java applet

Java Applet No Comments »

Java คือภาษาโปรแกรมคอมพิวเตอร์ภาษาหนึ่ง ที่ได้รับการพัฒนาโดยบริษัท Sun Microsystem เพราะฉะนั้น Javaในที่นี้ก็คือชื่อของภาษาโปรแกรมคอมพิวเตอร์นั่นเองในเบื้องต้นโปรแกรมที่พัฒนาจากภาษา Java มี 2 ลักษณะ คือ Java Application และ Java Applet โดย Java Application คือโปรแกรม application ที่รันได้เหมือนโปรแกรมทั่วๆไปใน Windows และ OS อื่นๆ แต่มีข้อแม้ว่าในระบบจะต้องมีสิ่งที่เรียกว่า JVM (Java Virtual Machine) ก่อนจึงจะ เรียกใช้งาน Java Apps นี้ได้  สำหรับ Java Applet เป็นโปรแกรมเล็กๆ ที่จะถูกฝังอยู่ในเว็บเพจ แล้วจะถูก download ตัว binary program (ซึ่งก็คือตัว applet นั่นเอง) มาพร้อมๆกัน แล้วนำมาประมวลผล ทำงาน และแสดงผลอยู่ใน ตัว Browser นั่นเอง ซึ่งก็คล้ายๆกัน Browser ที่จะใช้งาน applet ได้ ก็จะต้องมีสิ่งที่เรียกว่า JVM อยู่ในตัว Browser เองด้วยเช่นกัน เพื่อทำการประมวลผลตัว
Java Applet คือ โปรแกรมที่ถูกพัฒนาขึ้นมาจากภาษา Java โดยมีการเรียกใช้งานร่วมกับ Web Browser ซึ่งเป็นเทคโนโลยีหนึ่งที่น่าสนใจในการจัดทำเว็บไซต์


การหาไฟล์ Applet มาใช้งานจาก Internet
อย่างที่ได้กล่าวไปตั้งแต่ต้นว่า..Java Applet คือ โปรแกรมที่พัฒนาขึ้นมาจาก Java Programming Language ฉะนั้น…อาจจะเป็นเรื่องยากไปสักหน่อยหากเราต้องทำการนั่งเขียน Java Applet ขึ้นมาใช้งานเองสัก 1 โปรแกรม เนื่องจากภาษาจาวาเป็นภาษาที่ขึ้นชื่อว่าซับซ้อนในเชิงของโครงสร้างภาษาที่เป็น OOP ดังนั้น…ทางที่ดีสำหรับการเรียนรู้ในเบื้องต้นเพื่อให้เรามีความคุ้นเคยกับ Java Applet ท่านอาจจะต้องทำการแสวงหาโปรแกรม Java Applet ที่มีผู้ใจดีทำขึ้นแจกฟรีตามเว็บไซต์ต่าง ๆ โดยท่านอาจจะเข้าไปที่ Google จากนั้นท่านอาจจะใช้ Key Word ในการค้นหาด้วยคำว่า Free Java Applet เป็นต้น
การ Insert Applet เพื่อการใช้งานกับเว็บเพจ
สำหรับการ Insert ตัว Java Applet ที่จะนำมาใช้งานภายในเว็บเพจของเรานั้น เราสามารถนำเข้าได้ทั้งจากตัวโปรแกรมสำเร็จรูป เช่น Dream weaver เป็นต้น หรือจะทำการพิมพ์ TAG HTML เข้าไปโดยตรงยัง Source Code ของ webpage เลยก็ได้ ซึ่งจะได้กล่าวถึงต่อไป
 

-> การ Insert Applet โดยการพิมพ์ TAG HTML
ใน HTML มี TAG อยู่กลุ่มหนึ่งของภาษาที่ท่านสามารถทำการพิมพ์เพื่อเรียกใช้งานไฟล์ Java Applet จากภายนอกได้ ดังนี้

โค้ดข้างต้นใช้สำหรับการเรียกใช้งาน Java Applet เข้ามาใช้งานยังเว็บเพจของเรา ซึ่งในแต่ละ Java Applet จะแตกต่างกันไปในส่วนของ TAG
ซึ่ง TAG นี้คือแท็กสำหรับการส่งค่า Parameter ไปให้โปรแกรม Java Applet ทั้งนี้ทั้งนั้นขึ้นอยู่กับผู้พัฒนาโปรแกรม Java Applet จะกำหนดในจุดนี้ขึ้นมาอย่างไร Java Applet บางโปรแกรมอาจจะไม่มีการรับส่งค่าใด ๆ เลย อาจจะต้องการเพียง Tag สำหรับการเรียกใช้งาน Java Applet เท่านั้น เช่น

