห์ความรู้ของตัวเองสามารถแข่งขันได้มีความเร็วในการสังเคราะห์ความรู้ให้ทันต่อความต้องการของตลาดได้  เป็นมหาวิทยาลัยเสมือน (virsual university) และสถาบันวธีการใหม่ (non-traditional means) ต่างๆ เหล่านี้จะมีขึ้นมา แต่ก็มีน้อยมากที่ใช้วิธีการใหม่ๆที่ให้รับการศึกษาและฝึกอบรมมากขึ้น ความจำเป็นสำหรับการศึกษาฝึกอบรมยังคงมีอยู่ แต่ว่าจะทำอย่างไรให้นักเรียนได้รับปรับตัวกับสิ่งที่กำลังเปลี่ยนแปลงอยู่ทุกขณะ

ในโลกอิเลคทรอนิกส์ กระบวนทัศน์การเรียนรู้ระดับโลกตามกระแสโลกาภิวัฒน์ การจัดการความรู้จะเป็นเวทีกลางที่เป็นองค์ประกอบสำคัญในกระบวนการทางการศึกษา ที่ทุกองค์กรควรจะได้ตระหนักเข้าใจมโนทัศน์ในการจัดการความรู้ โดยเน้นไปที่การนำมาใช้ เป็นเหมือนกับเทคโนโลยีทางการศึกษา

งบประมาณมุ่งเน้นผลงาน

องค์กรเรียนรู้ No Comments »

เป็นการจัดงบประมาณที่แสดงความเชื่อมโยงระหว่างทรัพยากรที่ใช้ไปกับผลตอบแทนที่จะได้รับ  ระหว่างส่วนที่เพิ่มงบประมาณกับส่วนที่เพิ่มในผลผลิตหรือผลลัพธ์ เน้นให้ความสำคัญกับผลผลิตและผลลัพธ์ ผลผลิตที่เกิดขึ้นต้องมีความเชื่อมโยงกับผลลัพธ์ ผลลัพธ์จะต้องมีความสอดคล้องกับเป้าหมายและนโยบายของรัฐ

มีความยืดหย่นมากขึ้นในการใช้จ่ายงบประมาณ เน้นประสิทธิภาพและประสิทธิผล ประสิทธิภาพเทียบได้กับการใช้ทรัพยากรให้น้อยที่สุด ประสิทธิผลมุ่งเน้นให้ได้ผลที่ต้องการ กำหนดไว้ในนโยบายและจุดหมายของรัฐ

หลักสำคํญของงบประมาณมุ่งเน้นผลงาน

ลดการควบคุมจากส่วนการสนองต่อความต้องการ มีความคล่องตัว ลดขั้นตอนในการอนุมัติเบิกจ่าย

ให้ความสำคัญกับการวางแผนเชิงกลยุทธ์ กระตุ้นประสิทธิภาพของหน่วยงานให้บรรลุผลลัพธ์ จ่ายน้อย และผลลัพธ์สูงขึ้นแต่จ่ายเท่าเดิม กระตุ้นประสิทธิผลให้เป็นไปตามผลลัพธ์

ปรับเปลี่ยนงบประมาณจากแผนงานที่ไม่ก่อให้เกิดผลลัพธ์ ไปสู่แผนงานที่ก่อให้เกิดผลลัพธ์ เน้นผลผลิตมากกว่าทรัพยากรที่ใช้ ใช้ยุทธศาสตร์หลักของรัฐเป็นตัวชี้นำเป้าหมาย (แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ)

กำหนดทิศทางยุทธศาสตร์มากกว่า 1 ปีงบประมาณ เลือกและระบุผลผลิตที่ทำให้ผู้รับบริการพึงพอใจ  เน้นผลผลิตผลลัพธ์ของการดำเนินงาน ความพอใจของผู้รับบริการ การเสร็จทันเวลา ต้นทุนต่อหน่วย และประสิทธิผล

การจำกัดรายจ่ายภายในวงเงินที่จำกัด การเปลี่ยนแปลงการจัดสรรค์ทรัพยากรเพื่อการให้ได้รับผลตอบแทนที่สูงกว่า เปลี่ยนวัฒนธรรมการทำงานตามข้อบังคับเป็นทำตามพันธกิจของหน่วยงาน

ลดกระบวนการทำงานเพื่อให้คล่องตัวในการบริหารงบประมาณแต่เพิ่มความรับผิดชอบต่อผลผลิตและผลลัพธ์