แต่อย่างไรก็ดี TAG
เป็นแท็กที่สำคัญ เนื่องจากว่าบาง Java Applet ต้องมีการกำหนด Parameter ในการเรียกใช้งาน หากเราไม่ได้ทำการกำหนดพารามิเตอร์ในการเรียกใช้งานโปรแกรม Java Applet นั้น อาจจะไม่สามารถใช้งานได้ ซึ่งท่านจะเห็นเป็นพื้นที่สีเทา ๆ เมื่อ Java Applet ไม่สามารถใช้งานได้
- หากมีการใช้งานโปรแกรม Java Applet ใด เราควรอ่านคู่มือการใช้งานของผู้พัฒนา Java Applet ซึ่งส่วนใหญ่จะมีมาพร้อมกับตัว Java Applet เพื่อการใช้งานที่ถูกต้อง

เลขฐานสองกับฐานสิบ

ไอที 6 Comments »
00000001 = 1
00000010 = 2
00000011 = 3
00000100 = 4
00000101 = 5
00000110 = 6
00000111 = 7
00001000 = 8
00001001 = 9
00001010 = 10
เมื่อตำแหน่งตัวเลขที่ถือครองไม่มีถือว่ามีเลข 0 อยู่ภายใน เมื่อมีตัวเลขเต็มถือว่ามีเลข 1.

ดูที่ตัวอย่างแรก ตัวเลข 1  เมื่อบวก 1 เพิ่มให้เลข 1 ตำแหน่งที่ถือครองแรกจะกลายเป็นศูนย์ และทดไปทางซ้าย 1 ต่ำแหน่ง  เลขศูนย์ที่นับที่สองจากทางขวาตอนนี้จะกลายเป็น 1 ดังนั้นตัวเลข  10 ในระบบตัวเลขฐานสองเท่ากับเลข 2 ในระบบเลขฐานสิบ

 

องค์ประกอบพื้นฐานดิจิทัล

ไอที 32 Comments »

ประตูสัญญาณตรรกะ (LOGIC GATES)ประตูสัญญาณตรรกะเป็นวงจรที่ประกอบด้วยทรานซิสเตอร์ ไดโอด และตัวต้านทาน (resistor)  ประตูสัญญาณตรรกะประมวลผลสัญญาณอินพุทหนึ่งหรือมากกว่าตามตรรกะ  ขึ้นอยู่กับค่าส่วนนำเข้า (input) หรือโวลต์เตจซ์ (voltage)  ประตูสัญญาณตรรกะจะให้ส่วนส่งออก (out put) เป็นค่า 1 หรือภาวะ ON  หรือค่าเป็น 0 ภาวะ
ประตูสัญญาณตรรกะทำให้การดำเนินการของวงจรง่ายเข้า  การทำความเข้าใจพื้นฐานของประตูสัญญาณตรรกะจะช่วยให้ช่างเทคนิคในการวินิจฉัยทางไฟฟ้า
ประตูสัญญาณตรรกะพื้นฐาน 5 ชนิดคือ AND, OR, NOT, NAND, NOR
/km/gatesymbol.jpg

 วงจรดิจิทัล (DIGITAL CIRCUITS)

ประตูสัญญาณตรรกะเป็นวงจรดิจิทัล  วงจรดิจิทัลทั้งหมดไม่อยู่ในภาวะ  ON หรือ OFF.
สวิตช์ปิดเปิดไฟในบ้านสามารถใช้เป็นตัวอย่างของวงจรดิจิทัล  จะเปิดปิดหลอดหลอดไฟ ขึ้นอยู่กับต่ำแหน่งสวิตช์ในภาวะ ON หรือ OFF
เมื่อเปิดหลอดไฟส่วนส่งออกอยู่ในภาวะ ON ค่าส่วนส่งออกเท่ากับ ‘1′.
เมื่อหลอดไฟดับหรืออยู่ในภาวะ OFF ค่าส่งออกเท่ากับ ‘0′.
ส่วนนำเข้าคือตำแหน่งสวิตช์ปิดเปิดไฟ โดยที่ตำแหน่งสวิตช์ไม่ว่าอยู่ที่ภาวะหรือตำแหน่ง  ON or OFF เพื่อก่อให้เกิดหรือไม่เกิดแสงสว่าง

/km/signal.jpg
 
รหัสเลขฐานสอง (BINARY CODE)

ประตูสัญญาณตรรกะ (Logic gates) เป็นวงจรดิจิทัลและใช้ระบบเลขฐานสองที่เรียกกันว่ารหัสสองสภาวะ หรือรหัสเลขฐานสอง (Binary code)   รหัสเลขฐานสองเหมือนกับภาษาที่ใช้โดยคอมพิวเตอร์ซึ่งใช้เฉพาะเลข 1 หรือ 0 เช่นเดียวกับตัวเลข
คนทั่วไปใช้ระบบเลขฐานสิบในชีวิตประจำวัน  หนึ่ง สิบ ร้อย ..ฯลฯ  ตัวอย่างเช่น   1,2,3,4,5,6,7,8,9,and 0. ทันทีที่เรานับถึง 0 เราขยายไปสู่ตำแหน่งที่สิบ : 10, 11,  ฯลฯ
 