ภาวะซ่อนเร้นในโลกาภิวัฒน์การค้าเสรี

ธุรกิจ, การจัดการความรู้ No Comments »

ปัจจุบันประเทศของเราก้าวเข้าสู่โลกของระบบเศรษฐกิจทุนนิยมอย่างเต็มตัว ถึงแม้ว่าจะประกาศยึดแนวทางปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงก็ตาม ก็เป็นการชลอตัวลงไปชั่วคราวเท่านั้น เพราะเมื่อดูตามสภาพเศรษฐกิจของประเทศในขณะนี้จะเห็นว่าเราต้องพึ่งพาการค้าระหว่างประเทศมากที่สุดในโลกก็ว่าได้ ทำให้ประเทศไทยต้องยอมรับกติกาในการค้าเสรีมากขึ้นและเต็มรูปแบบมากขึ้นปี 2008  ทำให้ประเทศจะต้องเตรียมคนเพื่อรองรับการค้าเสรี เพื่อให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลง มีการเคลื่อนย้ายแรงงานระหว่างประเทศมากขึ้น การเตรียมแรงงานที่มีทักษะและความรู้ให้เป็นที่ต้องการ รวมทั้งองค์ประกอบอื่นๆ ที่จำเป็น ตลาดแรงงานในสาขาที่มีความขาดแคลน ตลอดจนการส่งเสริมการท่องเที่ยว

อย่างไรก็ตามในระบบเศรษฐกิจทุนนิยมนั้น กลุ่มทุนขนาดใหญ่อาศัยกรอบการค้าเสรีเป็นเครื่องมือในการรุกราณประเทศอื่นอย่างจงใจหรือไม่ก็ตาม ก็ไม่ต่างไปจากการใช้กำลังทหารในยุคล่าอาณานิคม การค้าเสรีทำให้เศรษฐกิจโลกมีลักษณะเป็นแบบกึ่งผูกขาดมีความเสรีน้อยลง ความเหลื่อมล้ำห่างกันมากขึ้นทั้งในระหว่างประเทศ และภายในประเทศเดียวกัน เป็นไปในลักษณะมือใครยาวสาวได้สาวเอา

จากรายงานที่ปรากฏพบว่ามีมหาเศรษฐีโลก 500 อันดับแรกที่มีทรัพสินมากกว่าประชากรโลกกว่า 3000 ล้านคนจากประชากรทั้งหมด 6000 กว่าล้านคน และจากรายงานจากองค์การสหประชาชาตินั้นมีบริษัทขนาดใหญ่หรือบรรษัทข้ามชาติประมาณ 100แห่งที่มีผลผลิต หรือผลิตภัณฑ์ทางเศรษฐกิจถึงครึ่งหนึ่งของโลก สอดคล้องกับที่รูปแบบการค้าเสรีแบบกึ่งผูกขาด ที่มีเพียงไม่กี่บริษัทเป็นกลุ่มที่มีการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสูงกว่าประเทศอื่น สามารถดำเนินธุรกิจได้เปรียบ ซึ่งเป็นกลุ่มที่ร่ำรวยอยู่แล้วก็จะร่ำรวยยิ่งขึ้น โดยคนรวจจำนวนน้อยจากประเทศหนึ่งนี้ก่อให้เกิดความเสียหายให้กับอีกประเทศที่ยากจนกว่ามีการพัฒนาน้อยกว่า ซึ่งยากที่จะเอาชนะการแข่งขันทางการค้า เหมือนกับนำมวยคนละรุ่นมาชกกัน แม้ว่าประเทศที่ร่ำรวยจะหยิบยื่นความช่วยเหลือมาให้ภายหลักก็ยังยากที่จะฟื้นตัวให้ทัน

จากการจัดอันดับของ IMD(International Institute for Management Development) จัดให้ประเทศไทยอยู่ในประเทศที่สำคัญ 61 ประเทศและประเทศไทยอยู่ในลำดับที่ 54 จาก 61ประเทศที่ประสบผลสำเร็จทางเศรษฐกิจ ในปี 2000 ประเทศไทยอยู่ในลำดับสุดท้ายที่มาจัด 47 ประเทศ ปี 2001 ประเทศไทยก็อยู่ลำดับสุดท้ายจากประเทศที่นำมาจัด 49 ประเทศ ในปี 2002 ได้ลำดับที่ 46 จาก 49 ประเทศ  ปี 2004 ไทยอยู่ในลำดับที่ 56 จาก 60 ประเทศที่นำมาจัด จะเห็นว่าประเทศไทยวนเวียนอยู่ที่ลำดับท้ายๆ ถ้าเราไม่พัฒนาขึ้นเราก็จะไม่สามารถหลุดพ้นจากความยากจน ถึงเวลาที่จะต้องฝันฝ่าเอาชนะภาวะซ่อนเร้นในโลกการค้าเสรีอย่างรู้เท่าทัน

จรรยาบรรณบางประการของชาวมหาวิทยาลัย

องค์กรเรียนรู้, มหาวิทยาลัยราชภัฏ No Comments »

จรรยาบรรณต่อตนเอง
1 พึงหลีกเลี่ยงและละเว้นอบายมุขทั้งปวงหรืกระทำใดๆอันนำความเสื่อมเสียมาสู่ตนเองและมหาวิทยาลัย
2. พึงดำรงตนสมถะ เหมาะสมกับฐานะ และตำแหน่งหน้าที่ พัฒนาบุคลิกภาพให้เป็นที่น่าเชื่อถือของผู้ร่วมงานและบุคคลทั่วไป

จรรยาบรรณต่อวิชาชีพ
3.พึงศึกษาค้นคว้าติดตามความก้าวหน้าทางวิชาการ และพัฒนาตนเองอยู่เสมอ เพื่อให้เป็นผู้มีความรู้ความสามารถและทันสมัย
4.พึงสร้างสรรค์ผลงาน ทางวิชาการด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ไม่นำผลงานผู้อื่นมาเป็นของตนเอง ไม่ลอกเลียนผลงานของผู้อื่นต้องให้เกียรติ และอ้างถึงบุคคลหรือแหล่งที่มาของข้อมูลที่นำมาใช้

จรรยาบรรณในการปฏิบัติงาน
5.พึงปฏิบัติราชการด้วยความวิริยะอุตสาหะ รอบคอบ รวดเร็ว ขยันหมั่นเพียร เสียสละอดทน
6.อุทิศเวลาแก่ทางราชการ โดยเป็นผู้ตรงต่อเวลา และไม่เบียดบังเวลาราชการไปประกอบธุรกิจ เพื่อประโยชน์ส่วนตัว
7.พึงรักษาความลับทางราชการโดยเคร่งครัด
8.พึงดูแลรักษาและใช้ทรัพสินของทางราชการอย่างประหยัด คุ้มค่า โดยระมัดระวังมิให้เสียหาย หรือสิ้นเปลือง เยี่ยงวิญญูชน จะพึงปฏิบัติต่อทรัพสินของตนเอง

จรรญาบรรณต่อหน่วยงาน
9.ปฏิบัติตนเป็นสมาชิกที่ดีต่อมหาวิทยาลัย สังคม และประเทศชาติ
10.มีความรับผิดชอบเสียสละ และมีส่วนร่วมในการพัฒนามหาวิทยาลัย สังคมและประเทศชาติ
11.ปฏิบัติหน้าที่ตามพันธกิจที่ผู้บังคับบัญชามอบหมาย ด้วยความซื่อสัตย์ และขยันหมั่นเพียร

จรรยบรรณต่อผู้บังคับบัญชา
12. ให้ความเคารพ เชื่อฟัง และให้เกียรติแก่ผู้บังคับบัญชา
13.ส่งเสริมสนับสนุน และปฏิบัติตามผู้บังคับบัญชาให้บรรลุวัตถุประสงค์

การพัฒนาบุคลากร

การจัดการความรู้ No Comments »

ในการบริหารจัดการ 4 ประการคือ คน(men) เงิน(money) วัสดุอุปกรณ์(material) และ การจัดการ(management) หรือ 4 m  ในบางแห่งยังเพิ่มอีก 3 อย่างคือเครื่องจักร (machine) การสื่อสาร(media) และกรรมวิธี (method) เป็น 7 m ทั้งนี้และทั้งนั้นคนยังเป็นองค์ประกอบสำคัญมาก่อนองค์ประกอบอื่น ถ้าคนในองค์กรเปี่ยมไปด้วยคุณภาพ โดยมีความรู้ความสามารถ แล้วการจัดการองค์ประกอบอื่นจะมีคุณภาพตามไปด้วย

ในภาวะปัจจุบันการพัฒนาคนจากสถาบันการศึกษายังขาดองค์ประกอบของคนที่เหมาะสมกับงาน องค์กรต้องมาเติมเต็มในส่วนของความรู้ในงาน ทักษะการทำงาน ทัศนคติต่องาน การทำงานร่วมกัน และความรับผิดชอบ