หลักสัมพันธภาพ

ฟิสิกส์ No Comments »

หลักของสัมพันธภาพ (principle of relativity) กล่าวว่ากฏทางฟิสิกส์จะเหมือนกันในทุกแกนอ้างอิง (frames of reference)  และนั่นคือไม่ว่าที่ไหนที่เราอยู่ในเอกภพ เราจะพบว่าใช้กฏอย่างเดียวกันได้  เรื่องนี้เป็นจริงแม้ว่าเหตุการณ์ที่ปรากฏจะไม่เหมือนกันเมื่อสังเกตจากบุคคลที่แตกต่างกัน  จากหลักการนี้บอกให้เราทราบว่า กฏของธรรมชาติ ไม่ใช่ปรากฏการณ์เพียงอย่างเดียวที่เป็นรากฐานทัศนะการมองโลกของนักฟิสิกส์

ตัวอย่างเช่น ถ้าเรายืนนิ่งอยู่ที่ และมีบางคนเคลื่อนที่ผ่านไปในรถไฟ ที่กำลังปล่อยลูกบอล เราที่สังเกตทั้งสองจะให้คำอธิบายสิ่งที่มองเห็นต่างกัน  บุคคลที่อยู่ในรถไฟกล่าวว่าลูกบอลตกลงเป็นแนวเส้นตรงลงสู่พื้น ขณะที่เราซึ่งยืนอยู่ด้านนอกกล่าวว่าลูกบอลเคลื่อนที่ตามทิศทางการเคลื่อนที่ของรถไฟขณะที่ลูกบอลกำลังตกลงมา ผู้สังเกตการณ์ทั้งสองกรณีอาจไม่เห็นพ้องกับคำอธิบายของปรากฏการณ์  และความเข้าใจในกรณีนี้ตามความเป็นจริงถือว่าการตกของลูกบอลเป็นสัมพันธภาพ

ในอีกทางหนึ่งถ้าเราและอึกบุคคลหนึ่งอยู่บนรถไฟทำการทดลองทดสอบเพื่อให้ได้คำตอบจากความจริงที่มีอยู่อันเกี่ยวข้องกับการตกของวัตถุ  แต่ละคนจะค้นพบกฏเดียวกันอย่างแท้จริง  กฏเป็นสิ่งที่ตายตัว ส่วนปรากฏการณ์เป็นสัมพันธภาพ  นี่คือแนวความคิดทั่วไปที่อยู่เบื้องหลังของทฤษฎีสัมพันธภาพของไอสไตย์

/km/kauf5_23.jpg

ลายนิ้วมืออะตอม

ฟิสิกส์ No Comments »

จากแสงสีที่ปลดปล่อยออกมาจากอะตอมหนึ่งๆ เป็นจำนวนที่เป็นเหมือนลายนิวมืออะตอม (atomic fingerprint) ทั้งนี้เพราะจะไม่มีธาตุ 2 ธาตุที่มีวงโคจรแบบโบร์เดียวกัน (Bohr orbits)  ในเรื่องนี้เป็นรากฐานวิทยาศาสตร์สาขาหนึ่งที่เรียกว่าสเปกโทรสโกปิ (spectroscopy)

/km/spectroscopy3.jpg

เรื่องที่แต่ละอะตอมปลดปล่อยและดูดกลืนชุดของสีแสงที่แตกต่างกันทำให้เราหาได้ถึงการปรากฏของอะตอมนั้นในตัวอย่างสารที่มีเจือบนอยู่จำนวนน้อยๆ ได้  ชุดของเครื่องมือที่ประกอบกันที่นำมาใช้วิเคราะห์แสงจากสารตัวอย่างดังแสดงในรูป

ตัวอย่างสารที่ปลดปล่อยสีของแสงที่แตกต่างกันแผ่ขยายออกเป็นสเป็กตรัมแสงด้วยปริซึม สีของแสงที่ขยายออกดังกล่าวเป็นเหมือนลายนิ้วมือของสารตัวอย่างอยู่บนแผ่นฟิมล์หรือที่ตัวตรวจจับทางอิเลคทรอนิกส์  เครื่องมือนี้เรียกว่าสเปกโทรสโกปิ  ลายนิ้วมือในลักษะของแถบสีแสงจะแตกต่างกันสำหรับทุกๆ อะตอมและโมเลกุล

ระบบอลวนไม่เป็นเชิงเส้น

ฟิสิกส์ 1 Comment »