ต้องสร้างบุคลากรเป็นผู้สร้างมากว่าผู้ทำลาย เป็นผู้ให้มากกว่าผู้รับ สร้างสังคมผู้สร้างกำจัดทำลายกลุ่มผู้ทำลาย โดยการพัฒนาจากโครงสร้างการบริหาร ที่มีโครงสร้างสายอาชีพ (career path) พัฒนาสายอาชีพ (Career Development) ทำการวางแผนพัฒนาบุคลากรรูปแบบต่างๆ เช่นการฝึกอบรม ให้การศึกษา

ให้มีการพัฒนาตนเองตลอดเวลา (Autonomous Learning) จะช่วยลดค่าฝึกอบรมแบบทางการได้ การสร้างศักยภาพของคนในองค์กรที่ถูกแปรเปลี่ยนออกมาในรูปของความสำนึกในการประหยัด การให้ความช่วยเหลือเกื้อกูลกัน มีความกระตือรือร้นในการปฏิบัติงาน ผลที่ตามมามีการเข้าออกต่ำ สถิติการมาสาย ลา ขาด จะมีแนวโน้มลดลง

เกณฑ์ประสิทธิภาพการทำงาน
จะต้องมีการแบ่งงานกันทำ
จะต้องให้ความสนใจในสวัสดิภาพ
จะต้องมีการกำหนดขั้นตอนการปฏิบัติงานที่ชัดเจนเพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานเกิดความชำนาญ คนทำงานจึงมีฐานะเป็นผู้เชี่ยวชาญ (specialist) โดยที่
   สามารถสอนเรียนรู้กันได้ จากการกำหนดหน้าที่ และรายละเอียดขั้นตอนของการปฏิบัติงานไว้ชัดเจน…(ยุควิทยาศาสตร์การบริหาร) 
   เป็นที่มาของการเขียนคำบรรยายรายละเอียดลักษระงาน (job description)

กลยุทธ์ที่จะพัฒนาองค์กรนั้น ต้องกำหนดวัตถุประสงค์ในการพัฒนาคนในองค์กรเป็นอันดับแรก ให้มีความรู้ทักษะ เพื่อยกระดับความสามารถเพื่อที่จะปฏิบัติงานให้บรรลุเป้าหมาย ทำให้ตนเองมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น(เป็นรางวัลตอบแทน) มีผลต่อสังคมและองค์กร ในประการหลังขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆดังนี้คือ

เป้าหมาย วัตถุประสงค์ในการทำงาน แรงจูงใจ
รางวัลตอบแทนทั้งที่เป็นรูปธรรมและนามธรรม ผลประโยชน์ส่วนตัวและองค์กรณ์
แรงเสริมในการทำงาน ความทันสมัย ตามกระแสการเปลี่ยนแปลง
การสนับสนุนจากผู้บริหารหรือองค์กร
การวางแผนลำดับความสำคัญของงาน
การวางแผนการใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด
การประเมินผลภายหลังการปฏิบัติงานเทียบกับแผนที่วางไว้

 

เรื่องเกี่ยวกับการพัฒนาองค์กร

การจัดการความรู้ No Comments »

การจะพัฒนาองค์กรใดองค์กรหนึ่งนั้นจำเป็นต้องมีทั้งข้อมูลและสารสนเทศเกี่ยวกับองค์กรนั้น ต้องทราบว่าสภาพแวดล้อมเป็นอย่างไร แล้วจะต้องมีการกำหนดกลยุทธ์เพื่อเอาชนะ เงื่อนไขสภาพแวดล้อม การถดถอย มีปัญหามากก็จะทำให้ล้มเลิกกิจการในที่สุด

บนพื้นฐานความเข้มแข็งขององค์กรจะต้องมีทั้งรูปแบบและเนื้อหาของกิจการ จะต้องพัฒนาไปพร้อมๆกัน การออกแบบโครงสร้างไม่สอดคล้องกับเนื้อหาก็จะดำเนินงานไปได้ยาก  แนวคิดบริหารที่ต้องการเป็นแบบประชาธิปไตยเป็นโครงสร้างแบบราบ กระบวนการในการปฏิบัติงานต้องมีความยืดหยุ่น แต่ไม่ยืดยาด และคาดหวังในความสำเร็จสูง

วิธีแก้ปัญหาเมื่อมีการต่อต้านการเปลี่ยนแปลงในการพัฒนาคือ การบริหารจัดการงานในรูปของโครงการ (project organization) เพื่อต้องการความคล่องตัว และความยืดหยุ่นสูงในการจัดการงานที่มีความซับซ้อน และมีความไม่แน่นอน พนักงานอยู่ภายใต้การบังคับบัญชาของผู้จัดการโครงการ (project manager) สามารถใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด

การจัดรูปแบบขององค์กรก็คือโครงสร้างและกลไกภายในขององค์กร กลไกที่มีจะพิจารณาถึงองค์กรย่อยหรือมีขั้นตอนบริหารภายใน รวมไปถึงโครงสร้างของตำแหน่ง โครงสร้างของเงินเดือน และค่าตอบแทน ตลอดจนขั้นตอนการปฏิบัติงาน

ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อความสำเร็จและความล้มเหลวขององค์กรนั้นมี ตั้งแต่ การรับรู้ ทัศนคติ ค่านิยม ความเชื่อ การจูงใจ บทบาท บุคลิกภาพ การสื่อสาร อิทธิพลอำนาจและหน้าที่  การทำงานเป็นกลุ่มคณะ ภาวะผู้นำจริยธรรม เทคโนโลยี การเมืองในองค์กร การบริหารความขัดแย้ง จะต้องมีระบบบริหารการเงินที่ดี มีเครื่องไม้เครื่องมือที่มีประสิทธิภาพ เทคโนโลยีที่เหมาะสม คนในองค์กรได้รับการพัฒนามีคุณภาพ ผู้บริหารมีความสามารถและออกแบบโครงสร้างขององค์กรได้อย่างเหมาะสม

มาตรฐาน ระบบ ตัวชี้วัด

การจัดการความรู้ No Comments »

งานจะสำเร็จได้เกิดจากการวางแผน รูปแบบง่ายที่สุดในการดำเนินงานอะไรให้สำเร็จนั้นสิ่งที่น่าจะนำมาพิจารณาก็คือ มาตรฐาน ระบบ และ ตัวชี้วัด เพื่อให้มั่นใจว่าจะสามารถพัฒนาให้ดีขึ้นอยู่เสมอนั้นจะดำเนินการ พิจารณาระบบที่จะทำงานตามมาตรฐานที่กำหนด และตามตัวชีวัดในการปฏิบัติงาน

ตามวงจรคุณภาพของเดมมิง เริ่มจากการออกแบบระบบหรือคือการวางแผนนั่นเอง แต่กิจกรรมทุกอย่างต้องมีมาตรฐานกำกับ ว่าจะทำแค่ไหนมาตรฐานขึ้นต่ำ หรือมาตรฐานที่ทำได้แน่นอน เมื่อทำได้แล้วจะต้องมีตัวชีวัดอีกว่าจะให้ได้ผลอะไร มีผลกระทบอะไร ซึ่งสามารถตรวจสอบได้ทั้งว่าเป็นไปตามมาตรฐานและตามตัวชี้วัด ทำให้ทราบว่าสิ่งที่ทำตามที่ออกแบบระบบไว้ และทำตามระบบนั้นได้ผลมากน้อยแค่ไหนมีปัญหาอย่างไร มีอะไรที่จะเพิ่มมาตรฐานขึ้นได้ มีตัวไหนที่จะลดมาตรฐานลงให้เหมาะสม หรือจะท้าทายเพิ่มมาตรฐานทุกด้าน ซึ่งต้องใช้ความพยายามเป็นอย่างสูง มีกลไกในการดำเนินงาน และการควบคุมการดำเนินงาน เป็นกลไกที่มีจุดประสงค์เป้าหมาย มีขั้นตอนโดยรวมที่จะลดความขัดแย้ง ใช้ของที่มีอยู่แล้วให้เกิดประสิทธิภาพ

ประเทศไทยเป็นสังคมเศรษฐกิจฐานความรู้แค่ไหน

การจัดการความรู้ No Comments »