/km/nonlinear.gif 

ระบบอลวนไม่เป็นเชิงเส้น (nonlinear)  ระบบอลวนต่างไปจากฟิสิกส์ที่เราเคยใช้กันทั่วไป เพราะว่าสมการที่อธิบายระบบอลวนเป็นแบบไม่เป็นเชิงเส้น  ในสมการเชิงเส้นเป็นแบบที่ใช้อธิบายในฟิสิกส์ที่คุ้นเคยกันดี  สิ่งหนึ่งที่เปลี่ยนไปก็คือการเป็นสัดส่วนโดยตรง (direct proportion) กับสิ่งอื่น  ตัวอย่างเช่นเมื่อเราหมุนปุ่มปรับลดความดังของเสียง (volum control) ของเครื่องเล่นสเตอรีโอ เมื่อหมุนไปสองเท่าก็จะได้เสียงดังขึ้นสองเท่า  สำหรับในระบบที่ไม่เป็นเชิงเส้นจะไม่ยึดหลักความสัมพันธ์อย่างง่ายดังกล่าว  ก็เหมือนกับสิ่งที่เราได้ในเครื่องเล่นสเตอรีโอที่ได้ยินเสียงดังมากเกินไปแล้วกลับเป็นมาเป็นเสียงกระซิบ เสียงที่ผิดเพี้ยน และทุกแบบที่เกิดขึ้นแปลกๆ  สำหรับเหตุผลทางเทคนิค ผลเฉลยของสมการที่ไม่เป็นเชิงเส้นจะเป็นเริ่งที่ยุ่งยากมากที่เดียว  ส่วนใหญ่ยากที่จะหาได้ถ้าปราศจากการช่วยเหลือในการคำนวนของคอมพิวเตอร์

/km/image1e.jpg

เลพตอนพิเศษ

ฟิสิกส์ No Comments »

ทำไมต้องมีเลพตอนพิเศษ เพิ่มเติมจากอิเลคตรอน  ยังมีอนุภาคอีก 2 ชนิดเหมือนกับอิเลคตรอนแต่หนักกว่าอิเลคตรอน เรียกว่า เมซอน mu และ เมซอน tau  ทำไมธรรมชาติควรที่จะสร้างอิเลคตรอนหรือมีอิเลคตรอนดังกล่าว และแล้วจะเกิดความยุ่งยากลำบากในการทำให้มีขึ้นมาอีก  ยังคงเป็นคำถามมูลฐานที่คงทนอยู่ต่อไปในทางฟิสิกส์ในการกำหนดอนุภาคอื่นๆ

/km/1_standard_model_blocks.gif

มีเลพตอน 3 ชนิดเรียกว่านิวตริโน (neutrinos)  อนุภาคเหล่านี้ ไม่มีมวล ไม่มีประจุไฟฟ้า และเคลื่อนที่ด้วยอัตราเร็วแสง เคยมีคำถามว่าในเมื่ออนุภาคเหล่านี้ไม่มีน้ำหนักเลย และไม่ทำอะไร เราจะรู้ได้อย่างไรว่ามีอนุภาคอยู่ที่นั่น  เป็นคำถามที่ดี  จากเรื่องของนิวตริโนนั้นได้มีการกำหนด เป็นข้อที่ถือเป็นหลัก (postulate) ให้มีอยู่ในปี 1930 แต่การปรากฏอยู่ยังไม่รับการตรวจสอบจนกระทั่งในปี 1950 เมื่อได้รับการตรวจจับอันตรกิริยากับสารธรรมดาทั่วไป

/km/constituents.gif

ระบบไฟเบอร์ออฟติก

ฟิสิกส์ No Comments »

ระบบไฟเบอร์ออฟติก (Fiber optics systems) สามารถที่จะเคลื่อนแสงไปรอบขอบมุมได้  เมื่อแสงเคลื่อนที่จากบริเวณตัวกลางที่มีความหนาแน่นน้อยกว่าไปยังตัวกลางที่มีความหนาแน่นมากกว่า (เช่นเคลื่อนจากแก้วออกไปสู๋อากาศ)  ปรากฏการณ์การหักเหของแสงให้ผลที่แปลกคือ ถ้าแสงเคลื่อนมาที่รอยเชื่อมต่อระหว่างสองตัวกลางที่มุมสังเกตแล้วไม่มีการหักเหออกไปสู่อากาศเลยแต่สะท้อนกลับมายังตัวกลางเดิม ปรากฏการณ์นี้เรียกว่าการ การสะท้อนกลับภายในทั้งหมด (total internal reflection)

ถ้าแสงถูกนำเข้าไปในทรงกระบอกแก้วทำมุมฉากโดยประมาณ แสงจะไม่มีทางออกจากทรงกระบอกเพราะว่าแต่ละครั้งที่กระทบผิวทรงกระบอกจะสะท้อนกลับ และถูกกักอยู่ในบริเวณแคบสะท้อนไปมาตามทางยาวของทรงกระบอก  แม้ว่าทรงกระบอกเป็นไฟเบอร์ที่พันอ้อมขอบมุม และผูกเป็นปม แสงก็ยังคงผ่านไปได้ไม่ถอยหนีไปไหน  ในแง้นี้ของพฤติกรรมของแสงได้ก่อให้เกิดเทคโนโลยีใหม่ของไฟเบอร์ออฟติก

/km/1135612188.jpg

โปรดระวังการรับซิมฟรี !!