ในโลกยุคโลกาภิวัฒน์จะแข่งขันกันที่ความรู้ ใครมีความรู้มากย่อมได้เปรียบในการแข่งขัน การจะได้ความรู้มาก็จำเป็นต้องลงทุนลงแรง ผ่านทางกระบวนการวิจัยและพัฒนา  ที่ผ่านมาเราเป็นประเทศนักการค้าคือขายสินค้าหรือผลิตสินค้าที่คนอื่นคิดให้ คลายๆ กับเฟรนไชน์ นอกจากจะใช้ทรัพยากรของเราแล้ว คนได้รับค่าจ้างแรงงานราคาถูก ซึ่งใช้เงินทุนลงทุนเพื่อจ้างงานให้ได้มากเพื่อให้เกิดความมั่งคั่งที่กระจุกตัวและกลับไปเป็นทุนอีก ตามกระบวนการนี้ก่อให้เกิดการใช้ทรัพยากรจำนวนมากและทำให้เกิดมลภาวะที่ยากต่อการควบคุม

แต่ในสังคมเศรษฐกิจฐานความรู้นั้น จะต้องมีภูมิปัญญาที่จะก่อให้เกิดทักษะความรู้ความสามารถ ในการสร้างมูลค่าเพิ่มเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้เกิดการจ้างงานและทำให้เกิดความมั่งคั่งกระจุกตัวน้อยลง  ซึ่งต้องอาศัยนวตกรรมเป็นตัวขับเคลื่อน ที่จะก่อให้เกิดผลผลิตและเน้นการสร้างขีดความสามารถด้านต่างๆ  จากนี้จะเห็นว่าเราไม่อาจจะกล่าวได้ว่าเป็นสังคมเศรษฐกิจฐานความรู้เพราะนวตกรรมยังมีน้อย หรือกล่าวได้ว่ายังมีภูมิปัญญาไม่มากพอที่จะนำไปสร้างความมั่งคั่งได้ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้นั่นก็คือคุณภาพชีวิตของคนในประเทศจะตกต่ำลงไป  ทางออกที่จะเข้าสู่สังคมเศรษฐกิจฐานความรู้ก็ โดยการจัดการศึกษาที่เน้นกระบวนการคิด เน้นการสร้างสรรค์นวตกรรม และการรวมพลังกันของสถาบันการศึกษา ในการกำหนดยุทธศาสตร์ และร่วมมือกันอย่างจริงจังเท่านั้น

ห่วงโซ่แห่งคุณค่า

องค์กรเรียนรู้, การจัดการความรู้ No Comments »
การมองงานอย่างเป็นระบบที่ต่อเนื่องตั้งแต่ต้นจนจบกระบวนงาน ที่ทำให้งานคล่องตัว มีการบริการทุกระดับที่ดี มีประสิทธิภาพต้นทุนไม่สูง จะเกิดเป็นห่วงโซ่แห่งคุณค่า (value chain) ที่มีการเน้นรอบเวลาที่เหมาะสม (cycle time)  ให้มีการทำงานอย่างประสิทธิภาพประสิทธิผล

จะต้องมีผู้ที่เข้าใจระบบงาน (Business Process) ไม่เฉพาะของหน่วยหนึ่งหน่วยใด แต่เป็นของคนอื่นๆ อย่างครบถว้นเพียงพอมาประกอบกัน ประสานกัน  ผลลัพธ์ที่เกิดได้ความคล่องตัวตรงตามความต้องการของผู้ใช้บริการ

พนักงานจะต้องมีข้อมูลสารสนเทศเพียงพอ มีสติปัญญาที่แหลมคม ลึกซึ้งพอที่จะจัดการกับปัญหา รู้ว่าปัญหาเป็นอย่างไร รุนแรงระดับใด มีสาเหตุมาจากอะไร แล้วแนวทางแก้ไขควรเป็นอย่างไร ผลที่ได้จะเป็นการบริการที่ดี

การทำงานมีประสิทธิภาพ งานของแต่ละคนจะไม่แพงคือลงทุนไม่มาก และคนไม่มากเกินไป นั้นอยู่ที่ตัวระบบงานส่วนหนึ่งว่ามีความซับซ้อน (complexity) เพียงใด จะทำอย่างไรให้ทุกหน่วยงานสามารถประสานกันอย่างกระชับของระบบให้เป็นหนึ่งเดียวกันได้ แล้วลดจำนวนคนและจำนวนจุด ขั้นตอนของงาน จะลดน้อยลงไปเองโดยอัตโนมัติ และประสิทธิภาพประสิทธิผลจะตามมาในที่สุด

การจะเข้าสู่ห่วงโซ่แห่งคุณค่า ทุนทางปัญญาขององค์กรเป็นสิ่งสำคัญ มิได้เกิดขึ้นในเวลาอันสั้นไม่สามารถถ่ายมาจากที่อื่นได้โดยง่าย ดังนั้นจึงจำเป็นต้องเร่งสร้างทุนปัญญาให้เกิดขึ้นอย่างยั่งยืน

หลักปฏิบัติในการทำงานเป็นทีม

องค์กรเรียนรู้ No Comments »
  • ทีมจะต้องมีเป้าหมายแน่นอนชัดเจนและทุกคนในทีมยอมรับ
  • ถือเอาความถูกต้องมากกว่าความถูกใจ
  • มีน้ำใจร่วมมือกัน ประนีประนอมเพื่อให้บรรลุเป้าหมายเดียวกัน
  • ทุกคนในทีมมีความสำคัญ ไม่เด่นคนใดคนหนึ่งต้องเด่นทั้งทีม
  • เคารพในสิทธิเสรีภาพของผู้อื่น มีอิสาระในการทำงานพอสมควร
  • รู้จักแบ่งงาน ประสานงานกัน โดยปฏิบัติตามกฏระเบียบของทีม

เป้าหมายของทีมจะต้องมีเอกภาพ มีเป้าหมายเอื้ออำนวยในร่วมมือกัน  สือความหมายสองทางด้วยบรรยากาศที่เปิดเผย สนใจทั้งเนื้อหาและความรู้สึก สมาชิกมีส่วนร่วม และมีโอกาสเป็นผู้นำ  มีการกระจายอำนาจ ที่มาของอำนาจคือความสามารถและข้อมูล ส่งเสริมการตัดสินใจโดยกลุ่มที่มีบรรยากาศแบบประชาธิปไตย  ไม่มุ่งโจมตีตัวบุคคลแต่เผชิญปัญหา และมุ่งหาทางแก้ปัญหา สนับสนุน ยอมรับ วางใจถือเป็นพวกเดียวกัน บทบาทของสมาชิกในการประเมินประสิทธิภาพของกลุ่มและการพัฒนากลุ่ม เน้นการส่งเสริมศักยภาพให้คิดริเริ่ม ให้ทำด้วยตนเองเป็น

…สรุปจากข้อเขียนของ อาจารย์ประสาน มฤคพิทักษ์

เข้าใจองค์ประกอบวงจรความรู้

การจัดการความรู้ No Comments »

การจะได้มาซึ่งความรู้ก็จำเป็นต้องระบุ ค้นหา กำหนดความรู้ และแหล่งความรู้  เมื่อค้นหาความรู้ได้แล้วนำมาเก็บสะสมรวบรวมความรู้ ซึ่งความรู้ต่างๆ ในโลกมีมากมาย ต้องจัดหมวดหมู่เพื่อสะดวกต่อการเรียกใช้ และก่อนนำไปใช้จะต้อมีการประเมินคุณค่าความรู้ ว่ามีข้อขัดข้องใด มีการขัดแย้งกันเองหรือไม่ เป็นจริงหรือเป็นเท็จ  จากการเก็บสะสมรวมความรู้ประเมินคุณค่าแล้วจะต้องเก็บไว้ในรูปของฐานข้อมูลเป็นความรู้ขององค์กร ที่จะนำไปประยุกต์ใช้แก้ปัญหาต่างๆ นำไปวิจัยต่อ ฝึกอบรม หรือปรับปรุงต่อไป  นอกจากนี้แล้วยังต้องสร้างความรู้ใหม่ๆ ทำการทดลอง วิจัยให้ได้ความรู้ในทางปฏิบัติเกิดปํญญา ที่อาจนำความรู้ไปขายได้ หรือสร้างสินค้าและบริการใหม่ๆ เป็นการเก็บเกี่ยวจากผลของความรู้นั้น

งานกิจกรรมในองค์กรเรียนรู้

องค์กรเรียนรู้ No Comments »

ทั้งองค์กรการเรียนรู้และการจัดการความรู้เป็นสิ่งที่เกี่ยวข้องกัน เหมือนเป็นเรื่องเดียวกัน ชื่อแตกต่างกัน หลักการต่างกันไม่มากนัก  ปกติแล้วองค์กรเรียนรู้จะต้องมีการจักการความรู้เป็นอย่างดีเพื่อที่จะทำให้เกิดการเรียนรู้ได้ดี ที่องค์กรพัฒนาต่อไปไม่ได้นั้นอาจเป็นเพราะ คนในองค์กรไม่สามารถสร้างองค์ความรู้ ทำให้การถ่ายทอดและการเก็บรักษาความรู้ให้คงอยู่ต่อไปในองค์กรก็ไม่ได้  หรือสร้างความรู้ได้แต่ประยุกต์ต่อไปไม่ได้ ถ่ายทอดความรู้ช้าเกินไป หรือรู้ช้าเกินไป