ไม่ระบุ 1 Comment »

โปรดระวังการรับซิมฟรี เพราะในยุคที่ซิมฟรี เบอร์สวยระบาดอยู่ทั่วไปแบบนี้ มาดูหลักการเลือกใช้งานซิมฟรีเหล่านี้ให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์ แถมเลือกโปรโมชันให้ตรงกับพฤติกรรมการใช้งานดีกว่า

หากว่าได้ผ่านไปในแหล่งชุมชน ไม่ว่าจะเป็น ป้ายรถเมล์ หน้าห้างสรรพสินค้า หรือตามตลาดนัด เราจะเห็นบุคคลกลุ่มหนึ่งที่แจกซิมฟรี พร้อมมีโปรโมชันน่าสนใจ ทำให้อดใจอ่อนรับซิมฟรีเหล่านั้นมาใช้ไม่ได้ แต่ก่อนที่คุณผู้อ่านจะยื่นมือไปรับซิมฟรีเหล่านั้นเราควรรู้ว่าจะรับซิมประเภทไหน มีโปรโมชันใดมาใช้

เลือกซิมอย่างไรให้เหมาะ

ถ้าจะดูว่าเราควรจะเลือกใช้ซิมแบบเติมเงินหรือแบบรายเดือนนั้น ก่อนอื่นเราจะต้องมาพิจารณาถึงเรื่องพฤติกรรมการใช้งาน หากคุณเป็นผู้ที่ใช้งานการโทรแบบโทรบ่อยๆ โทรนานๆ ทำให้ค่าโทรในแต่ละเดือนบานปลายละก็ การใช้แบบรายเดือนก็ช่วยในเรื่องเหมาจ่าย รวมถึงมีโปรโมชันค่าโทรแบบโทรนานๆ ได้ในรายจ่ายนิดเดียว ก็จะช่วยประหยัดไปได้อีกหน่อยนึง เพราะหากคุณต้องมานั่งเติมเงินวันละ 50-100 บาท (ถึงเติมแบบ 1-3 วันครั้งก็เถอะ) เพื่อใช้โทรละก็ เมื่อคิดรวมค่าใช้จ่ายทั้งเดือนแล้ว คุณอาจต้องจ่ายออกไปมากกว่าก็ได้

แต่ถ้าคุณโทรไม่มากเท่าไร การใช้แบบเติมเงินก็จะช่วยควบคุมค่าใช้จ่ายได้ดีมาก เติมเงินเพียงครั้ง อาจใช้ได้นานกว่าที่คิด หากเงินในโทรศัพท์เหลืออยู่น้อยนิด แต่วันยังเหลืออีกมาก ก็สามารถใช้รับสายได้ ช่วยให้ประหยัดกว่าใช้แบบรายเดือนได้เยอะ

เรื่องวัฒนธรรมการจ่ายแบบที่ชอบสำหรับผู้ที่ไม่ต้องการจ่ายค่าโทรศัพท์ตามวันเวลาที่
กำหนดละก็ การใช้แบบเติมเงินจะให้ความอิสระได้มากกว่า ไม่ว่าจะเป็นร้านสะดวกซื้อ หรือเดี๋ยวนี้มีบริการเติมเงินจากมือถือด้วยแล้ว ไม่ว่าที่ไหน เมื่อไร ก็เติมได้เสมอส่วนผู้ที่ไม่ชอบรายจ่ายแบบยิบย่อย เดี๋ยวก็ต้องเติมเงินอีกแล้ว การใช้แบบรายเดือนก็ช่วยตัดความรำคาญด้านนี้ไปได้เยอะ เนื่องจากเราจ่ายในครั้งเดียว และรู้รายจ่ายที่แน่นอนว่าจะต้องจ่ายเดือนๆ หนึ่งเป็นจำนวนประมาณเท่าไร รวมถึงผู้ที่ขี้ลืม มักลืมอยู่เสมอว่ามีเงินค่าโทรเหลือหรือไม่ การใช้แบบรายเดือนก็ช่วยคลายความปวดหัวไปได้เลย