โดยหลักการของการจัดการความรู้ จะต้องสำรวจแบ่งประเภทความรู้ วิเคราะห์ความรู้ และกิจกรรมที่เกี่ยวข้อง ที่จะต้องประมวลเรียบเรียงเพื่อแสดงนำเสนอความรู้ ประเมินค่าความรู้และกิจกรรมที่เกี่ยวข้องเพื่อการนำไปใช้ ปรับปรุงต่อยอด

ตัวอย่างกิจกรรมที่อาจมีทั้งในการจัดการความรู้และองค์กรการเรียนรู้ ได้แก่โครงงานสะสมความรู้ สะสมกรณีศึกษา โครงการตามล่าหาความจริง โครงการคุณขอมา ไม่ลองไม่รู้ แฟนพันธ์แท้ โครงงานหนึ่งหน่วยหนึ่งความคิด หรือหนึ่งประดิษฐ์คิดค้น

องค์กรสร้างความรู้และนวัตกรรม

องค์กรเรียนรู้ No Comments »

โดยทั่วไปองค์กรที่ว่านี้ส่วนใหญ่ได้แก่สถาบันการศึกษาระดับสูงหรือมหาวิทยาลัย สำหรับมหาวิทยาลัยใหม่นั้น จะต้องมีการทำแผน และนำแผนมาปฏิบัติให้มากที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งการพัฒนาคน การใช้ความรู้ในองค์กร มีจุดเน้นจุดขายอะไร ที่จะนำมาสู่ความเป็นเลิศ (excellent) จะต้องมีพลังแห่งการเปลี่ยนแปลง จะต้องมีการปรับทิศทางให้มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง

มีงานวิจัยเป็นหลักที่จะต้องมีผลกระทบ (impact) ต่อการพัฒนามหาวิทยาลัยและท้องถิ่น ในลักษณะแบบก้าวกระโดด (quantum leap) ควรจะมีศูนย์การเรียนรู้ด้านภูมิปัญญา การเรียนรู้ตลอดชีวตด้านต่างๆ ตลอดจนศูนย์การเรียนรู้ด้วยตนเองที่เปิดโอกาสให้ทุกคนได้มาศึกษาค้นคว้า ที่สามารถขยายผลเป็นงานวิจัยและสร้างนวัตกรรมได้ ซึ่งอุดมศึกษาต่างๆควรจะได้มารวมตัวกันวิจัยให้ได้สิทธิบัตร และวิจัยเพื่อเพิ่มขีดความสามารถ ถึงเวลาแล้วที่เราจะคิดกันใหม่ด้วยจิตวิญญาณของเราที่จะรวมมือกันเพิ่มพลังอย่างชาญฉลาดและเร็วหรืออย่างมีกึน

การจะปฏิบัติได้อย่างเหมาะสมมีประสิทธิภาพจำเป็นต้องมีความรู้ในเรืิ่องที่ทำเป็นอย่างดี เป็นไปในทิศทางของความรู้ที่ถูกต้อง โดยมีความรู้ที่ถูกต้อง มีบุคคลที่เหมาะสม และในเวลาที่เหมาะสม ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศให้เกิดประโยชน์มากที่สุด ช่วยให้ประหยัดเรื่องอื่นๆ เป็นการลดค่าใช้จ่ายได้ เช่น มีเว็บไซต์ แจ้งจุดบกพร่อง ที่จะต้องดำเนินแก้ไขปรับปรุงตามที่กำหนดไว้ ถ้าทำได้ตามที่กำหนดถือว่ามีคุณภาพ นอกจากแจ้งจุดบกพร่องแล้วยังอาจใช้เป็นที่แจ้งเหตุอื่นๆ เตือนภัยเฝ้าระวัง เป็นที่แจ้งเรื่องร้องเรียน การตอบข้อร้องเรียน เอ้าข้อร้องเรียนมาปรับปรุงการทำงาน  มี grant chart แสดงการดำเนินงานที่ชัดเจน ให้ผู้มาติดต่อเกี่ยวข้องทราบขึ้นตอน เช่นเดียวกับการรับรองคุณภาพมาตรฐานดังเช่นมาตรฐาน ISO


   Designed By:  SadhWeb Directory  &  WP Theme

Sponsored By:  Affiliate Marketing Blog  &  Paid Directory