เรื่องพร้อมหรือไม่ที่จะถูกผูกมัดผู้ที่รักอิสระ ไม่อยากถูกผูกมัดกับรายจ่ายที่เกิดขึ้นเป็นประจำทุกเดือน รวมถึงสัญญาว่าจะต้องใช้อย่างน้อยกี่เดือนๆ การเลือกแบบเติมเงินก็ช่วยปลดปล่อยคุณจากพันธนาการเหล่านี้ได้ ไม่ว่าจะเลิกใช้ อยากจะเปลี่ยนเบอร์ก็สามารถทำได้เลย แต่ถ้าคุณมั่นใจแล้วว่าอยากจะใช้เบอร์นี้ไปนานๆ ยังไม่มีโครงการเปลี่ยนเบอร์โทรในระยะอันใกล้ การเลือกใช้แบบรายเดือนก็ไม่ใช่เรื่องผิดอะไรครับ เพราะบางครั้งการเป็นลูกค้าแบบรายเดือนอาจจะมีการดูแลหรือสิทธิพิเศษที่ดีกว่านิดหน่
อย ให้ความรู้สึกว่าเป็นคนพิเศษดีเหมือนกันครับ

นอกจากนี้ยังต้องเลือกโปรโมชันถูกใจ สบายกระเป๋า เมื่อเรารู้แล้วว่าเราอยากจะเป็นลูกค้าแบบรายเดือนหรือแบบเติมเงิน เราก็มาดูกันว่า จะเลือกใช้โปรโมชันมือถืออย่างไร ให้จ่ายน้อยที่สุด โดยที่ผู้ใช้งานอย่างเราใช้ได้คุ้มค่าที่สุดด้วย โดยต้องดูว่าชอบคุยแบบใด การที่จะรู้ว่าเราควรเลือกใช้โปรโมชันใดนั้น เราควรถามตัวเองว่าเรามีพฤติกรรมในการโทรอย่างไร เน้นโทรออก หรือว่าเน้นรับสาย ถ้าต้องโทรออกบ่อยๆ ไม่ว่าจะติดต่อธุรกิจหรือโทรหากิ๊ก ลองมองหาที่ค่าโทรต่อนาทีราคาไม่แพง แต่ถ้าเน้นรับสายไม่ค่อยโทรเองละก็ เลือกแพ็คเกจค่าโทรขนาดเล็ก ที่แม้จะอัตราต่อนาทีแพงกว่านิดหน่อยก็ตาม เพราะถึงอย่างไรเราก็ไม่ค่อยโทรอยู่แล้วใช่ไหมครับ เมื่อลองคิดรวมๆ แล้วค่าโทรของเราจะถูกกว่าเลือกแพ็คเกจขนาดกลางหรือขนาดใหญ่ (ที่ค่าโทรต่อนาทีถูก) เยอะเลย

นอกจากนี้ ควรดูด้วยว่าเราเป็นประเภทโทรบ่อยแต่คุยแป๊บเดียว หรือโทรไม่บ่อย แต่โทรทีคุยยาวเลย หรือทั้งโทรบ่อยและคุยนาน หากเป็นประเภทแรก ควรเลือกค่าโทรในนาทีแรกราคาถูกจะดีกว่า แต่ถ้าโทรนานละก็ เลือกแบบที่นาทีต่อไปราคาถูก หรือจะเป็นแบบเหมาชั่วโมงจะได้ความคุ้มมากกว่าครับ

ต้องดูว่าช่วงเวลาไหนที่โทรบ่อย ในบางโปรโมชัน จะมีกำหนดช่วงเวลาที่เราโทรได้ถูกด้วย เราจึงควรสังเกตพฤติกรรมตนเองว่าโทรบ่อยในช่วงเวลาใด แล้วเลือกแพ็คเกจที่ช่วงเวลานั้นค่าโทรถูก แต่ถ้าโทรบ่อยทั้งเช้า สาย บ่าย เย็น ลองมองหาโปรโมชันที่ค่าโทรเท่ากันตลอดทั้งวัน จะได้ไม่ต้องมานั่งวิตกว่าเลยเวลาที่โทรได้ถูกแล้วอย่างไรล่ะครับ นอกจากนี้ต้องรู้ว่าคุณโทรเครือข่ายเดียวกันหรือเปล่า

สำหรับบางโปรโมชัน จะมีค่าโทรในเครือข่ายเดียวกันถูกกว่าการโทรข้ามเครือข่าย ลองดูว่าบรรดากิ๊ก หรือผู้ที่เราโทรหาเสมอๆ นั้นใช้บริการของเครือข่ายไหน ถ้าใช้เครือข่ายเดียวกันกับเรา การเลือกโปรโมชันที่ลดค่าโทรในเครือข่ายเดียวกันให้ก็ได้ความคุ้มดี

เมื่อได้เคล็ดลับการเลือกซิมและเลือกโปรโมชันแล้ว เราก็จะได้ไม่หลงไปรับซิมฟรีที่ไม่โดนใจมาอย่างไรล่ะครับ

ที่มา : www.huatar.com

 

พลังงานนิวเคลียร์

ฟิสิกส์ No Comments »

พลังงานนิวเคลียร์ทั้งหมดมาจากการเปลี่ยนมวลสารให้เป็นพลังงาน  เมื่อไรก็ตามที่นิวเคลียสอะตอมเปลี่ยนสถานะ  จะมีการเปลี่ยนแปลงมวลเล็กน้อย  ถ้าดังในกรณีการสลายตัวของสารกัมมันตรังสี ผลรวมของมวลที่ปลายกฏตอนปลายของการเปลี่ยนแปลงจะน้อยกว่ามวลก่อนหน้านั้น  ความแตกต่างของมวลจะเปลี่ยนไปเป็นพลังงาน

/km/pressurizedwaterreactor1.gif

มีกระบวนการสองอย่างนอกเหนือจากการสลายตัวของสารกัมมันตรังสีดังกล่าว มักจะเกี่ยวข้องกับเทอมพลังงานนิวเคลียร์ ซึ่งได้แก่ปฏิกิริยาฟิสชั่น และฟิวชั่น (fission and fusion)

กำลังงาน

ฟิสิกส์ No Comments »

 

กำลังงาน (power) อ้างถึงอัตราการใช้พลังงานเมื่อเทียบกับเวลา  ถ้าเราเดินขึ้นขั้นบันไดอย่างๆ ช้า กับการวิ่งขึ้นบันไดเดียวกันให้เร็วเท่าที่จะทำได้  เราจะใช้พลังงานเท่ากันในแต่ละครั้งที่ขึ้นบันได  อย่างไรก็ตามเมื่อเราวิ่งขึ้นบันไดกำลังงานที่ส่งออก (output) จะสูงกว่า เพราะว่าเราใช้พลังงานไปอย่างรวดเร็วกว่า เป็นเหตุผลว่าทำไมจึงเหนื่อยหอบ

/km/stairhgt.gif

/km/diesel2stroke1.gif

ดิจิทัล สาขาวิชาจากการสร้างสรรค์

ไอที 11 Comments »

ศาสตร์ต่างๆ ที่เราเรียนรู้นั้นมักจะมีอยู่ในธรรมชาติ เช่นเคมี ชีวะ ฟิสิกส์ แล้วเราค้นพบหลักการที่มีอยู่แล้วในธรรมชาติ ทำไมจิกจก ตุกแกจึงไต่ผนังเอาหัวลงหรือหงายท้องได้ ทำไมน่ำกลิงบนใบบัว โดยใบบัวไม่เปียก

มีบางสาขาวิชาเกิดขึ้นจากการผสมผสานระหว่างธรรมชาติและการคิดสร้างสรรค์ เช่นการสร้างสรรค์สิ่งก่อสร้าง รูปปั้น การเล่นกีฬา การเต้นรำ

ศาสตร์บางศาสตร์นั้นเป็นการสร้างสรรขึ้นมาล้วน โดยไม่ได้ยึดหลักที่มีมาในธรรมชาติเลย ดังเช่นวิชาดิจิทัลนั้น ใช้หลักการตัวเลขฐานสอง โดยกำหนดระดับตรรกะให้เลข 0 และ 1 อาจแทนด้วยแรงดันไฟฟ้า สองระดับที่แตกต่างกัน ไม่มีความต่อเนื่่อง  ปริมาณในธรรมชาติเกือบทั้งหมดเป็นปริมาณที่วัดค่าได้อย่างต่อเนื่อง เช่นการวัดเวลา การวัดความยาว การวัดอุณหภูมิเป็นต้ัน ซึ่งจะมีค่างระหว่างสองจุดใดๆ ได้ไม่จำกัด  แต่ในทางดิจิทัลการวัดแทนด้วยเลข 1 และ 0 ซึ่งมีค่าไม่ต่อเนื่อง แต่ถ้าแทนได้ละเอียดเท่าใดก็เข้าสู่ค่าต่อเนื่องได้เช่นเดียวกัน

ดังนั้นการทำงานในระบบดิจิทัลสามารถที่จะออกแบบให้มีค่าผิดพลาดน้อยลงได้ง่าย และสามารถตัดสัญญาณรบกวนลงได้มาก การประมวลผลการทำงานก็ทำงานได้เร็วกว่ามาก

การแทนข้อมูลในระบบดิจิทัล

ไอที 11 Comments »

คำว่าดิจิทัลแปลว่าตัวเลข  ดังนั้นการแทนข้อมูลแบบดิจิทัลจึงหมายถึงการแทนข้อมูลด้วยตัวเลข โดยเฉพาะตัวเลขที่นำไปใช้ในการทำงานภายในของคอมพิวเตอร์ ซึ่งจำเป็นต้องแปลงข้อมูลทุกอย่างในชีวิตประจำวันให้เป็นรหัสเลขฐานสองที่ใช้แทนข้อมูลเหล่านั้น ไม่ว่าจะเป็นตัวอักษร ตัวเลข เครื่องหมายพิเศษ และแม้แต่สัญญาณภาพ เสียง และภาพเคลื่อนไหวก็ต้องแปลงมาเป็นสัญญาณรหัสเลขฐานสองเสียก่อนคอมพิวเตอร์จึงจะนำไปใช้งานได้

การแทนข้อมูลดัวรหัสเลขฐานสอง ก็คือการกำหนดอยู่ในรูปของเลข 0 และ 1 รหัสมาตรฐานที่นิยมใช้กันในทางคอมพิวเตอร์คือรหัสแอสกี (ASCII: American standard code for Infromation Interchange)  โดยกำหนดขึ้นจากเลขฐานสอง 7 บิตแทนอักขระทุกตัวที่ใช้ในทางคอมพิวเตอร์ แต่เมื่อมีภาษาต่างๆ เพิ่มเข้ามาจึงได้กำหนดรหัส เป็น 8 ตัวเพื่อแทนอักขระในภาษาต่างๆ มากขึ้น

ดิจิทัลยูบิควิตัส

ไอที 8 Comments »

ยุคนี้เป็นยุคยูบิควิตัส ที่ทุกหนทุกแห่งจะเต็มไปด้วยอุปกรณ์ที่ทำงานด้วยอิเลคทรอนิกส์ดิจิทัล  หากปราศจากเครื่องมือที่ทำงานโดยใช้หลัักการทางดิจิทัลแล้วงานนั้นแทบจะเป็นไปไม่ได้หรือไม่เกิดงานนั่นขึ้นมาเลย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเครื่องมือที่เรียกว่า ดิจิทัลคอมพิวเตอร์ ดิจิทัลแคลคูเลเตอร์ นาฬิกกาดิจิทัล กล้องถ่ายรูปดิจิทัล 

เรามักจะเข้าใจผิดว่าทุกอย่างเป็นดิจิทัลทั้งหมด แต่ในความเป็นจริงไม่สามารถที่่จะทำทุกอย่างให้เป็นดิจิทัลได้ทั้งหมด  แต่หลักการทำงานอันเป็นหัวใจนั้นทำงานแบบดิจิทัล แต่กลไกอื่นๆ ที่ประกอบยังทำงานแบบแอนะล็อก เช่นโทรศัพท์มือถือยังไงก็ต้องมีปุ่มกฏที่ต้องอาศัยคุณสมบัติทางกายภาพหรือทางฟิสิกส์ที่เป็นแอนะล็อกแล้วเปลี่ยนอยู่ในรูปของสัญญาณดิจิทัล

คำว่าสัญญาณดิจิทัลนั้นมักจะอยู่ในรูปของรหัสเลขฐานสอง ซึ่งมีเพียงเลข 0 และเลข 1การบันทึกข้อมูลไม่ว่าจะเป็นข้อมูลที่เป็นข้อความ (text) ภาพและภาพเคลื่อนไหว และเสียงต่างก็เก็บอยู่ในรูปสัญญาณรหัสเลขฐานสอง ในเครื่องมือดิจิทัลทุกชนิดเมื่อทำงานจะทำงานโดยอาศัยเลขฐานสอง แต่เมื่อแสดงผลให้เราทราบจะแสดงผลในรูปที่เราเข้าใจได้ในรูปของเลขฐานสิบ

การที่มีอยู่ทุกหนทุกแห่งอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้เช่นนี้ ถือว่ามีทุกที่ ใช้ได้ทุกเวลา เช่นนี้เรียกว่าเป็นยูบิควิตัส  และการเรียนรู้ในปัจจุบันก็เริ่มจะเป็นยูบิควิตัส หลายประเทศเริ่มจะมี การเรียนรู้ทุกที่ทุกเวลา หรือ ubiquitus learning

การใช้กฏข้อที่สองของนิวตัน

ฟิสิกส์ No Comments »

/km/newtons2law_0__0_.gif 

กฏข้อที่สองของนิวตันทำให้เราทำนายผลการเคลื่อนที่จากการเคลื่อนที่ที่กำหนดในปัจจุบัน  การทำเช่นนี้เกี่ยวข้องกับหลายขั้นตอน ขั้นตอนแรกคือเราต้องหาให้ได้ว่าแรงที่มากระทำคืออะไร แล้วนำไปใช้ตามรูปสมการของกฏข้อที่สองของนิวตัน  ท้ายสุดทำการแก้สมการหาตัวที่ไม่ทราบค่า  นักฟิสิกส์อาชีพทุกคนได้ใช้เวลาในวัยศึกษาหมดไปกับการปฏิบัติการแก้ปัญหาซ้ำแล้วซ้ำอีกที่เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนที่ สำหรับสถานะการและปัญหาที่ซับซ้อนมากขึ้น

/km/gc68f33.gif


   Designed By:  SadhWeb Directory  &  WP Theme

Sponsored By:  Affiliate Marketing Blog  &  Paid Directory